แนวความคิดการสร้าง 12 ยักษ์ทวารบาล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศิลปะล้ำค่าสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ถือว่าเป็น "มรดกอันล้ำค่าของแผ่นดินไทย"

นี่คือภาพของเหล่ายักษ์ทวารบาลแห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความงามเพียงอย่างเดียว หากแต่มีสถานะเป็น “ผู้พิทักษ์ประตู” ตามคติความเชื่อโบราณ ทำหน้าที่คอยคุ้มครองเขตพุทธาวาสและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดให้พ้นจากหมู่มารและสิ่งอัปมงคล การปรากฏตัวของยักษ์ที่ยืนตระหง่านเฝ้าทางเข้า จึงเปรียบเสมือนด่านแรกของความศักดิ์สิทธิ์ ที่บอกผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรกว่านี่คือพื้นที่อันทรงคุณค่าทั้งทางศาสนาและพระราชอำนาจ
โดยที่ยักษ์ทวารบาลของวัดพระแก้วมีทั้งหมด 6 คู่ รวม 12 ตน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างยักษ์จากตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณคดีสำคัญที่หลอมรวมคติความเชื่อ ศิลปะ และแนวคิดเรื่องราชอำนาจเข้าไว้ด้วยกัน ตัวรูปยักษ์เป็นงานก่ออิฐถือปูน แล้วตกแต่งอย่างประณีตด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมในสมัยนั้น ทำให้ยักษ์แต่ละตนมีความโดดเด่นทั้งสีสัน ลวดลาย และรายละเอียดเครื่องทรงที่วิจิตรตระการตา
ซึ่งตำแหน่งของยักษ์ทั้ง 6 คู่นั้นจะยืนเฝ้าตามซุ้มประตูพระระเบียงรอบวัด โดยแต่ละคู่หันหน้าเข้าหากันราวกับกำลังคุมพื้นที่และตรวจตราผู้ผ่านเข้าออก การจำแนกว่า “ตนไหนเป็นใคร” มักสังเกตได้จากสีผิวกายเป็นสำคัญ รวมถึงลักษณะของมงกุฎหรือชฎาที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเหมือนรหัสประจำตัวของยักษ์แต่ละตนในคติรามเกียรติ์
เป็นที่น่าสนใจว่าในเชิงสัญลักษณ์ ยักษ์เหล่านี้ตามตำนานเดิมเคยเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพระราม ซึ่งมักถูกเปรียบกับองค์พระมหากษัตริย์ เมื่อยักษ์พ่ายแพ้หรือกลับใจ จึงยอมเข้ามาอยู่ในระเบียบอำนาจ กลายเป็นผู้เฝ้าประตูทั้งวังและวัด การที่ “ยักษ์ชั้นสูง” ต้องมาทำหน้าที่ทวารบาลจึงมีนัยสำคัญยิ่ง คือเป็นการสื่อถึงพระบารมีของพระมหากษัตริย์ที่สามารถปราบและผนวกพลังอำนาจเดิมให้กลับกลายเป็นกำลังพิทักษ์ อีกทั้งยังตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ว่ามีผู้คุ้มครองอย่างเข้มแข็ง
และในบรรดายักษ์ทั้งหมด คู่ที่ผู้คนจดจำได้มากเป็นพิเศษคือ “ทศกัณฐ์” พญายักษ์แห่งกรุงลงกา และ “สหัสเดชะ” ยักษ์ผู้มีพันหน้าพันมือ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับปราสาทพระเทพบิดร เป็นจุดที่หลายคนมักหยุดชมและถ่ายภาพ เพราะความสง่างามของรูปทรง รายละเอียดเครื่องแต่งกาย และความหมายเชิงคติที่ยิ่งทำให้ภาพยักษ์ทวารบาลมิใช่เพียงงานประดับ แต่เป็น “สัญลักษณ์ของการพิทักษ์ ความศักดิ์สิทธิ์ และพระราชอำนาจ” ที่ฝังแน่นอยู่ในภูมิทัศน์ของวัดพระแก้วมาจนถึงปัจจุบัน
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
หลวงพ่อขาวปากช่อง พระใหญ่สีขาวกลางขุนเขา กับบันไดศรัทธา 1,250 ขั้น
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
เลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรอง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
อำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
10 จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ผีดุ" ที่สุดในประเทศไทย ตำนานหลอนที่เล่าขานกันไม่รู้จบ
6 ความจริงของต้นไทรที่ต้นเดียวอาจขยายตัวจนดูเหมือนเป็นป่าเล็กๆ
1 Day Vlog with Her (นางสนมระดับล่าง) ตามติดชีวิตนางสนมระดับล่าง 1 วันทำอะไรบ้าง?
1 Day Vlog with Her (นางสนมระดับสูง) ตามติดชีวิตนางสนมระดับสูง 1 วันทำอะไรบ้าง?
1 Day Vlog with Me (ไทเฮา) ตามติดชีวิตไทเฮา 1 วันทำอะไรบ้าง?
1 Day Vlog with Her (ฮ่องเฮา) ตามติดชีวิตฮ่องเฮา 1 วันทำอะไรบ้าง?










