สมันตปาสาทิกา ภาคภาษาจีนโบราณ
เขียนโดย PokPronsawan07
หากพูดถึงคัมภีร์ในทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ผู้ที่อยู่ในวงการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในแวดวงการศึกษาภาษาบาลี ก็คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักคัมภีร์สมันตปาสาทิกา ซึ่งเป็นอรรถกถาหรือคัมภีร์อธิบายความ ขยายความในพระวินัยนั่นเอง ในวงการพระบาลีนั้นจะนำหนังสือเล่มนี้มาประกอบการเรียน การสอน ตั้งแต่ เปรียญธรรม 6 ประโยค จนถึงเปรียญธรรม 8 ประโยค ซึ่งนับว่าเป็นคัมภีร์ที่มีความสำคัญเล่มหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา ที่ทำให้เราได้เข้าใจพระวินัยอย่างลึกมากยิ่งขึ้นไป ปัจจุบันนี้เรามีคัมภีร์สมันตปาสาทิกา อยู่ 2 เวอร์ชั่น หลัก ๆ ด้วยกัน คือ เวอร์ชั่นภาษาบาลี และเวอร์ชั่นภาษาจีนโบราณ (บันทึกเก็บไว้ในรูปแบบอักษรจีนตัวเต็ม จำนวนขีดจะเยอะกว่าจีนตัวย่อ)
1) เวอร์ชั่นภาษาบาลี หากเราอ่านประวัติของพระพุทธโฆสะ ที่ปรากฎในพุทธโฆสนิทาน (เกี่ยวกับพระพุทธโฆสาจารย์ไปแปลพระคัมภีร์ในประเทศศรีลังกา) เราจะพบประวัติที่น่าสนใจว่า หลังจากที่ท่านผ่านการทดสอบปัญญาจากสมเด็จพระสังฆราช โดยการแต่งวิสุทธิมรรคถึง 3 ครั้ง เพราะท้าวสักกะเทวราช หรือ พระอินทร์ เอาไปซ่อน 2 ครั้ง เพื่อจะแสดงให้เห็นถึงปัญญาของพระพุทธโฆสะ ว่ามีปัญญามากพอที่จะแปลคัมภีร์จากภาษาสิงหล เป็นภาษามคธ (ภาษาบาลี) หลังจากนั้นท่านถึงได้แปลคัมภีร์ และคัมภีร์ที่ท่านได้มีส่วนในการนำมาอธิบายขยายความพระวินัยก็คือ คัมภีร์สมันตปาสาทิกา (พระพุทธโฆสะ ท่านใช้ท่านวิธีการอธิบายคัมภีร์ของท่านว่า สังวรรณนา โดยการเอาโครงสร้างอรรถกถาเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นมาแล้ว เรียบเรียงใหม่โดยไม่ให้เสียคำอธิบายของเดิม ดูในอารัมภกถา ของคัมภีร์สมันตปาสาทิกาที่ท่านพรพระพุทธโฆสะได้ชี้แจ้งไว้) ถูกเรียบเรียงราว พ.ศ. 927-973 ปัจจุบันมีการแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านได้ง่ายแล้ว ทั้งสำนวนแปลของมหามกุฏราชวิทยาลัย และสำนวนแปลของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รวมถึงสำนวนแปลภาษาต่างประเทศ เช่น หนังสือ Samantapāsādikā: Buddhaghosa's commentary on the Vinaya Piṭaka ซึ่งเป็นสำนวนแปลของสมาคมบาลีปกรณ์ (Pali Text Society) เป็นต้น
2) เวอร์ชั่นภาษาจีนโบราณ ในสำนวนแปลจีนนั้นถูกแปลโดยพระสังฆะภัทระ ราว พ.ศ. 1032 ใช้ชื่อในภาษาจีนว่า 善見律毘婆沙 อ่านว่า Shàn jiàn lǜ pí pó shā อยู่ในมหาปิฎกไทโช (พระไตรปิฎกจีน) เล่มที่ 24 ปัจจุบันฉบับนี้มีการแปลจากภาษาจีนโบราณมาเป็นภาษาอังกฤษ ในหนังสือชื่อ Shan-chien-pʻi-pʻo-sha; a Chinese version by Saṅghabhadra of Samantapāsādikā แปลสู่ภาษาอังกฤษโดย ศาสตราจารย์ P. V. Bapat และ ศาสตราจารย์ Akira Hirakawa
โดยภาพรวมสองเวอร์ชั้นนี้ไม่ต่างกันมากมีแต่เพียงรายละเอียดบางอย่างที่ต่างกันเล็กน้อย เช่น จำนวนจำนวนสิกขาบทข้อปาจิตตีย์ที่ในภาคภาษาจีนระบุว่ามี 90 ข้อ แทนที่จะมี 92 ข้อ แบบเถรวาท ที่ปรากฎในภาคภาษาบาลี เป็นต้น ปัจจุบันก็ยังมีข้อถกเถียงกันเชิงวิชาการฉบับนี้อยู่ หากสนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมของข้อถกเถียงเชิงวิชาการฉบับนี้ได้ที่งานเขียนของอาจารย์ Ann Heirman (มหาวิทยาลัยเกนต์ ประเทศเบลเยี่ยม) เรื่อง The Chinese Samantapasadika and its School Affiliation.
นอกจากคัมภีร์สมันตปาสาทิกานี้ก็ยังมีคัมภีร์อื่น ๆ ที่ถูกแปล หรือถูกเก็บรักษาเป็นภาษาจีนโบราณ เช่น คัมภีร์มิลินทปัญหา คัมภีร์วิมุตติมรรคที่พอจะเทียบเนื้อหาได้กับคัมภีร์วิสุทธิมรรค (คัมภีร์วิมุตติมรรค มีแปลเป็นภาษาไทยแล้วโดยพระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) และคณะ) เป็นต้น คัมภีร์เหล่านี้ซึ่งชาวเถรวาทเรารู้จักกันเป็นอย่างดี ทำให้เห็นถึงความเจริญกลิ่นไอของเถรวาท ที่ถูกถ่ายทอดให้เป็นที่รู้จักไปยังหลายพื้นที่ ผ่านอักขระ และตัวบทของคัมภีร์เหล่านี้ ที่จะสื่อจากใจผู้รจนาถึงใจของท่านผู้อ่าน
(หากท่านใดสนใจบทความเรื่องคัมภีร์มิลินทปัญหา ภาคภาษาจีน สามารถอ่านได้ที่งานของอาจารย์ประพจน์ อัศววิรุฬหการ ท่านได้ศึกษารายละเอียดโครงสร้างของภาคภาษาจีนเทียบกับภาคภาษาบาลีไว้)
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิต
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด



