อื้อหือ...แอบขนลุกภาพของครอบครัวกิ้งกือที่อยู่กันเป็นฝูงๆ หาดูยากเหมือนกันนะเนี่ย
เพราะว่ากิ้งกือนั้นไม่ใช่แค่ “สัตว์หน้าตาแปลก ๆ ที่ชอบขดตัว” ตามที่หลายคนคุ้นตา แต่เป็นแรงงานเงียบของผืนดินที่ทำงานแทบไม่หยุด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นและมีเศษซากพืชทับถมหนาแน่นอย่างป่าเขตร้อน เมื่อใบไม้ร่วงหล่น กิ่งไม้ผุพัง หรือผลไม้สุกตกพื้น สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ กลายเป็นชั้นอินทรียวัตถุที่รอการย่อยสลาย และกิ้งกือคือหนึ่งในผู้รับหน้าที่สำคัญที่สุดในการ “เริ่มต้นกระบวนการ” ให้ธรรมชาติเดินหน้าต่อได้
ในชีวิตประจำวันของกิ้งกือ การกินไม่ได้หมายถึงการล่าเหยื่อเหมือนสัตว์นักล่า แต่เป็นการค่อย ๆ กัดกินซากพืชที่เปื่อยนิ่ม เศษใบไม้ที่เริ่มผุ หรือไม้ที่กำลังสลายตัว สิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่าเหล่านี้กลับเป็นวัตถุดิบที่กิ้งกือเปลี่ยนให้กลายเป็นประโยชน์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะเมื่อผ่านระบบย่อยอาหารที่มีจุลินทรีย์ช่วยทำงาน เศษซากเหล่านั้นจะถูกย่อยให้ละเอียดลง แล้วถูกขับถ่ายออกมาเป็นมูลเม็ดเล็ก ๆ ที่อัดแน่นด้วยสารอินทรีย์และจุลินทรีย์พร้อมใช้งาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำดี และมีธาตุอาหารหมุนเวียนกลับสู่รากไม้ได้เร็วขึ้น
การเคลื่อนไหวของกิ้งกือเองก็ส่งผลต่อดินไม่น้อย แม้จะคลานช้า ๆ แต่การเลื้อยผ่านชั้นใบไม้และพื้นดินช่วยพรวนดินแบบธรรมชาติ ทำให้เกิดช่องอากาศและทางน้ำเล็ก ๆ ลดการแน่นทึบของหน้าดิน เป็นเหมือนการปรับโครงสร้างดินให้เหมาะกับการเติบโตของพืชและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอื่น ๆ ในระบบนิเวศ ดังนั้นในพื้นที่ที่มีกิ้งกืออาศัยอยู่มาก มักพบว่าดินมีชีวิต มีการย่อยสลายที่คึกคัก และระบบหมุนเวียนธาตุอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม กิ้งกือไม่ได้มีแต่บทบาทด้าน “ผู้ย่อยสลาย” เท่านั้น ในฐานะสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีจำนวนมากและกระจายกว้าง กิ้งกือยังเป็นอาหารของสัตว์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นนกบางชนิด กบ คางคก ตะขาบ งูขนาดเล็ก ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลานบางประเภท วงจรชีวิตของมันจึงเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อาหารโดยตรง เป็นทั้งผู้แปรสภาพซากพืชให้กลายเป็นธาตุอาหาร และเป็นแหล่งพลังงานให้ผู้ล่าในระดับถัดไป ทำให้ระบบนิเวศมีความต่อเนื่องและสมดุลมากขึ้น
แม้กิ้งกือจะดูไม่ดุร้าย แต่ก็มีวิธีป้องกันตัวที่ชัดเจน นอกจากการขดเป็นวงกลมเพื่อปกป้องส่วนท้องที่บอบบางแล้ว หลายชนิดยังสามารถปล่อยสารคัดหลั่งเพื่อขับไล่ศัตรู กลิ่นอาจฉุนหรือทำให้ระคายเคืองได้ จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรหยิบจับด้วยมือเปล่าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเมื่อเราพบมันในสวน ใต้กระถาง หรือกองใบไม้เปียกชื้น แทนที่จะมองว่าเป็นตัวน่ารำคาญ บางครั้งการปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันต่อไปคือวิธีที่ธรรมชาติและสวนของเราจะได้ประโยชน์มากที่สุด
เมื่อมองให้ลึกลงไป กิ้งกือเป็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่อาจไม่โดดเด่นในสายตา แต่กลับมีความสำคัญยิ่งต่อ “ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดิน” การที่ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นได้ ป่าไม้หมุนเวียนธาตุอาหารได้ และดินยังคงมีชีวิตอยู่ ล้วนมีเงาของผู้ทำงานหลังฉากอย่างกิ้งกืออยู่เสมอ และในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน การเข้าใจบทบาทเล็ก ๆ เหล่านี้อาจทำให้เราเห็นคุณค่าของธรรมชาติได้ชัดขึ้นกว่าที่เคย
ขอบคุณภาพประกอบจากเพจสำรวจโลกจ้า
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
วัวแอนโคเล–วาตูซี: มหากาพย์เขายักษ์และจิตวิญญาณแห่งแอฟริกา
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
"พิธา" คลั่งรัก "ก้อย" หนักมาก! จนชาวเน็ตแห่แซว "ช่วยตัดเน็ตพ่อที" หวานเกิ๊น!
รวมภาพตลกเฮฮา ประจำวันนี้ วันที่เป็นวันตรุษจีน ขอให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีความสุข ความเจริญกันโดยถ้วนหน้าเด้อครับเด้อ
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
เปิดบ้านหิมะ “เต้ย จรินทร์พร” ไฟรักละมุนกลางแดนอาทิตย์อุทัย ครอบครัวพร้อมหน้า แฟนหนุ่มต่างชาติร่วมเฟรม สัญญาณข่าวดีใกล้เข้ามาหรือไม่





