ขับรถยนตร์อย่างไรจึงจะประหยัดน้ำมัน
เขียนโดย sompeansomped
1.ขับขี่ด้วยความเร็วให้เหมาะสม สม่ำเสมอ รถยนต์โดยทั่วไปมีประสิทธิการเผาผลาญเชื้อเพลิงที่ความเร็วคงที่ที่ประมาณ 80-90 กิโลโมตร/ชั่วโมง ร่วมกับการขับขี่โดยใช้เกียร์ที่เหมาะสมไปตลอดเส้นทาง จะช่วยให้ลดอัตราการใช้เชื้อเพลิง และ ประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-20% และที่สำคัญยังช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้ด้วย
อัตราความเร็วมีผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันที่แตกต่างกัน
- ขับด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนการขับด้วยความเร็ว 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 15 %
- ขับด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนการขับด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 29 %
- ขับด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนการขับด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10 %
- ขับด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนการขับด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 25 %
2.ตรวจเช็กลมยาง ให้ยางรถยนต์อยู่ระดับที่เหมาะสมกับการขับขี่ ไม่ควรเติมลมยางจนแข็งมากเกิด ก็อาจเสี่ยงต่อการระเบิด และ ยึดเกาะถนนได้น้อย การะที่ปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไปก็จะทำให้เกิดการเสียดทานระหว่างตัวยางกับพื้นถนนเพิ่มขึ้น ทำให้เครื่องยนต์รับหน้าที่ในการหมุนล้อเกินความจำเป็น และ เกิดการเผาผลาญที่มากขึ้นนั่นเอง ถ้ามีการตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในสภาพดีก็จะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันลดลงได้
3.ตรวจเช็กระบบระบายความร้อน เช็กระบบระบายความร้อนของตัวรถ และ รอบเครื่องเดินเบา ให้อยู่สภาพปกติ ถ้าหากเกิดความผิดปกติก็จะเป็นสาเหตุให้รถยนต์เกิดการเผาผลาญน้ำมันที่มากเกินไปเช่นกัน
4.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดช่วยประหยัดน้ำมัน น้ำมันเครื่องโดยปกติแล้วควรเปลี่ยนทุกประมาณ 6 เดือน ถึงแม้ว่ารถยนต์ของคุณอาจไม่ได้ใช้งานบ่อย ๆ แต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น รถยนต์ที่ไม่สตาร์ทมาเป็นเวลานาน อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดสนิม การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไม่จำเป็นจะต้องรถจนครบตามรอบระยะทาง หรือระยะเวลา ถ้าหากพบความผิดปกติ เช่น น้ำมันมีสีที่ผิดปกติ หรือมีปริมาณที่ลดลง สามารถนำรถไปตรวจสอบ และ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา
5.ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม โดยประมาณที่ 23-25 องศาเซลเซียส ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อน เมื่อขึ้นรถมาก็หวังที่จะอยู่ในที่ที่เย็นสภาพ แต่การปรับอุณหภูมิให้เย็นจนเกินไป หรือ เร่งให้เย็นเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการเปิดเครื่องปรับอากาศในทันทีที่ทำการสตาร์ทรถ ก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ และ เครื่องยนต์ทำงานหนัก
หากเลือกปรับให้เหมาะสม และ ใช้การเปิดหน้าต่างเพื่อระบายความร้อนในช่วงแรกที่ทำการขึ้นรถมา ก็จะทำให้เครื่องยนต์ไม่ทำงานหนัก และใช้พลังงานจนมากเกินไป จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15%
6.ไม่เร่งเครื่องขณะออกตัว การเร่งเครื่องแบบกระชากในขณะที่กำลังออกตัว พฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยง นอกจากจะทำให้เป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่ประหยัดน้ำมันแล้ว และ น้ำมันโดยใช่เหตุแล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
การเร่งเครื่องยนต์ในขณะที่ออกตัว เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักมากขึ้น เครื่องยนต์ก็จะเกิดการสึกหรอได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งขับเร่งเท่าไหร่ ยิ่งขับกระชากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เครื่องยนต์ชำระได้เร็วขึ้น และยังเป็นสาเหตุที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เพิ่มขึ้นถึง 30% รวมไปถึงการทำให้เกิดควันดำที่เกิดขึ้นในขณะที่เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดมลพิษตามมาอีกด้วย การออกตัวแบบไม่เร่งเครื่องช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 5%
7.เบรกกะทันหัน แบบหนักๆ และบ่อยๆ เพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 40% ควรตั้งสติในขณะขับขี่ทุกครั้ง สังเกตสิ่งรอบข้าง และ การจราจรรอบรถ ทุกครั้งที่ทำการเบรกอย่างกระทันหัน เมื่อทำการขับต่อก็จำเป็นจะต้องเร่งเครื่องเพิ่มความเร็ว ยิ่งทำพฤติกรรมนี้บ่อยๆ นอกจากจะทำให้ผ้าเบรกบางเร็วขึ้นแล้ว ก็จะทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นด้วยเช่นกัน ควรขับขี่อย่างรอบคอบเพื่อวางแผนการขับขี่ให้เหมาะสม เพื่อประเมิน รับมือกับสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้แบบทันท่วงที ไม่เกิดการเบรกแบบกะทันหันบ่อย ๆ จะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 5%
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย







