สาเหตุของกระเนื้อ และวิธีแยกจากกระธรรมดา
สาเหตุของกระเนื้อ
และวิธีแยกจากกระธรรมดา
กระเนื้อถือเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากขึ้น หรือผู้ที่มีผิวถูกเสียดสีบ่อยครั้ง แม้จะไม่อันตรายต่อสุขภาพ แต่กระเนื้อสามารถสร้างความกังวลเรื่องความสวยงามและความมั่นใจให้กับผู้ที่มีได้ไม่น้อย เนื่องจากทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และบางครั้งอาจเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หลายคนมักสับสนระหว่าง “กระเนื้อ” กับ “กระธรรมดา” ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งสองชนิดมีลักษณะและสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับกระเนื้อ ทั้งสาเหตุ การสังเกต ลักษณะความแตกต่างจากกระธรรมดาและไฝ แนวทางการรักษาที่ปลอดภัย วิธีดูแลผิวหลังการรักษา รวมถึงวิธีป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคต เพื่อให้คุณได้ผิวเรียบเนียนและกลับมามั่นใจอีกครั้ง
กระเนื้อคืออะไร?
กระเนื้อ หรือ Seborrheic keratosis คือภาวะที่เซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าเกิดการแบ่งตัวมากผิดปกติ ส่งผลให้เกิดเป็นตุ่มหรือปื้นนูนบนผิวหนัง มีสีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ดำ หรือบางครั้งสีใกล้เคียงกับผิว ทำให้มองเห็นเป็นแผ่นผิวที่ติดอยู่บนผิวชั้นบน กระเนื้อไม่ใช่มะเร็งและไม่เกี่ยวข้องกับแสงแดด แต่เป็นติ่งผิวชนิดหนึ่งที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการ
แม้ว่ากระเนื้อจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่การที่ผิวมีตุ่มนูนหรือปื้นหลายจุดสามารถส่งผลต่อความมั่นใจและความสวยงามของผิวได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดกระเนื้อ
แม้หลายคนเชื่อว่ากระเนื้อเกิดจากแสงแดด แต่ความจริงคือกระเนื้อเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวชั้นบนที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้ผิวแบ่งตัวและหนาตัวผิดปกติ ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดกระเนื้อมีหลายประการ ดังนี้
1. พันธุกรรม
หากคนในครอบครัวมีประวัติกระเนื้อ โอกาสที่รุ่นถัดไปจะเกิดกระเนื้อก็สูงขึ้น เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวของเซลล์ผิวมีแนวโน้มทำงานมากเกินไป เมื่อรวมกับอายุและการเสียดสี ผิวจึงเกิดกระเนื้อได้ง่ายขึ้น
2. การเสียดสีซ้ำ ๆ ของผิว
การเสียดสีเรื้อรังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดกระเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวสัมผัสกันบ่อย เช่น ใต้แขน คอ หรือหลัง การเสียดสีทำให้ผิวชั้นบนบาดเจ็บ ร่างกายจึงตอบสนองโดยสร้างเซลล์ผิวใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดเป็นตุ่มนูน
3. อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวช้าลง เซลล์ผิวเก่าสะสมบนผิวมากขึ้น ส่งผลให้ผิวชั้นบนหนาตัวและเกิดกระเนื้อ
4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
ช่วงวัยทอง หลังคลอด หรือการใช้ยาที่มีผลต่อฮอร์โมน สามารถทำให้เกิดกระเนื้อได้ เนื่องจากฮอร์โมนมีผลต่อการผลิตซีบัมและการแบ่งตัวของเซลล์ผิว
5. ผิวมัน
ผู้ที่มีผิวมันผลิตซีบัมมาก ทำให้ผิวชุ่มชื้นเกินไปและรูขุมขนถูกปิดกั้น ส่งผลให้ผิวชั้นบนหนาตัวและเกิดกระเนื้อ
สรุปคือ กระเนื้อไม่ได้เกิดจากแสงแดดและไม่เป็นมะเร็ง แต่การเกิดกระเนื้อสามารถสร้างความกังวลด้านความสวยงามได้
วิธีสังเกตกระเนื้อ
การสังเกตลักษณะเฉพาะของกระเนื้อช่วยให้แยกออกจากปัญหาผิวอื่น ๆ ได้
- สี: น้ำตาลอ่อนถึงเข้ม บางครั้งสีไม่สม่ำเสมอ
- พื้นผิว: ขรุขระ คล้ายติดอยู่บนผิว
- ขนาดและรูปร่าง: เล็กไม่กี่มิลลิเมตรถึงใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร บางครั้งรวมเป็นแผ่นหลายชั้น
- ตำแหน่ง: ใบหน้า ลำคอ ลำตัว หลัง แขน
- อาการ: ไม่เจ็บ ไม่คัน หากเสียดสีอาจอักเสบ แดง หรือหลุด
กระเนื้อ vs ไฝ
แม้กระเนื้อและไฝจะคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างหลายด้าน
- ต้นกำเนิดเซลล์: กระเนื้อจากเซลล์ชั้นบน, ไฝจากเซลล์สร้างเม็ดสี
- ผิวและรูปร่าง: กระเนื้อผิวหยาบ, ไฝเรียบหรือเล็กนูนสม่ำเสมอ
- อายุและการเกิด: กระเนื้อพบใน 30 ปีขึ้นไป, ไฝเกิดตั้งแต่วัยเด็ก/วัยรุ่น
- ความเสี่ยง: กระเนื้อไม่อันตราย, ไฝบางชนิดเสี่ยงมะเร็ง
- ปัจจัยกระตุ้น: กระเนื้อไม่โดนแดด, ไฝอาจเข้มขึ้นจากแดด
อันตรายของกระเนื้อ
แม้กระเนื้อจะไม่เป็นมะเร็ง แต่หากไม่รักษาหรือกำจัดเองอาจเกิดผลเสียต่อผิว
- เลือดออกง่าย: การแกะหรือดึงเอง
- อักเสบและติดเชื้อ: การเสียดสีจากเสื้อผ้า เครื่องประดับ
- เกิดแผลเป็น: การกำจัดผิดวิธี
- สัญญาณสุขภาพ: กระเนื้อจำนวนมาก อาจสัมพันธ์โรคอ้วนหรือฮอร์โมนผิดปกติ
วิธีรักษากระเนื้อ
การรักษาควรทำโดยแพทย์เพื่อความปลอดภัย ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
1. เลเซอร์รักษากระเนื้อ
- กำจัดกระเนื้อแม่นยำ
- เจ็บน้อย เลือดออกน้อย
- แผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว
ข้อควรระวัง: ต้องทำโดยแพทย์, อาจเกิดรอยแดงชั่วคราว
2. จี้ไฟฟ้า (Electrocautery)
- เหมาะกับกระเนื้อหลายเม็ด
- แผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว
ข้อควรระวัง: ต้องดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์
3. ตัดกระเนื้อด้วยเครื่องมือแพทย์ (Surgical Excision)
- เหมาะกับกระเนื้อขนาดใหญ่หรือฐานหนา
- แพทย์สามารถปรับแต่งการรักษาได้
ข้อควรระวัง: ต้องเย็บแผลและดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด
4. จี้เย็น (Cryotherapy)
- ใช้ไนโตรเจนเหลวทำลายเซลล์กระเนื้อ
- ฟื้นตัวเร็ว สามารถทำซ้ำได้
ข้อควรระวัง: อาจเกิดรอยดำหรือขาวชั่วคราว
ทำไมไม่ควรแกะหรือดึงกระเนื้อเอง
การแกะหรือดึงกระเนื้อเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจากมีความเสี่ยงหลายประการที่อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังและสุขภาพโดยรวม:
- เสี่ยงติดเชื้อและอักเสบ – การใช้มือหรืออุปกรณ์ไม่สะอาดในการดึงกระเนื้อ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออักเสบบริเวณผิวหนังรอบ ๆ กระเนื้อได้
- เสี่ยงเกิดรอยดำหรือแผลเป็นถาวร – การแกะกระเนื้ออย่างแรงหรือไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดรอยดำ ฝ้า หรือแผลเป็นที่ยากต่อการรักษาในอนาคต
- กระเนื้ออาจไม่หลุดหมดและกลับขึ้นใหม่ – การดึงเองอาจทำให้เหลือรากของกระเนื้อ ทำให้กระเนื้อกลับขึ้นมาใหม่ได้ และต้องทำซ้ำหลายครั้ง
- เสี่ยงเลือดออกและระคายเคือง – การแกะกระเนื้อเองอาจทำให้เลือดออก เกิดอาการระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ
การดูแลผิวหลังรักษากระเนื้อ
หลังจากทำการรักษากระเนื้อ ไม่ว่าจะด้วยเลเซอร์ การจี้ หรือการผ่าตัดเล็ก การดูแลผิวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และป้องกันแผลเป็นในระยะยาว
1. หลีกเลี่ยงน้ำและความอับชื้น 24 ชั่วโมงแรก
หลังการรักษา ควรป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำหรือเหงื่อ เพราะความชื้นอาจเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อและทำให้แผลหายช้า
2. งดแกะ เกา หรือสะเก็ดแผล
การแกะหรือเกาอาจทำให้แผลอักเสบ เกิดรอยดำ หรือแผลเป็นถาวร ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดเองตามธรรมชาติ
3. งดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิว 1–2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงครีมสครับ สบู่หรือโทนเนอร์ที่มีสารระคายเคือง เพื่อให้ผิวรอบแผลฟื้นตัวได้เร็วและปลอดภัย
4. หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
แสงแดดสามารถทำให้แผลดำคล้ำหรือเกิดรอยดำหลังการรักษาได้ ควรปกป้องด้วยเสื้อผ้าหรือครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน
5. สังเกตอาการผิดปกติ
ตรวจสอบผิวอย่างใกล้ชิด หากมีอาการแดง บวม มีหนอง หรือปวดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
ปัจจัยที่ทำให้กระเนื้อเกิดซ้ำ
- การรักษาที่กำจัดเฉพาะตุ่มที่มองเห็น
- สภาพผิวและพันธุกรรม
- พฤติกรรมประจำวัน เช่น การเสียดสี
- อายุและการเปลี่ยนแปลงของผิว
- การดูแลหลังรักษาไม่เหมาะสม
ลักษณะการเกิดซ้ำ
- มักขึ้นบริเวณใกล้เคียง ไม่ใช่ตำแหน่งเดิม
- ขึ้นทีละเม็ดหรือหลายเม็ด
- สีและผิวคล้ายเดิม ไม่มีอาการเจ็บ
วิธีลดโอกาสการเกิดกระเนื้อซ้ำ
- ลดการเสียดสีผิว: เสื้อผ้าไม่รัดแน่น, เนื้อผ้านุ่ม
- ควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด
- งดแกะหรือดึงตุ่มผิวเอง
- ดูแลผิวให้สะอาด ลดความอับชื้น
- ตรวจผิวกับแพทย์เป็นระยะ
การป้องกันซ้ำต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการดูแลผิวและปรับพฤติกรรมประจำวันร่วมกัน
สรุป
กระเนื้อ (Seborrheic keratosis) เป็นปัญหาผิวที่ไม่ร้ายแรงแต่ส่งผลต่อความมั่นใจ หากรู้จักสาเหตุ ลักษณะเฉพาะ และความแตกต่างจากกระธรรมดาและไฝ จะช่วยให้สามารถจัดการได้อย่างถูกวิธี การรักษากระเนื้อควรทำโดยแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน หลังการรักษาควรดูแลผิวอย่างเคร่งครัดเพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหรือแผลเป็น และปรับพฤติกรรมประจำวันเพื่อลดโอกาสกระเนื้อเกิดซ้ำ
ด้วยความรู้และการดูแลที่ถูกต้อง คุณสามารถมีผิวเรียบเนียน สม่ำเสมอ และมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองได้อีกครั้ง
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
"เลขเด็ดจากดวงดาว" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมา เอาปากกาจดเลย!
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
ไทม์ไลน์ที่หลายคนไม่เคยรู้! ใครกันแน่ที่มาทีหลังในปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
5 เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อตับและระบบย่อยอาหารเป็นอย่างยิ่ง
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีคนเรียนจบในระดับปริญญามากที่สุด
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
5 ปัญหารถยนต์ EV ที่ผู้ซื้อต้องเจอ และน่าปวดใจ
10 อันดับจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีคนเรียนจบในระดับปริญญามากที่สุด
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่หาดอ่าวนาง กระบี่
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
ควันคลุ้งชายแดน! เขมรเผาไม่หยุด ชาวบ้านสุรินทร์แสบจมูก–หายใจติดขัด หวั่นลุกลามสู่การปะทะรอบใหม่




