"เลิกเห่อสบู่ฆ่าเชื้อ" สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยจากโรคมากขึ้นแล้ว
มีการเปรียบเทียบระหว่างสบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสบู่ธรรมดาในการป้องกันโรค ที่พูดถึงสบู่ฆ่าเชื้อ vs สบู่ธรรมดา แบบไหนป้องกันโรคได้ดีกว่ากัน?
มีประสิทธิภาพไม่ต่างกันอย่างที่คิด รายงานระบุว่า จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการยืนยันจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข (เช่น FDA) ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ที่จะพิสูจน์ได้ว่าสบู่ที่ผสมสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial soap) สามารถป้องกันการเจ็บป่วยหรือแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดีกว่าสบู่ธรรมดาและน้ำเปล่า
มีกลไกการทำงานที่สำคัญคือ "การชะล้าง" ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า สิ่งที่ทำให้เราสะอาดไม่ใช่ "สารฆ่าเชื้อ" ในสบู่ แต่คือ "แรงถูและฟองสบู่" ที่ช่วยยกเอาเชื้อโรค สิ่งสกปรก และน้ำมันออกจากผิวหนังเพื่อให้ไหลไปกับน้ำ ดังนั้นการฟอกมือให้ถูกวิธีนาน 20 วินาทีด้วยสบู่ธรรมดาจึงมีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว
ความกังวลเรื่อง "เชื้อดื้อยา" (Superbugs) ประเด็นหลักที่ข่าวให้ความสำคัญคือ การใช้สบู่ฆ่าเชื้อเป็นประจำในครัวเรือนอาจส่งผลเสียในระยะยาว
-เชื้อดื้อยา: สารเคมีบางชนิด เช่น ไตรโคลซาน (Triclosan) อาจทำให้แบคทีเรียวิวัฒนาการจนดื้อยาปฏิชีวนะได้
-ทำลายสมดุลผิว: การฆ่าแบคทีเรียทั้งหมด (รวมถึงแบคทีเรียชนิดดี) อาจทำให้ระบบนิเวศบนผิวหนังเสียสมดุล
คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค ถ้าใช้ในบ้าน แนะนำให้ใช้ สบู่ธรรมดา ก็พอ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสารเคมีสะสมและปัญหาเชื้อดื้อยา
ใช้ในทางการแพทย์ สบู่ฆ่าเชื้อยังคงมีความสำคัญและจำเป็นในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น โรงพยาบาล หรือก่อนการผ่าตัด
หากไม่มีน้ำและสบู่ การใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% เป็นทางเลือกที่ดีรองลงมา
ผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียแนะนำให้ "เลิกเห่อสบู่ฆ่าเชื้อ" สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยจากโรคมากขึ้นแล้ว ยังอาจเป็นการสร้างปัญหา "เชื้อดื้อยา" ให้กับตัวเองและสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็น
สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial Soap) สามารถฆ่าเชื้อได้จริงตามกลไกทางเคมี แต่มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความจำเป็นและประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับสบู่ธรรมดาที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ
สบู่ประเภทนี้มักผสมสารเคมีเฉพาะทาง เช่น ไตรโคลซาน หรือ ไตรโคลคาร์บัน ซึ่งทำหน้าที่ทำลายผนังเซลล์หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียโดยเฉพาะ
สบู่ธรรมดาก็เพียงพอ: องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) และงานวิจัยหลายแห่งระบุว่า การฟอกมือด้วยสบู่ธรรมดาอย่างถูกวิธีนาน 20 วินาที มีประสิทธิภาพในการลดเชื้อโรคบนมือได้ "ไม่ต่างกัน" กับการใช้สบู่ฆ่าเชื้อ เพราะกลไกหลักของสบู่คือการชะล้าง ที่ทำให้เชื้อโรคหลุดออกจากผิวหนังไปพร้อมกับน้ำ
ฆ่าไวรัสไม่ได้เสมอไป: สบู่ฆ่าเชื้อเน้นกำจัด "แบคทีเรีย" เป็นหลัก แต่อาจไม่มีผลโดยตรงในการทำลายโครงสร้างของไวรัสบางชนิด (เช่น ไวรัสหวัด) ในขณะที่สบู่ธรรมดาสามารถทำลายชั้นไขมันที่หุ้มไวรัสบางประเภทได้ดีพอๆ กัน
แต่ยังไงสบู่ฆ่าเชื้อ ก็ "ฆ่าได้จริง" แต่เหมาะสำหรับใช้ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ในโรงพยาบาล หรือการดูแลแผลสด ส่วนการใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป สบู่ก้อนหรือสบู่เหลวธรรมดา ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพผิวในระยะยาวแล้ว
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/7/69
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
เมื่อของเล่นกลัวแท็บเล็ตแย่งความรัก พนักงานออฟฟิศ ก็กลัว Al แย่งงาน..
1 กรกฎาคม International Joke Day – วันมุกตลกสากล เพราะเสียงหัวเราะ...อาจเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต
มอเตอร์เวย์ ธุรกิจกำไร 4,000 ล้าน เก็บค่า ผ่านทาง 100 บาท เป็นกำไร 40 บาท
ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าครั้งแรกรอบเกือบ 50 ปี แตะ 15,000 เยน เริ่ม 1 ก.ค. คนไทย เที่ยวสั้นยังไม่กระทบ





