ประวัติศาสตร์โลกผ่านแก้วน้ำชา: ทำไมทั่วโลกถึงเรียก "ชา" เหมือนกันเพียง 2 แบบ
เคยสงสัยไหมว่าเหตุใดภาษาที่แตกต่างกันทั่วโลกกลับเรียกเครื่องดื่มชนิดเดียวกันด้วยคำที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดใจ โดยแบ่งออกเป็นเพียงกลุ่ม "Cha" และ "Tea" เท่านั้น เรื่องราวนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงเส้นทางการค้า การเดินเรือ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจากประเทศจีนสู่ซีกโลกต่างๆ ที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในภาษาจนถึงปัจจุบัน
รากเหง้าเดียวกันแต่ต่างสำเนียง
ต้นกำเนิดของชามาจากประเทศจีนซึ่งมีการบริโภคมานานกว่า 4,000 ปี ในภาษาจีนคำว่า "ชา" มีการออกเสียงตามสำเนียงท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นรากศัพท์สำคัญของโลก 2 สำเนียง คือ "ฉา" (Cha) จากภาษาจีนกลางและกวางตุ้ง และ "เต๋" หรือ "เต" (Te) จากสำเนียงฮกเกี้ยนบริเวณชายฝั่งทะเล ความแตกต่างทางภาษานี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งกลุ่มเรียกชื่อชาทั่วโลก
"Cha" เส้นทางสายไหมและการค้าทางบก
ประเทศที่รับวัฒนธรรมการดื่มชาผ่านการติดต่อค้าขายทางบก โดยเฉพาะตามเส้นทางสายไหม มักจะเรียกชื่อเครื่องดื่มนี้ตามสำเนียงจีนแผ่นดินใหญ่ที่ออกเสียงว่า "ฉา"
-
อินเดีย: เรียกว่า "Chai"
-
ญี่ปุ่นและเกาหลี: เรียกว่า "Cha"
-
ไทย รัสเซีย และเปอร์เซีย: เรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า "ชา" เช่นเดียวกัน การค้าทางบกทำให้เสียงของคำยังคงความใกล้เคียงกับต้นฉบับเดิมเนื่องจากเป็นการปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับพื้นที่ตอนในของจีน
"Tea" พ่อค้าชาวยุโรปและการค้าทางทะเล
ในทางกลับกัน คำว่า "Tea" มีจุดกำเนิดจากการค้าทางทะเล เมื่อพ่อค้าชาวยุโรปติดต่อค้าขายกับเมืองท่าบริเวณชายฝั่งจีนซึ่งใช้สำเนียงฮกเกี้ยนและออกเสียงว่า "Te"
-
เนเธอร์แลนด์: รับคำนี้ไปเป็น "Thee"
-
อังกฤษ: พัฒนาเป็นคำว่า "Tea"
-
สเปนและฝรั่งเศส: เรียกว่า "Té" และ "Thé" ตามลำดับ คำกลุ่มนี้จึงแพร่กระจายไปยังทวีปอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกผ่านเส้นทางการเดินเรือในอดีต
อย่างไรก็ตาม ชื่อเรียกของ "ชา" ทั่วโลกจึงเป็นหลักฐานทางมานุษยวิทยาที่แบ่งโลกออกเป็น 2 กลุ่มตามเส้นทางการค้าโบราณอย่างชัดเจน ประเทศที่รับผ่านเส้นทางบกจะอยู่ในกลุ่ม "Cha" ขณะที่ประเทศที่รับผ่านเส้นทางทะเลจะอยู่ในกลุ่ม "Tea" ความหลากหลายทางภาษานี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกเครื่องดื่ม แต่คือบันทึกที่มีชีวิตซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเศรษฐกิจ การเดินเรือ และความเชื่อมโยงของผู้คนทั่วโลกที่ส่งต่อกันมาผ่านน้ำชาเพียงแก้วเดียว
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
10 อันดับจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดในประเทศไทย
5 เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อตับและระบบย่อยอาหารเป็นอย่างยิ่ง
ไทม์ไลน์ที่หลายคนไม่เคยรู้! ใครกันแน่ที่มาทีหลังในปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
"เลขเด็ดจากดวงดาว" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมา เอาปากกาจดเลย!
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ปิดตำนาน "อาจารย์สกล" อำลาหมอนทองวิทยา เตรียมปั้นดาวรุ่งดวงใหม่ที่พุทธิรังสีพิบูล
น้องแมวที่ทำท่าตลกๆ อยู่ที่สวนลุมพินี ตอนนี้กำลังเป็นไวรัลทั้งที่ญี่ปุ่นและในไทยเลยนะเนี่ย น่ารักจริงๆเน่อ
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีคนเรียนจบในระดับปริญญามากที่สุด
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่หาดอ่าวนาง กระบี่
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
ควันคลุ้งชายแดน! เขมรเผาไม่หยุด ชาวบ้านสุรินทร์แสบจมูก–หายใจติดขัด หวั่นลุกลามสู่การปะทะรอบใหม่
“อิหม่ามเป็นลม” : มะเขือยาวรสเลิศที่มาพร้อมตำนานชวนยิ้มแห่งตุรเคีย
ตูปะซูตง : หมึกยัดไส้ข้าวเหนียว มรดกภูมิปัญญาอาหารสองวัฒนธรรม
"ข้าวต้มกุ๊ย" จากอาหารกุลีสู่เมนูโปรดเจ้าสัว ตำนานแห่งการเอาชีวิตรอด
มักกะโรนีอบชีส: จากตำรับยุโรปสู่จานโปรดบนโต๊ะประธานาธิบดีสหรัฐฯ


