อาชีพเสี่ยงชีวิตในไซบีเรีย ขุดงาช้างแมมมอธจากชั้นดินเยือกแข็ง
เขียนโดย World News 360
หลายคนอาจจะงงว่า แมมมอธสูญพันธุ์ไปเป็นหมื่นปีแล้ว จะไปล่าอะไรกัน? คำตอบคือพวกเขาไม่ได้ล่าตัวเป็นๆ แต่ล่า "งา" ที่ถูกแช่แข็งไว้ใต้ชั้นดินเยือกแข็ง (Permafrost) นั่นเองครับ!
📍 ทำไมต้องล่า?
ทองคำสีขาว: งาแมมมอธคุณภาพดีมีราคาสูงมาก กิโลกรัมละหลายหมื่นบาท งาคู่หนึ่งอาจทำเงินได้หลักล้าน!
ถูกกฎหมาย (ในบางพื้นที่): ต่างจากงาช้างปัจจุบัน การค้าขายงาแมมมอธถือว่าถูกกฎหมายเพราะเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
ความโหดของอาชีพนี้
1. สภาพอากาศสุดขั้ว: ต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึกของไซบีเรียที่อุณหภูมิติดลบ หรือต้องลุยโคลนตมในช่วงหน้าร้อน
2. การทำงานที่ยากลำบาก: ต้องใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูงฉีดไล่ดินออกจากหน้าผาหรือพื้นดิน เพื่อตามหาเงาของงาที่ฝังอยู่
3. ความเสี่ยง: มีทั้งโรคระบาดโบราณที่อาจแฝงมากับซากสัตว์ ดินถล่ม หรือแม้แต่การปะทะกันระหว่างกลุ่มนักล่า
คุณค่าที่มากกว่าเงิน
นอกจากเรื่องเงินแล้ว นักล่าเหล่านี้มักจะเจอ "ซาก" ที่สมบูรณ์มาก เช่น ลูกแมมมอธที่มีขนและเนื้อเยื่อครบถ้วน ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลต่อวงการวิทยาศาสตร์และการโคลนนิ่งในอนาคต
เกร็ดน่ารู้: งาแมมมอธที่พบส่วนใหญ่มาจากสายพันธุ์ Woolly Mammoth ที่เคยครองอาณาจักรในยุคน้ำแข็งนั่นเองครับ
แต่เรื่องของ “การล่างาแมมมอธ” ไม่ได้มีแค่ภาพนักผจญภัยขุดสมบัติจากยุคน้ำแข็งเท่านั้นครับ…
ความจริงแล้ว เบื้องหลังของธุรกิจนี้มีทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างซับซ้อน
ตลาดงาแมมมอธที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่เอเชีย
งาแมมมอธส่วนใหญ่ที่ถูกขุดขึ้นมาในไซบีเรีย ไม่ได้ขายในรัสเซีย แต่ถูกส่งออกไปยัง ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีนและฮ่องกง
เหตุผลสำคัญคือ
-
ช่างแกะสลักงาในจีนมีทักษะสูง
-
ตลาดเครื่องประดับและงานศิลป์จากงายังคงมีความต้องการ
-
งาแมมมอธถูกใช้เป็น ทางเลือกแทนงาช้าง
หลังจากที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่ม ห้ามค้าขายงาช้างอย่างเข้มงวด ความต้องการงาแมมมอธจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา
บางรายงานประเมินว่า
-
งาแมมมอธกว่า 60–70 ตัน ถูกขุดขึ้นจากไซบีเรียทุกปี
ตัวเลขนี้ถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับซากสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ตามมา
แม้การขุดงาแมมมอธจะไม่ผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ แต่กิจกรรมนี้ก็เริ่มสร้างความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม
วิธีที่นักล่าใช้กันมากคือ
การฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปในหน้าผาดินเยือกแข็ง
วิธีนี้ทำให้
-
หน้าผาพังทลาย
-
ระบบนิเวศในพื้นที่เสียหาย
-
แม่น้ำและลำธารถูกทำให้ขุ่น
นักวิทยาศาสตร์บางคนยังเตือนว่า การละลายของ permafrost จากการขุดค้น อาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่าง มีเทน (Methane) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีผลต่อภาวะโลกร้อน
แล้ว “การโคลนนิ่งแมมมอธ” เป็นไปได้จริงไหม?
นี่เป็นอีกประเด็นที่หลายคนสนใจมาก
ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามศึกษาดีเอ็นเอของแมมมอธจากซากที่พบใน permafrost เพื่อใช้ในงานวิจัย
โครงการหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากคือการใช้เทคโนโลยี CRISPR gene editing
เพื่อ
-
นำยีนของแมมมอธ
-
ใส่เข้าไปในดีเอ็นเอของ ช้างเอเชีย
เป้าหมายคือสร้างสัตว์ลูกผสมที่มีลักษณะคล้ายแมมมอธ เช่น
-
ขนหนา
-
ทนต่ออากาศหนาว
แต่ต้องย้ำว่า
ตอนนี้โครงการเหล่านี้ยังอยู่ใน ขั้นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และยังไม่มีแมมมอธที่ถูก “ชุบชีวิต” กลับมาได้จริง
สมบัติจากยุคน้ำแข็งที่ยังซ่อนอยู่
ทุกปีเมื่อฤดูร้อนมาถึง และชั้นดินเยือกแข็งเริ่มละลาย นักล่างาในไซบีเรียก็จะกลับเข้าไปในพื้นที่อีกครั้ง
บางคนใช้เวลาหลายเดือนในป่าห่างไกลจากเมือง
บางคนโชคดีเจองาแมมมอธคู่ใหญ่
บางคนกลับออกมามือเปล่า
แต่บางครั้ง สิ่งที่ถูกค้นพบอาจไม่ใช่แค่งา
มันอาจเป็น ซากสัตว์จากยุคน้ำแข็งที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์
ซากเหล่านั้นไม่ใช่แค่ของมีค่า
แต่เป็น หน้าต่างที่เปิดให้มนุษย์ได้มองย้อนกลับไปในโลกเมื่อหมื่นปีก่อน
และคำถามที่น่าสนใจคือ
ใต้ชั้นดินเยือกแข็งของโลกใบนี้
ยังมีอะไรอีกบ้าง…ที่มนุษย์ยังไม่เคยพบ?
บางที “สมบัติจากยุคน้ำแข็ง” อาจยังซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิดก็ได้ครับ 🌍
ติดตามข่าวรอบโลก ครบทุกมุมมอง ได้ที่ World News 360° 🌍
เขียนโดย World News 360
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย







