หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แนวความคิดการสร้าง 12 ยักษ์ทวารบาล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศิลปะล้ำค่าสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ถือว่าเป็น "มรดกอันล้ำค่าของแผ่นดินไทย"


เขียนโดย dukedick

        นี่คือภาพของเหล่ายักษ์ทวารบาลแห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความงามเพียงอย่างเดียว หากแต่มีสถานะเป็น “ผู้พิทักษ์ประตู” ตามคติความเชื่อโบราณ ทำหน้าที่คอยคุ้มครองเขตพุทธาวาสและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดให้พ้นจากหมู่มารและสิ่งอัปมงคล การปรากฏตัวของยักษ์ที่ยืนตระหง่านเฝ้าทางเข้า จึงเปรียบเสมือนด่านแรกของความศักดิ์สิทธิ์ ที่บอกผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรกว่านี่คือพื้นที่อันทรงคุณค่าทั้งทางศาสนาและพระราชอำนาจ

        โดยที่ยักษ์ทวารบาลของวัดพระแก้วมีทั้งหมด 6 คู่ รวม 12 ตน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างยักษ์จากตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีสำคัญที่หลอมรวมคติความเชื่อ ศิลปะ และแนวคิดเรื่องราชอำนาจเข้าไว้ด้วยกัน ตัวรูปยักษ์เป็นงานก่ออิฐถือปูน แล้วตกแต่งอย่างประณีตด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมในสมัยนั้น ทำให้ยักษ์แต่ละตนมีความโดดเด่นทั้งสีสัน ลวดลาย และรายละเอียดเครื่องทรงที่วิจิตรตระการตา

        ซึ่งตำแหน่งของยักษ์ทั้ง 6 คู่นั้นจะยืนเฝ้าตามซุ้มประตูพระระเบียงรอบวัด โดยแต่ละคู่หันหน้าเข้าหากันราวกับกำลังคุมพื้นที่และตรวจตราผู้ผ่านเข้าออก การจำแนกว่า “ตนไหนเป็นใคร” มักสังเกตได้จากสีผิวกายเป็นสำคัญ รวมถึงลักษณะของมงกุฎหรือชฎาที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหมือนรหัสประจำตัวของยักษ์แต่ละตนในคติรามเกียรติ์

        เป็นที่น่าสนใจว่าในเชิงสัญลักษณ์ ยักษ์เหล่านี้ตามตำนานเดิมเคยเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพระราม ซึ่งมักถูกเปรียบกับองค์พระมหากษัตริย์ เมื่อยักษ์พ่ายแพ้หรือกลับใจ จึงยอมเข้ามาอยู่ในระเบียบอำนาจ กลายเป็นผู้เฝ้าประตูทั้งวังและวัด การที่ “ยักษ์ชั้นสูง” ต้องมาทำหน้าที่ทวารบาลจึงมีนัยสำคัญยิ่ง คือเป็นการสื่อถึงพระบารมีของพระมหากษัตริย์ที่สามารถปราบและผนวกพลังอำนาจเดิมให้กลับกลายเป็นกำลังพิทักษ์ อีกทั้งยังตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ว่ามีผู้คุ้มครองอย่างเข้มแข็ง

        และในบรรดายักษ์ทั้งหมด คู่ที่ผู้คนจดจำได้มากเป็นพิเศษคือ “ทศกัณฐ์” พญายักษ์แห่งกรุงลงกา และ “สหัสเดชะ” ยักษ์ผู้มีพันหน้าพันมือ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับปราสาทพระเทพบิดร เป็นจุดที่หลายคนมักหยุดชมและถ่ายภาพ เพราะความสง่างามของรูปทรง รายละเอียดเครื่องแต่งกาย และความหมายเชิงคติที่ยิ่งทำให้ภาพยักษ์ทวารบาลมิใช่เพียงงานประดับ แต่เป็น “สัญลักษณ์ของการพิทักษ์ ความศักดิ์สิทธิ์ และพระราชอำนาจ” ที่ฝังแน่นอยู่ในภูมิทัศน์ของวัดพระแก้วมาจนถึงปัจจุบัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
เขียนโดย dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูตต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี..งวดวันที่ 1 เมษายน 69จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้ว"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569นักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน"เทพทันใจ" ประทานโชค..เลขมงคล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบันจังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัวอันดับ 1 ของรายจ่ายที่ทำให้เงินไม่พอใช้ทั้งเดือนแบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่