มหาภูเขาไฟบนดาวอังคาร
เมื่อมนุษย์เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน เรามักจินตนาการถึงดวงดาวอันไกลโพ้นในฐานะโลกที่เงียบงันและว่างเปล่า แต่ในความจริงแล้ว เพื่อนบ้านของโลกอย่าง “ดาวอังคาร” ซ่อนภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจินตนาการของเราไว้ หนึ่งในนั้นคือ Olympus Mons ภูเขาไฟมหึมาที่ไม่เพียงเป็นจุดเด่นของดาวอังคาร หากยังได้รับการยอมรับว่าเป็น ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ด้วย
Olympus Mons ไม่ได้สูงเพียงเล็กน้อยเหนือภูมิประเทศรอบตัว แต่มันสูงในระดับที่ทำให้ภูเขาบนโลกดูเล็กลงทันตา แหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุความสูงต่างกันตามวิธีวัด แต่โดยทั่วไปอยู่ราว 22–26 กิโลเมตร และมีความกว้างประมาณ 600–700 กิโลเมตร ซึ่งทำให้มันสูงกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์หลายเท่า และแผ่ขยายกินพื้นที่มหาศาลราวกับเป็นทั้งภูเขาและดินแดนในคราวเดียวกัน
สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าตัวเลข คือรูปลักษณ์ของมัน Olympus Mons เป็น ภูเขาไฟแบบโล่ หรือ shield volcano หมายความว่ามันไม่ได้มีสันเขาชันแหลมแบบภูเขาไฟในจินตภาพของคนทั่วไป แต่เกิดจากลาวาที่ไหลทับถมกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลายาวนาน จนก่อรูปเป็นภูเขาขนาดมหาศาลที่มีความลาดเอียงค่อนข้างนุ่มนวล
คำถามสำคัญคือ เหตุใดดาวอังคารจึงสร้างภูเขาไฟที่ใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ธรรมชาติของดาวเคราะห์สีแดง ดาวอังคารมีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก และไม่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกแบบเด่นชัดเหมือนโลก เมื่อจุดกำเนิดแมกมาคงอยู่ใต้บริเวณเดิมเป็นเวลานาน ลาวาจึงสามารถปะทุและสะสมซ้อนกันอยู่ที่เดิมได้เรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายล้านถึงหลายพันล้านปี จนเกิดเป็นยักษ์ใหญ่แห่งระบบสุริยะลูกนี้
บนยอดของ Olympus Mons ยังมีแอ่งยุบตัวหรือแคลดีราขนาดใหญ่หลายชั้นซ้อนกัน เป็นร่องรอยของการปะทุและการทรุดตัวของห้องแมกมาในอดีต ภาพถ่ายจากยานสำรวจเผยให้เห็นว่าภูเขาไฟลูกนี้ไม่ใช่เพียงกองหินมหึมา แต่เป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่บันทึกประวัติศาสตร์อันยาวนานของดาวอังคารไว้ในทุกชั้นหิน ทุกแนวลาด และทุกหลุมยุบที่ยอดเขา
หากมองในเชิงสารคดี Olympus Mons คือสัญลักษณ์ของพลังที่ธรรมชาติสามารถสร้างขึ้นได้โดยไม่ต้องมีผู้เห็นเหตุการณ์ ไม่มีเสียงคำรามของการปะทุให้มนุษย์ได้ยิน ไม่มีควันไฟลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าของโลกให้ใครตื่นตระหนก มีเพียงร่องรอยเงียบงันบนดาวอังคารที่บอกเราว่า ครั้งหนึ่งจักรวาลเคยก่อรูปสิ่งมหึมานี้ขึ้นอย่างอดทนและยาวนาน
ภูเขาไฟลูกนี้จึงไม่ใช่เพียง “ภูเขาที่สูงที่สุด” เท่านั้น แต่มันคือบทพิสูจน์ว่าระบบสุริยะของเรายังเต็มไปด้วยโลกที่มีประวัติศาสตร์ มีพลวัต และมีความยิ่งใหญ่เกินกว่าที่สายตาจากโลกจะคาดคิดได้ Olympus Mons ยืนอยู่ตรงนั้น บนพื้นผิวสีแดงอันเวิ้งว้าง ราวกับอนุสาวรีย์ธรรมชาติของจักรวาล ที่เตือนมนุษย์ว่า เราเพิ่งเริ่มทำความเข้าใจบ้านหลังใหญ่ที่เรียกว่า “ระบบสุริยะ” เท่านั้นเอง
ภาพประกอบด้านบนเป็นภาพของ Olympus Mons จาก NASA/JPL ซึ่งช่วยให้เห็นทั้งลักษณะยอดภูเขาไฟและขนาดมหึมาของมันบนพื้นผิวดาวอังคารได้ชัดเจน
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
7 เมมโมรี่การ์ด PS1 / PS2 ลายการ์ตูนลิมิเต็ด! ของชิ้นเล็กยุคเกมเก่าที่ราคาพุ่ง
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
บางบาลน้ำมาเร็ว ภาพเดียวเห็นชัด น้ำท่วมบ้านเกือบมิดตัวในคืนเดียว
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ฝนระลอกใหม่มาแล้ว 23–27 ก.ย. บ้านใครเริ่มมีน้ำท่วมกันบ้าง?
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ตะเกียบโลหะแบนของเกาหลีมีที่มาจากการเช็กยาพิษจริงหรือไม่
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
อายุ 50 ขึ้นไป อย่ารอให้ร่างกายเตือน! 7 เรื่องที่คนวัยนี้ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้
คลิปเก๋งปาดซ้าย–ขวาล้านวิวจบที่โรงพัก — ทำไมเปลี่ยนเลนถี่ ๆ ถึงอันตรายกว่าที่คิด?
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ





