เขาพระวิหารจะกลับมา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตได้อีกหรือเปล่า
หลังจบสงครามกับกัมพูชามาดูเรื่องเขาพระวิการกันครับ
เรื่องของ "เขาพระวิหาร" ถ้าลองย้อนกลับไปสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา หรือช่วงหลายสิบปีก่อน ที่นี่คือที่สุดของแลนด์มาร์คในแถบอีสานใต้เลยนะ ใครไปศรีสะเกษก็ต้องมุ่งหน้าไปผามออีแดง เพื่อที่จะเดินข้ามพรมแดนไปชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทหินที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูงชัน แต่พอเกิดปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตแดนและการเมืองระหว่างประเทศขึ้นมา ประตูก็ปิดตายลง ทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความเงียบเหงา
คำถามที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คือ ในยุคที่คนเราโหยหาการท่องเที่ยวแบบ Unseen และชอบถ่ายรูปเช็คอินที่เก๋ๆ แบบนี้ เขาพระวิหารจะกลับมา "แมส" หรือกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตได้อีกครั้งไหม
ถ้าถามใจคนที่ชอบเที่ยวสายประวัติศาสตร์หรือสายเดินป่า คำตอบก็น่าจะเป็น "เป็นไปได้แน่นอน" เพราะจุดแข็งของเขาพระวิหารไม่ใช่แค่ก้อนหินที่วางซ้อนกัน แต่มันคือชัยภูมิที่ตั้งซึ่งหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในละแวกนี้ การได้ยืนบนยอดผาแล้วมองลงไปเห็นวิวประเทศกัมพูชาแบบสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับลมเย็นๆ ที่พัดผ่านซุ้มประตูหินทราย มันคือความรู้สึกที่พิเศษมาก ยิ่งตอนนี้เทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยนไป คนไม่ได้อยากไปแค่คาเฟ่ในเมือง แต่อยากไปที่ที่มีสตอรี่ มีความขลัง และมีความท้าทายในการเดินทาง ซึ่งเขาพระวิหารตอบโจทย์ทุกข้อแบบเต็มๆ แต่การจะกลับมาฮิตได้จริงๆ มันมีโจทย์หินๆ อยู่หลายข้อ ข้อแรกเลยคือเรื่องของ "ความสะดวกและเสถียรภาพ" ตราบใดที่นักท่องเที่ยวยังรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัย หรือไม่แน่ใจว่าไปถึงแล้วจะได้ขึ้นไปชมปราสาทจริงๆ หรือเปล่า เขาก็จะเลือกไปที่อื่นก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด
ถ้าวันหนึ่งทั้งสองประเทศจับมือกันเปิดประตูการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ มีการทำวีซ่าท่องเที่ยวแบบพิเศษ หรือเปิดให้เข้าชมได้สะดวกเหมือนสมัยก่อน รับรองว่าคนจะหลั่งไหลไปแน่นอน เพราะความอยากรู้อยากเห็นของคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นของจริงนั้นมีมหาศาล นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว การทำตลาดหรือการ "รีแบรนด์" ก็สำคัญนะ สมัยนี้ถ้าจะให้ฮิตต้องอาศัยพลังของโซเชียลมีเดีย ลองนึกภาพอินฟลูเอนเซอร์สายเที่ยวไปถ่ายคลิปสั้นลง TikTok หรือโพสต์ภาพสวยๆ บน Instagram ที่เห็นมุมอลังการของปราสาทสลักหินตัดกับขอบฟ้าสีครามสิ มันจะสร้างกระแสฟีเวอร์ได้ไม่ยากเลย
ยิ่งถ้ามีการจัดการพื้นที่รอบๆ ให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากขึ้น เช่น แคมป์ปิ้งชมดาวที่ผามออีแดง หรือเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชุมชนในพื้นที่ มันจะทำให้เขาพระวิหารไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่คนยอมขับรถไกลๆ เพื่อมาค้างคืน
สรุปแล้ว ผมมองว่าเขาพระวิหารมีต้นทุนความสวยงามและความขลังที่กินขาดอยู่แล้ว แต่อนาคตที่จะกลับมาเป็นสถานที่ยอดฮิตอีกครั้งได้ไหม มันขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า ถ้าทำให้คนรู้สึกว่า "ไปง่าย ปลอดภัย และมีอะไรให้ทำมากกว่าแค่ดูหิน" ผมเชื่อว่าที่นี่จะกลับมาคึกคักจนหัวไดไม่วางเว้นเหมือนในอดีตแน่ๆ ความขัดแย้งอาจจะทำให้ที่นี่ซบเซาไปนาน แต่มนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมอายุนับพันปีไม่มีวันจางหายไปหรอกครับ รอแค่เวลาที่ประตูจะเปิดออกอีกครั้งเท่านั้นเอง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
มะม่วง กล้วย ทุเรียน ผลไม้ไทยขายดีต่างกันที่ตลาดไหน
Mercedes-Benz ถึง Toyota รอยทางแบรนด์รถเก่าในไทย
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
“พ่อโขง” สุราในตำนานที่เลือนหาย เรื่องจริงของเหล้าไทยยุคบุกเบิกที่หลายคนไม่เคยรู้
เที่ยวญี่ปุ่นเมษายนถึงพฤษภาคม เช็กอุณหภูมิยังไงไม่พลาดเสื้อกันลม
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย
ทุเรียนกับการออกกำลังกาย กินก่อนซ้อมได้ไหม ต้องระวังอะไรบ้าง
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
'รถถัง' โดน 'ทาเครุ' น็อคกลางแดนปลาดิบ - ทาเครุชนะรถถัง เกษียณอย่างสวยงาม
Mercedes-Benz ถึง Toyota รอยทางแบรนด์รถเก่าในไทย
มะม่วง กล้วย ทุเรียน ผลไม้ไทยขายดีต่างกันที่ตลาดไหน
สิงคโปร์ตั้งข้อหาชายอินโดฯ 20 ปี คดีแตะตัวผู้โดยสารหญิงบนเครื่องบิน
เพชรสังเคราะห์จีน ทำมูลค่าเพชรแท้ทั่วโลกดิ่ง คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีเทียบเพชรจริง





