ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรดูแลตัวเองอย่างไร? ระวังอะไรบ้าง?
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรดูแลตัวเองอย่างไร? ระวังอะไรบ้าง?
การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเติมเต็มริ้วรอย เพิ่มวอลลุ่ม และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย บทความนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะสรุปให้เข้าใจง่ายว่า หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทำอะไร ควรดูแลตัวเองอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว อยู่ได้นาน และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี ลดอาการบวม และป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อไปนี้ในช่วงพักฟื้น
- งดแต่งหน้าบริเวณที่ฉีด
ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางในจุดที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 12–24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคืองและการติดเชื้อ - ไม่จับ บีบ หรือนวดใบหน้าแรง ๆ
หลีกเลี่ยงการสัมผัส กดทับ หรือคลึงบริเวณที่ฉีดประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว เสียรูปทรง หรือไม่เข้าที่ - หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด
ควรงดกิจกรรมที่ต้องเจอความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ ล้างหน้าด้วยน้ำร้อน หรืออยู่กลางแดดจัด ประมาณ 1–2 สัปดาห์ เนื่องจากความร้อนอาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น - งดนอนท่าที่กดทับใบหน้า
ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง - งดออกกำลังกายหนัก
ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหักโหมหรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากประมาณ 1–2 วัน เพราะอาจทำให้อาการบวมและการอักเสบเพิ่มขึ้น - งดดื่มแอลกอฮอล์
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1–2 วัน เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจทำให้บวมและเกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้น - งดสูบบุหรี่
ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ในช่วง 1–2 วันแรก เพราะส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด ทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้าและเสี่ยงต่อการอักเสบ - เลี่ยงอาหารดิบและของหมักดอง
ควรงดอาหารดิบ ของหมักดอง และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ - หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
อาหารที่หวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด ควรเลี่ยงในช่วง ประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการบวมและการอักเสบมากขึ้น - งดทำทรีตเมนต์และหัตถการอื่น ๆ
ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่ใช้ความร้อน หรือทรีตเมนต์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองง่าย ประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เสื่อมสภาพเร็ว - งดการผลัดเซลล์ผิว
หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA หรือ BHA ประมาณ 1–2 สัปดาห์ เพื่อลดการระคายเคืองและการอักเสบของผิว
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องหลังฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยให้อาการบวมยุบเร็ว ฟิลเลอร์เข้าที่สวย และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยมีแนวทางดูแลดังนี้
- ประคบเย็นอย่างนุ่มนวลเมื่อมีอาการบวม
หากมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีดได้เบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือคลึงแรง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ - นอนหงายและยกศีรษะให้สูง
ในช่วง 2–3 วันแรก ควรนอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าระดับหน้าอก เพื่อช่วยลดอาการบวมและป้องกันการกดทับฟิลเลอร์ - ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี เซตตัวเร็ว และคงสภาพได้นานขึ้น - พักผ่อนให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่
ควรนอนหลับอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และทำให้อาการบวมช้ำดีขึ้นเร็วขึ้น - ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน
ล้างหน้าเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว หลีกเลี่ยงการถูแรง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อลดการระคายเคืองและไม่กระทบต่อฟิลเลอร์ - บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน
การเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจะช่วยเสริมการฟื้นฟูผิว ควรทาครีมอย่างเบามือ และหลีกเลี่ยงการนวดหรือถูแรงในบริเวณที่ฉีด - รับประทานยาตามคำแนะนำแพทย์
หากแพทย์มีการจ่ายยา ควรรับประทานให้ครบตามที่กำหนด เพื่อช่วยลดอาการบวม ปวดตึง และป้องกันภาวะแทรกซ้อน - เฝ้าสังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ
หากพบความผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้น ปวด ร้อน กดเจ็บ ผิวเปลี่ยนสี หรือฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการประเมินและแก้ไขอย่างเหมาะสม
หลังฉีดฟิลเลอร์แต่ละจุดควรระวังตัวอย่างไร?
หลังฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ จะมีแนวทางดูแลและข้อควรระวังที่แตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่สวย ลดอาการบวม และป้องกันการเคลื่อนตัว ดังนี้
- ฟิลเลอร์ใต้ตา
ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือสัมผัสบริเวณใต้ตาแรง ๆ เนื่องจากผิวจุดนี้บอบบางและบวมช้ำได้ง่าย แนะนำให้นอนหงาย หนุนหมอนให้ศีรษะสูงเล็กน้อยเพื่อลดอาการบวม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานยาตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด - ฟิลเลอร์ขมับ
หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสขมับแรง ๆ รวมถึงงดนอนตะแคง และหลีกเลี่ยงหมวกหรือแว่นที่รัดบริเวณขมับแน่นเกินไป เพื่อป้องกันฟิลเลอร์ผิดรูป หากมีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งได้ - ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ควรหลีกเลี่ยงการกดนวดร่องแก้ม การนอนตะแคง และการแสดงสีหน้ามากเกินไป เช่น การยิ้มกว้างหรือหัวเราะแรง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่ฟิลเลอร์จะเคลื่อนหรือจับตัวเป็นก้อน พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานยาตามแพทย์สั่ง - ฟิลเลอร์แก้มตอบ
งดการบีบ หยิก หรือกดบริเวณแก้ม รวมถึงหลีกเลี่ยงท่านอนที่กดทับแก้มโดยตรง เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เสียรูป แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ และดูแลตามคำแนะนำแพทย์อย่างต่อเนื่อง - ฟิลเลอร์ปาก
หลีกเลี่ยงการจับ บีบ หรือถูริมฝีปากแรง ๆ รวมถึงงดพฤติกรรมที่กดทับปาก เช่น การเม้มปากหรือใช้หลอดดูดน้ำ ควรงดอาหารร้อนจัด อาหารรสจัด ของดิบ และของหมักดอง เพื่อลดความเสี่ยงการอักเสบและติดเชื้อ - ฟิลเลอร์คาง
ควรหลีกเลี่ยงการเท้าคาง การกดนวดแรง ๆ หรือใส่อุปกรณ์ที่รัดคางแน่นเกินไป รวมถึงงดนอนคว่ำหรือนอนตะแคง เพื่อลดโอกาสที่ฟิลเลอร์จะเคลื่อนหรือเสียทรง - ฟิลเลอร์หน้าผาก
งดการกด นวด หรือสัมผัสหน้าผากแรง ๆ หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ นอนตะแคง และการขยับกล้ามเนื้อหน้าผากมากเกินไป เช่น การเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปได้ดี
หลังฉีดฟิลเลอร์ควรรับประทานอาหารแบบไหน?
หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกทานอาหารที่ช่วยซ่อมแซมผิว ลดการอักเสบ และเสริมการฟื้นตัวของร่างกาย ได้แก่
- อาหารโปรตีนสูง เช่น เนื้อไม่ติดมัน ปลา ไข่ และถั่วต่าง ๆ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สมานแผล และลดอาการอักเสบ
- ธัญพืชและเมล็ดพืช เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ควินัว งา เมล็ดเจีย และเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยเสริมใยอาหาร ลดการระคายเคือง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผักหลากสี เช่น ผักใบเขียว บรอกโคลี แคร์รอต ฟักทอง มะเขือเทศ และพริกหวาน ช่วยฟื้นฟูผิว ลดการอักเสบ และเพิ่มความยืดหยุ่น
- ผลไม้สด โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี มะละกอ สับปะรด และผลไม้ตระกูลเบอร์รี ช่วยบำรุงผิวและกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 1.5–2 ลิตร เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี ดูฟูเป็นธรรมชาติ และเข้าที่ได้เร็วขึ้น
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์อย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการจับ กด หรือถูบริเวณที่ฉีด งดความร้อน งดออกกำลังกายหนัก งดนอนกดทับใบหน้า รวมถึงงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง หรืออาหารดิบ หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
อาลัย "ชูวงศ์ ฉายะจินดา" ราชินีนวนิยายพาฝัน ผู้ร้อยเรียงจินตนาการผ่านตัวอักษร
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
แมวป่าชนิดเดียวในไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวน
มนุษย์กำลังจะหายไป...
กัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคง
อาลัย "ชูวงศ์ ฉายะจินดา" ราชินีนวนิยายพาฝัน ผู้ร้อยเรียงจินตนาการผ่านตัวอักษร
จอมขมังเวทย์
Retinol คืออะไร? เจาะลึกเหตุผลที่กลายเป็นไอเทม Anti-Aging ขายดี
เจาะลึก Longevity Beauty ทำไม Vitamin C คือสารสกัดที่ขาดไม่ได้
คู่มือผลิตลิปแบรนด์ตัวเองกับ Pure Derima Laboratories ครบทุกขั้นตอนจนพร้อมขาย
DIAMONDUO สารสกัดอัญมณีช่วยเพิ่มมูลค่า และผลลัพธ์ให้สินค้าแบรนด์คุณ
