"เทศกาลหยวนเซียว" (元宵节): ค่ำคืนแห่งแสงโคมและรสชาติที่คิดถึงของบัวลอยจีน
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เมื่อแสงจันทร์เต็มดวงครั้งแรกของปีปฏิทินจันทรคติมาถึง ท้องฟ้าทั่วแผ่นดินจีนจะถูกแต่งแต้มด้วยแสงสว่างจากโคมไฟนับพันดวงใน "เทศกาลหยวนเซียว" (元宵节) เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดการฉลองตรุษจีนอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา และตำนานความรักความผูกพันในครอบครัวที่สืบทอดกันมานับสองพันปี
รากเหง้าแห่งแสงโคม: จากลัทธิเต๋าสู่ศรัทธาทางพุทธ
ประเพณีการจุดโคมไฟมีที่มาที่น่าสนใจจากสองกระแสหลัก:
ตามความเชื่อลัทธิเต๋า: มีต้นกำเนิดมาจาก "ซานหยวน" (三元) ซึ่งแบ่งช่วงเวลาในปฏิทินจันทรคติเป็น 3 ช่วง โดยวันที่ 15 เดือน 1 เรียกว่า "ซ่างหยวน" (上元节) เชื่อกันว่าเป็นช่วงที่เทพเจ้าลงมาคุ้มครองดูแลมนุษย์ จึงต้องจุดโคมไฟเพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้า
ตามธรรมเนียมพุทธศาสนา: ในสมัยราชวงศ์ฮั่น พระภิกษุจะจุดโคมไฟเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุในวันที่ 15 เดือนแรก เพื่อแสดงความศรัทธาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมาจักรพรรดิได้สั่งให้ขุนนางและประชาชนทำตาม จนกลายเป็นเทศกาลพื้นบ้านที่ยิ่งใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน
ทำไมต้องทาน 'หยวนเซียว': แผนการอันแยบยลของตงฟางโช่ว
นอกจากแสงโคมแล้ว เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้คือการทาน "หยวนเซียว" (ลูกชิ้นข้าวเหนียวที่คล้ายบัวลอยไทย) ซึ่งมีตำนานเล่าขานถึงขุนนางผู้ชาญฉลาดนามว่า ตงฟางโช่ว:
ตงฟางโช่วต้องการช่วยหญิงสาวชื่อ หยวนเซียว ที่กำลังจะฆ่าตัวตายเพราะคิดถึงบ้านและไม่สามารถกลับไปพบครอบครัวได้
เขาจึงวางแผนปลอมตัวเป็นหมอดู ทำนายว่าวันที่ 16 เดือน 1 เมืองฉางอานจะถูกไฟแผดเผาจนย่อยยับ
เมื่อเรื่องถึงหูจักรพรรดิ ตงฟางโช่วจึงแนะให้ทำพิธีตบตาเทพเจ้าแห่งไฟในวันที่ 15 โดยให้ประชาชนแขวนโคมไฟและจุดประทัดทั่วเมืองเพื่อให้ดูเหมือนไฟกำลังไหม้
เขายังแนะให้ทำเครื่องบูชาด้วยลูกชิ้นข้าวเหนียวฝีมือ "หยวนเซียว" (เพราะเธอมีฝีมือด้านนี้) และประกาศให้คนเข้าเมืองมาชมโคมไฟ
แผนนี้ทำให้ครอบครัวของหยวนเซียวเดินทางเข้าเมืองมาดูโคมไฟ จนทำให้นางได้พบกับครอบครัวอีกครั้งอย่างปาฏิหาริย์
เทศกาลหยวนเซียวจึงเป็นวันแห่งความสุขที่ผสมผสานทั้งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และการเฉลิมฉลองของประชาชน การกินบัวลอยจีนหรือหยวนเซียวไม่ได้เป็นเพียงการระลึกถึงหญิงสาวในตำนานและขุนนางผู้มีเมตตาเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความกลมเกลียวและการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศอันสว่างไสวของโคมไฟที่ช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายและนำพาสิริมงคลมาสู่ชีวิต
#เทศกาลหยวนเซียว #บัวลอยจีน #โคมไฟจีน #ตำนานจีน #วันซ่างหยวน #วัฒนธรรมจีน
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
นิสัยจากวันเกิด
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
พลังแห่งอีโมจิ เมื่อสัญลักษณ์บนหน้าจอกลายเป็นเครื่องรางยุคใหม่
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
4 ไอเทมลับ ปรับฮวงจุ้ยบ้าน ดึงดูดโชคลาภและความมั่งคั่ง
สัญลักษณ์แห่งโชคดีจากทั่วทุกมุมโลก..สายมูต้องห้ามพลาด!!!
เจาะลึก 8 คำทำนายสุดระทึกที่อาจกลายเป็นจริง ...จาก"The Simpsons"
ยูเรเนียม ศิลาปาฏิหาริย์ หรือมัจจุราชสีเขียว? พลังงานที่กำหนดชะตากรรมของมนุษยชาติ



