หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วโลก : "รูปปั้นอาทิโยคี" (Adiyogi Shiva Statue) งานประติมากรรมท่อนบนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เขียนโดย dukedick

ถ้าเพื่อนๆได้เห็นรูปปั้น อาทิโยคี (Adiyogi Shiva Statue) แล้วรู้สึกว่า “มันยิ่งใหญ่เกินจริงไปไหมเนี่ย” บอกเลยว่าไม่แปลก เพราะงานนี้ไม่ได้เด่นแค่ความอลังการด้านวิศวกรรมอย่างเดียว แต่ยังถูกสร้างมาให้มีความหมายทางจิตวิญญาณแบบลึก ๆ ที่ชวนให้เราหยุดคิดและหันกลับมามองตัวเองด้วย

คำว่า “Adiyogi” แปลว่า “โยคีคนแรก” ซึ่งในความเชื่อของสายโยคะ พระศิวะไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะเทพเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือน “ต้นทาง” ของศาสตร์แห่งโยคะ เป็นผู้เริ่มต้นและถ่ายทอดความรู้นี้ให้มนุษย์ พอฟังแบบนี้เราจะเริ่มเข้าใจเลยว่า รูปปั้นนี้ไม่ได้ตั้งใจทำมาให้เป็นรูปเคารพแบบดั้งเดิมที่เน้นการกราบไหว้เพียงอย่างเดียว แต่มาในฟีล “แรงบันดาลใจ” มากกว่า

อีกจุดที่คนพูดถึงกันเยอะคือความสูง 112 ฟุต ซึ่งไม่ได้สุ่มเลือกให้ดูเท่ ๆ นะ แต่เขาตั้งใจใช้ตัวเลขนี้เป็นสัญลักษณ์ของ “112 วิธี” ที่มนุษย์สามารถใช้เพื่อเข้าถึงความเป็นไปได้ภายในตัวเอง เหมือนบอกกลาย ๆ ว่า หนทางสู่ความสงบและการหลุดพ้นมันมีหลายแบบ และทุกคนสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองได้

ด้านความยิ่งใหญ่ระดับโลกก็ไม่ธรรมดา เพราะรูปปั้นนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น ประติมากรรมท่อนบน (Bust) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยนะ ยิ่งทำให้มันไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กธรรมดา ๆ แต่กลายเป็นจุดหมายที่คนจากหลายประเทศอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ตัวรูปปั้นสร้างจาก เหล็กกล้า (Steel) ซึ่งทั้งทนทาน แข็งแรง และสะท้อนความรู้สึก “มั่นคง” เหมือนสื่อถึงพลังที่นิ่งแต่หนักแน่น ส่วนแนวคิดและการออกแบบก็เกี่ยวข้องกับ สัธคุรุ (Sadhguru) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิอีชา (Isha Foundation) ที่ตั้งใจให้สัดส่วนและรายละเอียดต่าง ๆ ถ่ายทอด “พลังงาน” และความหมายได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่ทำให้สวยหรือใหญ่เฉย ๆ

สถานที่ตั้งก็ยิ่งเสริมบรรยากาศเข้าไปอีก เพราะรูปปั้นอยู่แถวเชิงเขา Velliangiri เมืองโคอิมบาตอร์ ประเทศอินเดีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ และบางคนก็เรียกกันว่าเป็น “เขาไกรลาสแห่งแดนใต้” บรรยากาศรอบ ๆ จะเป็นธรรมชาติเขียวขจี ทำให้เวลายืนอยู่ตรงนั้นมันจะได้อารมณ์สงบ ๆ แบบไม่ต้องพยายามเลย

และถ้าไปช่วงกลางคืน เขายังมีการแสดงแสงสีเสียงที่ฉายภาพบนตัวรูปปั้นแบบโปรเจกชันแมปปิง เล่าเรื่องราวของโยคะผ่านภาพและแสง ซึ่งทำให้รูปปั้นที่ว่ายิ่งใหญ่แล้ว กลายเป็นเหมือน “มีชีวิต” ขึ้นมาอีกระดับ

สุดท้ายสิ่งที่ชอบมากคือแนวคิดเบื้องหลัง เขาไม่ได้สร้างรูปปั้นนี้เพื่อให้คนมาไหว้ขอพรอย่างเดียว แต่ตั้งใจให้มันเป็นเหมือน “เครื่องเตือนใจ” ว่า มนุษย์ทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ และโยคะก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยพาเราไปถึงตรงนั้นได้จริง ๆ

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 354 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีกแจกเลขดับลดต้นทุน บน – ล่าง @โชยุ งวด 1 ส.ค. 69 มาแล้วครับ!ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกรีวิวหนังดัง MORTAL KOMBAT 2เห็บกัด เสี่ยงแพ้เนื้อถาวรรถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?3 ศูนย์การค้าที่มีสินค้าหลากหลายที่สุดในประเทศไทยรูเล็ก ๆ ปลายคัตเตอร์ มีไว้ทำอะไร? หลายคนใช้ผิดมาตลอดเมื่อคุณมาเที่ยวไทย และได้รอยแผลแบบนี้ แสดงว่าคุณถึงประเทศไทยแล้ว😆🤣
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประเทศที่มีสวัสดิการแปลงเพศฟรี เมื่อการรักษาอัตลักษณ์ทางเพศกลายเป็นสิทธิด้านสุขภาพโต๊ะจีนในห้อง ICU ได้ไหม? เปิดกฎข้อห้ามของพื้นที่วิกฤตที่หลายคนอาจไม่รู้ทำไมหลายคนถึงหลงรัก “เวลากลางคืน” มากกว่ากลางวัน ประเทศที่มีการบูลลี่ในโรงเรียนเยอะที่สุดในโลก: ทำไมปัญหานี้ยังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ?
ตั้งกระทู้ใหม่