ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุดในอาเซียน
เขียนโดย คนนอนนา
สถานะของ ทองคำสำรองของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์สำคัญในการสร้างความมั่นคงและ ค้ำประกันทางการเงิน ของชาติ โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ระบุว่าไทยมีปริมาณทองคำสะสมประมาณ 234.52 ถึง 244 ตัน คิดเป็นมูลค่ามหาศาลซึ่งผันแปรตามราคาทลาดโลก ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน อันดับที่ 18 ของโลก และครองตำแหน่ง อันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ด้านการถือครองทองคำสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทยเน้นใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ หลุมหลบภัยทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ การสะสมทองคำในสัดส่วนที่สูงนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารนโยบายการเงินเพื่อรับมือกับ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.ทองคำสำรอง (Gold Reserve) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทรัพย์สินที่สะท้อนถึงความมั่งคั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักสำคัญในการบริหารนโยบายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 เราสามารถวิเคราะห์ความน่าสนใจของสถานะทองคำไทยผ่านมิติต่างๆ ดังนี้ 1. สถานะ "พี่ใหญ่" ในภูมิภาคอาเซียน
ความน่าสนใจประการแรกคือ ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ในด้านการถือครองทองคำสำรอง โดยมีปริมาณทองคำรวมทั้งที่เก็บไว้ในประเทศและฝากไว้ในต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 244 ตัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ในการสะสมสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและระบบการเงินของไทย
2. อันดับที่ 18 ของโลก กับการก้าวสู่กลุ่มระดับ "ปานกลาง"
ในระดับโลก ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับโดย World Gold Council ให้อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก(ข้อมูล ณ ปี 2025) แม้ว่าปริมาณทองคำของเราจะยังห่างไกลจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาที่มีมากกว่า 8,000 ตัน หรือเยอรมนีที่มีมากกว่า 3,300 ตัน แต่การอยู่ในอันดับที่ 18 หมายความว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีทองคำสำรองในระดับ “ปานกลาง”ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่แข็งแกร่งมากสำหรับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจระดับเกิดใหม่ (Emerging Market)
3. พลังของ "Safe-haven" ในยุคความผันผวน
ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับทองคำในฐานะ สินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe-haven) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงปี 2025 ที่โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
ทองคำทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างหนึ่ง การถือครองทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลดอลลาร์สหรัฐเพียงอย่างเดียว ซึ่งความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปี 2025 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ยิ่งทำให้มูลค่าพอร์ตสำรองของไทยมีความแข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้นในเวทีโลก
4. ตัวเลขที่สะท้อนเสถียรภาพ (234.52 ตัน และ 15.6 พันล้านดอลลาร์)
ปริมาณทองคำสำรองของไทย ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 234.52 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่คงที่มาตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 ความสม่ำเสมอนี้บ่งบอกถึงนโยบายการถือครองที่เน้นความมั่นคงระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อพิจารณาด้านมูลค่า ณ ช่วงเวลาดังกล่าว พบว่าสูงถึงประมาณ 15.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือในบางช่วง เช่น เดือนกุมภาพันธ์ 2025 มูลค่านี้เคยพุ่งไปถึง 21.558 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามความผันผวนและขาขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก
5. สัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ทองคำคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7–8 เปอร์เซ็นต์ ของทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย สัดส่วนนี้อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศอื่นๆ แต่ในเชิงกลยุทธ์แล้ว 8 เปอร์เซ็นต์นี้คือ "หัวใจสำคัญ" ของการบริหารความมั่นคง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (Counterparty risk) และไม่สามารถถูกลดค่าได้โดยการพิมพ์เพิ่มเหมือนสกุลเงินกระดาษ ทำให้มันกลายเป็นเสาหลักที่ช่วยรักษาอำนาจซื้อของทุนสำรองไทยไว้ได้ในยามวิกฤต
บทสรุปของการวิเคราะห์
จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าทองคำสำรองของไทยไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้ประเทศไทยมีสถานะที่โดดเด่นในอาเซียนและมีความแข็งแกร่งในระดับสากล การรักษาระดับทองคำไว้ที่ 244 ตัน (รวมฝากต่างประเทศ) ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐ เป็นการตอกย้ำว่า ประเทศไทยมีนโยบายการเงินที่รอบคอบและพร้อมรับมือกับความผันผวนของโลกอนาคต อย่างแท้จริง สถานะอันดับ 18 ของโลกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการวางแผนสะสมสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

หากมองให้ลึกกว่าตัวเลข “244 ตัน” เราจะพบว่าทองคำสำรองไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ที่เก็บไว้ในคลังเท่านั้น แต่ยังสะท้อน แนวคิดการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ด้วย
ในโลกการเงินสมัยใหม่ ประเทศต่าง ๆ มักถือครองทุนสำรองในรูปแบบของเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือพันธบัตรรัฐบาล แต่ทองคำมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างออกไป เพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ ไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่ง
พูดง่าย ๆ คือ เงินกระดาษสามารถพิมพ์เพิ่มได้ แต่ทองคำไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ตามใจต้องการ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงหลังปี 2020 จึงเริ่มเพิ่มการสะสมทองคำมากขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย ตุรกี และโปแลนด์ ต่างเพิ่มปริมาณทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากระบบการเงินที่พึ่งพาเงินดอลลาร์มากเกินไป
ประเทศไทยเองก็ใช้แนวทางที่คล้ายกัน
แม้ว่าปริมาณทองคำของไทยจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การรักษาระดับไว้ที่ประมาณ 234–244 ตันอย่างต่อเนื่อง ก็สะท้อนถึงแนวคิดการบริหารแบบ “มั่นคงมากกว่าการเก็งกำไร”
คำถามที่น่าสนใจก็คือ
ประเทศไทยควรเพิ่มทองคำสำรองมากกว่านี้หรือไม่?
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจใหญ่ หลายประเทศมีสัดส่วนทองคำในทุนสำรองสูงกว่าไทยมาก เช่น
-
สหรัฐอเมริกา
ทองคำคิดเป็นมากกว่า 70% ของทุนสำรอง -
เยอรมนี
ประมาณ 65–70% -
อิตาลี และ ฝรั่งเศส
ประมาณ 60% ขึ้นไป
ขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 7–8%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าไทยมีความเสี่ยงสูง เพราะโครงสร้างทุนสำรองของไทยถูกออกแบบให้มี สภาพคล่องสูง เพื่อรองรับการดูแลค่าเงินบาทและการค้าโลก
ดังนั้น ทองคำจึงทำหน้าที่เป็นเหมือน “เสาหลักเงียบ” ของระบบการเงินไทย
มันอาจไม่ได้มีสัดส่วนมากที่สุด แต่ในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก วิกฤตค่าเงิน หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทองคำมักเป็นสินทรัพย์ที่ ยังคงรักษามูลค่าไว้ได้ดีที่สุด
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายประเทศยังคงถือครองทองคำ แม้โลกการเงินจะเปลี่ยนไปมากเพียงใดก็ตาม
สำหรับประเทศไทย การมีทองคำสำรองมากที่สุดในอาเซียน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเท่านั้น แต่มันยังสะท้อนถึง เสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในสายตานานาชาติ
ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ
ทองคำจึงยังคงเป็น “สินทรัพย์แห่งความมั่นคง” ที่ประเทศต่าง ๆ ไม่อาจมองข้ามได้
และคำถามที่น่าคิดต่อก็คือ
หากเศรษฐกิจโลกในอนาคตเผชิญความผันผวนมากขึ้น
ประเทศไทยควรเพิ่มการถือครองทองคำให้มากกว่านี้หรือไม่?
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของนโยบายการเงินในทศวรรษต่อไปของไทยก็เป็นได้
มีความเชี่ยวชาญในการรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่ง ให้เป็น Insight ที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
เน้นการนำเสนอข้อมูลแบบเป็นกลาง อ้างอิงข้อเท็จจริง
พร้อมเชื่อมโยงบริบทเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน
จังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียว
10 จังหวัดที่ “อากาศร้อนที่สุดในไทย” ร้อนจนอยู่ยากแค่ไหน
จังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียว
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 เม.ย. 69 จากสถิติย้อนหลัง 20 ปี
จังหวัดไหน “ร้อนนานที่สุดในไทย” ไม่ใช่แค่ร้อนแรง แต่ร้อนยาวทั้งปี
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
10 อาชีพที่ AI กำลังแทนที่เร็วที่สุดในไทย (มีของคุณไหม)
อาจารย์ออร่า มหารานี แนวทางมหาเศรษฐีงวด 1 เม.ย. 69 กับทักษาโหรรานี
คิดได้ยังไง อยากสร้างภูเขาบนตึก เรื่องเหมือนจะเป็นเรื่องโอเวอร์ แต่ดันมีคนทำจริงๆซะอย่างนั้น
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 เมษายน 69 ส่องก่อน รวยก่อน!
จังหวัดที่ “สูงที่สุดในไทย” คนละโลกกับสมุทรสงคราม
นกสวยงามที่สุดในโลก









