เราจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ตอนไหน? เมื่อลิฟต์ขึ้นหรือเมื่อลิฟต์ลง?
น้ำหนักของคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะแรงโน้มถ่วง แต่เปลี่ยนแปลงเพราะพื้นดันกลับ นักฟิสิกส์อธิบายว่าทำไมลิฟต์จึงทำให้คุณรู้สึกหนักขึ้นหรือเบาลงชั่วขณะ
โดยที่นักฟิสิกส์อธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เราทุกคนเคยสัมผัสเมื่อใช้งานลิฟต์ โดยเน้นไปที่ความแตกต่างระหว่าง "น้ำหนักจริง" และ "น้ำหนักที่ปรากฏ"
นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ดังภาพ) กำลังอยู่ในสภาวะตกอย่างอิสระอย่างต่อเนื่องสู่โลก ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขารู้สึก "ไร้น้ำหนัก
น้ำหนักไม่ได้เปลี่ยน แต่แรงกดเปลี่ยน: ในทางฟิสิกส์ น้ำหนักของคุณ (มวล x แรงโน้มถ่วง) แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยเมื่ออยู่ในลิฟต์ แต่สิ่งที่คุณรู้สึกว่าหนักขึ้นหรือเบาลงนั้นคือ "น้ำหนักปรากฏ" (Apparent Weight) ซึ่งเกิดจากแรงที่พื้นลิฟต์ดันตัวคุณขึ้นมา (Normal Force)
ช่วงที่ลิฟต์เคลื่อนที่ขึ้น (Upward Acceleration): เมื่อลิฟต์เริ่มเคลื่อนที่ขึ้นด้วยความเร่ง พื้นลิฟต์จะต้องใช้แรงผลักคุณมากกว่าปกติเพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงและทำให้ตัวคุณเคลื่อนที่ขึ้นไปพร้อมกับมัน ในจังหวะนี้หากคุณยืนบนเครื่องชั่ง เข็มจะชี้ไปที่ตัวเลขที่ "มากกว่าปกติ" และคุณจะรู้สึกว่าตัวหนักขึ้น
ช่วงที่ลิฟต์เคลื่อนที่ลง (Downward Acceleration): เมื่อลิฟต์เริ่มเคลื่อนที่ลงด้วยความเร่ง พื้นลิฟต์จะ "ถอยห่าง" ออกจากเท้าคุณเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ทำให้แรงดันระหว่างเท้ากับพื้นลดลง เครื่องชั่งจะแสดงตัวเลขที่ "น้อยกว่าปกติ" และคุณจะรู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนจะลอยได้
เมื่อความเร็วคงที่: เมื่อลิฟต์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ (ไม่มีความเร่ง) ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง คุณจะรู้สึกว่าน้ำหนักกลับมา "เท่าเดิม" เพราะไม่มีแรงลัพธ์ส่วนเกินมากระทำกับร่างกายคุณเพิ่มเติมนอกจากแรงโน้มถ่วงปกติ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (ในภาพคือกับเอลซา ภรรยาของเขาในชิคาโก) ได้ทำการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับการรับรู้แรงโน้มถ่วงในกล่องปิดบนโลกเทียบกับกล่องปิดในอวกาศ แต่บนจรวด เขาได้ข้อสรุปว่าผู้คนจะไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้
สะท้อนให้เห็นถึงกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน
กฎข้อที่ 2 ของนิวตัน (F=ma): ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่มี "ความเร่ง" (Acceleration) เท่านั้น ความรู้สึกหนักหรือเบาไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ทิศทาง" ว่ากำลังขึ้นหรือลงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าลิฟต์กำลัง เร่งความเร็ว ไปทางไหน
ถ้าลิฟต์กำลัง เบรก ขณะขึ้น (ความเร่งทิศลง) คุณจะรู้สึกเบาลง
ถ้าลิฟต์กำลัง เบรก ขณะลง (ความเร่งทิศขึ้น) คุณจะรู้สึกหนักขึ้น
การประยุกต์ใช้ในจินตนาการ: บทความมักจะเปรียบเทียบไปถึงกรณีสุดโต่ง เช่น หากสายเคเบิลลิฟต์ขาดและลิฟต์ตกลงมาอย่างเสรี (Free Fall) น้ำหนักปรากฏของคุณจะเป็น ศูนย์ (สภาวะไร้น้ำหนัก) เพราะทั้งคุณและลิฟต์ตกด้วยความเร่งเท่ากัน พื้นลิฟต์จึงไม่มีแรงดันเท้าคุณเลย
ความสำคัญของการรับรู้ทางสรีรวิทยา: ร่างกายมนุษย์ไวต่อการเปลี่ยนแปลงความเร่งมากกว่าความเร็วคงที่ ระบบประสาทและของเหลวในหูชั้นกลางจะตอบสนองต่อแรงกดที่เปลี่ยนไปนี้ ทำให้เราเกิดอาการ "วูบ" หรือรู้สึกตัวหนักขึ้นในเสี้ยววินาทีที่ลิฟต์เริ่มขยับหรือหยุด
สรุปสั้นๆคือคุณจะรู้สึกหนักขึ้นเมื่อลิฟต์ เร่งตัวขึ้น หรือ เบรกขณะลง และจะรู้สึกเบาลงเมื่อลิฟต์ เร่งตัวลง หรือ เบรกขณะขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นภาพจำลองทางฟิสิกส์ของแรงที่เกิดขึ้นภายในลิฟต์ วิดีโอนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและความเร่งได้อย่างเห็นภาพชัดเจน: การคำนวณน้ำหนักในลิฟต์ วิดีโอนี้ช่วยให้เข้าใจกฎของนิวตันที่ทำให้เรารู้สึกหนักหรือเบาลงในลิฟต์ผ่านแอนิเมชันที่เข้าใจง่าย
ชมคลิป....
เขียนโดย ลูกสาวอบต
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
เผยความลับสติกเกอร์สีทองบนสบู่ Imperial Leather ภูมิปัญญาการดีไซน์ที่ใช้งานได้จริง
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย





