หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“เห็ดอเมทิสต์” เห็ดที่สวยงามเหมือนโผล่มาจากโลกแฟนตาซี

โพสท์โดย dukedicknarak

ลองนึกภาพตามนะ…คุณเดินเข้าป่าหลังฝนเพิ่งหยุด กลิ่นดินชื้น ๆ ลอยขึ้นมาปะทะจมูก เสียงหยดน้ำจากใบไม้ดังติ๋ง ๆ เหมือนมีใครเคาะระฆังเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ แล้วพอแสงอาทิตย์ลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเป็นลำ คุณก้มมองพื้น—เจอท่อนซุงใหญ่ที่ผุพังจนกลายเป็นเหมือนฟองน้ำสีน้ำตาลเข้ม ถูกหุ้มด้วยมอสเขียวกำมะหยี่และตะไคร่บาง ๆ เหมือนผ้าคลุมป่าที่ธรรมชาติทิ้งไว้

ตอนแรกมันดูธรรมดามาก ธรรมดาจนคนส่วนใหญ่เดินผ่านไปโดยไม่เหลียวมองด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ๆ อีกนิด แค่ “อีกนิดเดียว” คุณจะเริ่มเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้สมองหยุดคิดไปชั่ววินาที…บนผิวไม้ที่ชื้นนั้นมีจุดเล็กจิ๋วสีม่วงอมชมพูระยิบระยับ เหมือนมีคนโปรยฝุ่นคริสตัลไว้แบบตั้งใจเล่นกลกับสายตา และพอคุณขยับมุมมอง แสงก็เปลี่ยนเฉดเป็นประกายวิบวับเหมือนดวงดาวที่สะท้อนกันอยู่ในห้วงอากาศ

นี่แหละ ที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “เห็ดอเมทิสต์” — Elaeomyxa cerifera สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่ดูเหมือนจะซ่อน “กาแล็กซี่ส่วนตัว” เอาไว้ในร่างกายเล็ก ๆ ของมัน ว่ากันว่ามันถูกพูดถึงและจัดจำแนกอย่างเป็นทางการในช่วง พ.ศ. 2485 และจากวันนั้นชื่อของมันก็กลายเป็นเหมือนรหัสลับสำหรับนักส่องธรรมชาติสายตาคม—ใครได้เห็นครั้งหนึ่งมักจะไม่ลืม เพราะมันไม่ได้แค่สวย แต่มัน “สวยแบบไม่น่าเป็นไปได้” สำหรับสิ่งที่เกิดอยู่บนซากไม้ผุ ๆ

แต่ที่พีคกว่านั้นคือ…มันไม่ใช่ “เห็ด” แบบที่เราคุ้นเคยจริง ๆ นะ มันอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า ราเมือก หรือสไลม์โมลด์ (slime mould) ฟังชื่อแล้วเหมือนจะนิ่ม ๆ เหนียว ๆ ใช่ไหม และใช่—บางช่วงของชีวิตมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้มีวงจรชีวิตที่ชวนว้าวมาก เพราะมันไม่ได้ยึดติดกับรูปทรงเดียว มันเหมือนนักแสดงที่เปลี่ยนบทได้ตลอดเวลา ช่วงหนึ่งมันอาจเป็นมวลเลื้อย ๆ ที่เคลื่อนตัวตามความชื้นและอาหาร พอถึงจุดที่เหมาะ มันกลับ “ยืนขึ้น” สร้างโครงสร้างเล็ก ๆ เพื่อกระจายสปอร์ ราวกับบอกว่า “โอเค ฉันพร้อมส่งต่อการผจญภัยไปยังที่อื่นแล้ว”

แล้วช่วงที่มันตั้งตัวขึ้นนี่แหละที่ทำให้คนหลงรัก เพราะมันจะปรากฏเป็นกระจุกเล็ก ๆ บนไม้ผุ โดยเฉพาะบริเวณที่ชื้นพอดี ไม่แฉะเกินไปและไม่แห้งเกินไป และบ่อยครั้งจะอยู่บน ท่อนซุงขนาดใหญ่หรือซากไม้ที่ถูกมอสหุ้ม เหมือนมันชอบฉากหลังที่เป็นผ้ากำมะหยี่สีเขียว เพื่อให้ประกายของมันเด่นขึ้นอีกระดับ เวลาแสงตกกระทบ ผิวของมันจะเล่นแสงเหมือนอัญมณี—ออกโทนม่วงอเมทิสต์บ้าง ชมพูหม่นบ้าง บางมุมเหมือนมีแสงเงินซ่อนอยู่ พอมองไกล ๆ ก็เหมือนหยดสีจากจักรวาลที่ร่วงลงมาโดนพื้นป่าโดยบังเอิญ

และถ้าคุณเคยเห็นภาพถ่ายของมันแบบชัด ๆ คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงพูดว่า “เหมือนกาแล็กซี่ซ่อนอยู่ในเห็ด” เพราะบนตัวมันมีประกายที่คล้ายฝุ่นดาว—ไม่ใช่ประกายแบบแวววาวเรียบ ๆ แต่เป็นประกายละเอียดที่ดูมีมิติ เหมือนมีชั้นของแสงซ้อนกันอยู่ คุณขยับนิดเดียว แสงก็วิ่งตาม เหมือนมันกำลังหายใจเป็นจังหวะเบา ๆ

ชื่อหนึ่งที่มักถูกพูดถึงคู่กับความมหัศจรรย์นี้คือ Sarah Lloyd นักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจธรรมชาติผู้หลงใหลโลกของราเมือกแบบจริงจัง ภาพที่เธอถ่ายทำให้สิ่งจิ๋ว ๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จัก กลายเป็นดาวเด่นขึ้นมาทันที เธอมีความสามารถแบบ “ทำให้คนอยากก้มลงมองพื้น” เพราะเธอไม่ได้ถ่ายให้แค่เห็นว่ามันหน้าตาเป็นยังไง แต่ถ่ายให้รู้สึกเหมือนเราเผลอไปแอบดูความลับของป่า—ความลับที่เล็กมาก แต่สวยมาก และมีอยู่จริง

บางคนเล่าว่าเธอสนใจศึกษาราเมือกและสิ่งมีชีวิตคล้ายเห็ดมาอย่างยาวนาน และสะสมหรือบันทึกสายพันธุ์จำนวนมากจนตัวเลขแตะหลักพัน—ถึงขั้นพูดกันว่าเกิน 1,700 สายพันธุ์ เลยด้วยซ้ำ (ฟังแล้วแบบ…โห นี่มันคลังจักรวาลส่วนตัวชัด ๆ) ลองคิดดูสิ คนคนหนึ่งทุ่มเทเวลาชีวิตไปกับการตามหา “สิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น” แล้วจู่ ๆ สิ่งนั้นกลับกลายเป็นภาพที่คนทั้งโลกหยุดเลื่อนหน้าจอเพื่อดู—มันทั้งโรแมนติกและเท่มากในเวลาเดียวกัน

ความสนุกอีกอย่างคือ การเจอมันไม่เหมือนการไปหาอะไรที่ตั้งโชว์ไว้ให้เราเห็นชัด ๆ มันเหมือนเกมล่าสมบัติ คุณต้องสังเกต ต้องช้าลง ต้องยอมก้มลงไปใกล้ ๆ ไม้ผุ ๆ ที่ดูไม่น่ามีอะไร แล้วจู่ ๆ คุณก็ได้รางวัลเป็นประกายวิบวับที่เหมือนมาจากอวกาศ ยิ่งถ้าคุณพกไฟฉายหรือใช้แฟลชจากมือถือส่องเบา ๆ บางครั้งประกายมันจะพุ่งขึ้นมาเหมือน “คลิก!” แล้วคุณจะเผลอยิ้มแบบไม่รู้ตัว เพราะมันเหมือนเจอเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตจริง

แต่ขอแทรกแบบเพื่อนเตือนนิดหนึ่งนะ ถึงมันจะถูกเรียกเล่น ๆ ว่าเห็ด และสวยจนอยากแตะ อยากเด็ด อยากเอากลับบ้าน…ก็อย่าลองกินหรือเก็บแบบไม่รู้เรื่องเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่เห็ดกินได้ทั่วไป และการระบุตัวตนในธรรมชาติต้องอาศัยความชำนาญมาก ที่ดีที่สุดคือ “ดูด้วยตา ถ่ายด้วยกล้อง แล้วปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น” เพราะเสน่ห์ของมันคือการได้เห็นมันในฉากจริง—บนซากไม้ บนมอส ในอากาศชื้นของป่า ที่ทุกอย่างรอบตัวเหมือนช่วยกันขับประกายของมันให้ยิ่งเหมือนจักรวาลเข้าไปอีก

ถ้าวันไหนคุณได้เดินป่า หรือแค่ไปเดินเส้นทางธรรมชาติใกล้บ้าน ลองให้เวลากับท่อนซุงผุ ๆ สักนิด ลองมองใกล้ ๆ ตรงที่มีมอสคลุมหนา ๆ แล้วตั้งใจหาจุดเล็ก ๆ ที่เหมือนมีใครทำกลิตเตอร์หล่นไว้ ถ้าคุณโชคดี คุณอาจได้เจอ Elaeomyxa cerifera ตัวจริง—และเชื่อเถอะ แค่ครั้งเดียวคุณจะเริ่มเข้าใจว่า “จักรวาล” ไม่ได้อยู่ไกลเลย บางทีมันซ่อนอยู่ในสิ่งที่เล็กที่สุด ใกล้เท้าเรานี่แหละ เพียงแค่เรายอมชะลอ แล้วก้มลงมองให้ดีพอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile


โพสท์โดย: dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปีอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองมาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสานสายพันธุ์ข้าวที่คนนิยมที่สุด มีการบริโภคมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกอาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรสกระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยวิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนาอาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน5 โรคภัยที่น่ากลัวที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 โรคภัยที่น่ากลัวที่สุดย้อนวันวาน 7-Eleven สาขาแรกของไทย เปิดที่ไหน ปีอะไร?ประเทศไทยติดท็อป 10 ประเทศที่มี 7-Eleven มากที่สุดในโลก6 จังหวัดภาคอีสาน ที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำในอัตราที่น้อยที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่