"เหรียญเงินตราพระมหามงกุฎ-พระแสงจักร" เหรียญที่ออกใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4
เหรียญเงินตรา “พระมหามงกุฎ–พระแสงจักร” นับเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์เงินตราไทย เพราะเป็น “เหรียญกษาปณ์แบบสากล” รุ่นแรก ๆ ที่สะท้อนการปฏิรูปประเทศให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่ เหรียญชุดนี้เริ่มออกใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เมื่อ พ.ศ. 2403 เพื่อใช้แทนเงินพดด้วงซึ่งไทยใช้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเป็นการยกระดับระบบเงินตราให้สอดคล้องกับการค้าระหว่างประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วภายหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง
ด้านรูปแบบ เหรียญพระมหามงกุฎ–พระแสงจักรมีลักษณะ “กลมแบน” ขอบเรียบ (บางรุ่นแรกอาจมีลายเฟืองเล็กน้อย) แตกต่างจากเงินพดด้วงที่เป็นก้อนกลม ๆ ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นทั้งในการนับ การเก็บรักษา และการค้าขายกับชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับเงินตราแบบเดิม
ลวดลายด้านหน้า ของเหรียญประทับตรา “พระมหามงกุฎเปล่งรัศมี” อันเป็นพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 4 สื่อถึงองค์พระมหากษัตริย์หรือพระเจ้าแผ่นดิน มีฉัตรอยู่ประกบสองข้าง พื้นเหรียญตกแต่งลายกิ่งไม้ และบริเวณรอบขอบเหรียญมี “ดาว” ใช้บอกราคาหรือชนิดราคา โดยดาว 1 ดวงแทน 1 เฟื้อง
ลวดลายด้านหลัง ปรากฏรูปช้างยืนพื้นหันหน้าไปทางซ้าย อยู่กึ่งกลางร่วมกับ “พระแสงจักร” ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดิน รอบขอบยังใช้จำนวนดาวเท่ากับด้านหน้าเพื่อยืนยันราคาของเหรียญ เช่น เหรียญ 1 บาทมี 8 ดาว และเหรียญ 1 สลึงมี 2 ดาว ในบางชนิดราคาอาจเพิ่มตัวอักษรหลายภาษาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอ่านค่าเงินได้ชัดเจน โดยมีอักษรไทยบอกราคาด้านบน เลขอารบิกอยู่ด้านซ้าย อักษรจีนอยู่ด้านล่าง และอักษรโรมันอยู่ด้านขวา (เช่น “F” แทนเฟื้อง)
เบื้องหลังการกำเนิดเหรียญชุดนี้สะท้อนพระวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจของรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงเห็นว่าเงินพดด้วงเริ่มมีข้อจำกัด ผลิตไม่ทันต่อความต้องการของการค้าขายที่ขยายตัว อีกทั้งชาวต่างชาติไม่ถนัดกับระบบเงินตราเดิม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สั่งซื้อเครื่องจักรผลิตเหรียญจากอังกฤษ ระหว่างรอเครื่องจักรหลัก สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษได้พระราชทานเครื่องผลิตเหรียญชุดเล็กเป็นเครื่องราชบรรณาการ ทำให้ไทยเริ่มผลิตเหรียญด้วยเครื่องจักรได้เป็นครั้งแรก และเมื่อเครื่องจักรแรงดันไอน้ำติดตั้งเรียบร้อย จึงมีการเปิดโรงกษาปณ์และผลิตเหรียญพระมหามงกุฎ–พระแสงจักรอย่างเป็นทางการ
เหรียญเงินตราพระมหามงกุฎ–พระแสงจักรมีหลายชนิดราคา ได้แก่ เหรียญ 1 บาท เหรียญกึ่งบาท (สองสลึง) เหรียญสลึง เหรียญเฟื้อง และเหรียญกึ่งเฟื้อง (สองไพ) นอกจากนี้ยังมีการผลิตเหรียญทอง “พัดดึงส์” รวมถึงเหรียญทองแดงในราคาต่าง ๆ เพื่อให้ระบบเงินตราครอบคลุมการซื้อขายในทุกระดับ
ด้วยเหตุนี้ เหรียญพระมหามงกุฎ–พระแสงจักรจึงไม่ได้เป็นเพียงเงินตราที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น หากยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของไทยจากเงินตราโบราณสู่ระบบกษาปณ์สมัยใหม่ และสะท้อนการปรับตัวของประเทศต่อโลกการค้าในศตวรรษที่ 19 อย่างชัดเจน
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
แอปเปิลถอด VK ออกจาก App Store รัสเซียขอคำชี้แจง
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
บ้านล่องหน Mirrorcube Treehotel ในสวีเดน ไอเดียเจ๋งเลยนะเนี่ย
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
รถยนต์ไฮบริดไทย ปี 2026 รุ่นไหนบ้างที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ
ส้มตำที่ใส่ขนมจีน ทำไมจึงเรียก "ตำซั่ว"
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
โรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตจิตใจของสนมในราชวงศ์ชิง
โลกเป็นคุกของจักรวาล? เปิดตำนาน "Prison Planet Theory" ทฤษฎีสุดลึกลับที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของมนุษย์
ศิลปะยุโรปในยุคกลางที่หลายคนมองว่า "แปลก" ไม่ได้เกิดจากศิลปินห่วย
เปิดสูตรลับครีมบำรุงผิวของซูสีไทเฮา ตำนานความงามที่มี "ขี้นก" เป็นส่วนผสม
