เปิดตำนาน "เปรตกู้" การต้มตุ๋นหลอกลวงคนไทย สุดอึ้งทั่วไทย
เปิดตำนานแปลกๆ ของ "เปรตกู้" หรือ นายกิตติ ปภัสโรบล ถือเป็นคดีประหลาดที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทยช่วงปี พ.ศ. 2543 เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางไสยศาสตร์ การหลอกลวงคนไทย สุดอึ้งทั่วไทย และจิตวิทยาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
เปรตกู้ หรือนายกิตติ ปภัสโรบล เรียกได้ว่าตำนานนักต้มตุ๋นชื่อดังของไทยที่กุเรื่องถ่ายภาพและวิดีโอ "ผีเปรต" ได้ที่คำชะโนด จ.อุดรธานี เมื่อปี พ.ศ. 2543 สร้างความฮือฮาและศรัทธาผิดๆ
จุดเริ่มต้นของตำนานนี้ มากจาก "ภาพถ่ายปริศนา" เริ่มขึ้นเมื่อมีการเผยแพร่ "ภาพถ่ายเปรต" ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี (วัดป่าเลไลยก์) ในภาพปรากฏร่างสูงชะลูด ผอมโซ ยืนอยู่ข้างกำแพงวัด ซึ่งสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในสมัยนั้นอย่างมาก เพราะผู้คนจำนวนมากยังมีความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษอย่างรุนแรง
นายกิตติ ปภัสโรบลผู้เนรมิตตัวตน "เปรต" คือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ โดยเขามีพฤติกรรมและการสร้างสตอรี่ต่างๆ มากหมาย เช่น..
-การสร้างหลักฐาน: เขาอ้างว่าสามารถถ่ายภาพเปรตได้ และนำภาพเหล่านั้นไปหลอกลวงให้คนหลงเชื่อเพื่อเรียกรับเงินบริจาคหรือผลประโยชน์บางอย่าง
-เทคนิคการตบตา: ภายหลังความจริงปรากฏว่า "เปรต" ในภาพ แท้จริงแล้วคือตัวนายกิตติเองที่ใช้เทคนิคการแต่งตัว ทาตัวด้วยสีดำ หรือใช้มุมกล้องและการตัดต่อภาพแบบสมัยก่อน (ซึ่งยุคนั้นการจับผิดภาพทำได้ยากกว่าปัจจุบัน)
-ความพยายามพิสูจน์: เขาเคยท้าพิสูจน์ด้วยการบอกว่าจะ "เรียกเปรต" มาให้ดูต่อหน้าสาธารณชน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวและถูกจับผิดได้ในที่สุด
มาถึงจุดจบและการถูกเปิดโปง ความจริงเริ่มปรากฏชัดเมื่อนักวิชาการและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบภาพถ่าย และพบร่องรอยของการตัดต่อรวมถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยในการถ่ายทำ
นายกิตติถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ (ในแง่การเผยแพร่ข้อมูลหลอกลวง) ฉายา "เปรตกู้":ชื่อนี้กลายเป็นคำเรียกติดปากที่สื่อถึงคนที่สร้างเรื่องโกหกหลอกลวงโดยใช้ความเชื่อทางศาสนามาบังหน้า
สำหรับคำตัดสินของศาลในคดีของ นายกิตติ ปภัสโรบล หรือ "เปรตกู้" นั้น มีรายละเอียดที่สะท้อนถึงบทสรุปของตำนานลวงโลกนี้อย่างชัดเจน
ศาลได้มีคำพิพากษาโดย มีฐานความผิดหลักฉ้อโกงประชาชน ศาลตัดสินว่านายกิตติมีความผิดในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน จากพฤติกรรมที่กุเรื่องและสร้างหลักฐานเท็จ (ภาพถ่ายและวิดีโอเปรต) เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและนำมาซึ่งผลประโยชน์หรือเงินบริจาค
ศาลสั่งจำคุกนายกิตติ แต่เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก และจำเลยให้การรับสารภาพ (หรือให้การเป็นประโยชน์ในบางส่วน) ศาลจึง รอลงอาญา (Suspended Sentence) ไว้เป็นเวลา 2 ปี ในระหว่างรอลงอาญา นายกิตติต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด
คดีหมิ่นศาสนา (การแต่งกายเลียนแบบสงฆ์) นอกจากเรื่องเปรตแล้ว เขายังถูกดำเนินคดีในข้อหา แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ และกระทำการที่ไม่เหมาะสม (เช่น การขึ้นไปเหยียบฐานพระพุทธรูปเพื่อจัดฉากถ่ายภาพ) ซึ่งศาลได้พิจารณาโทษในส่วนนี้ร่วมด้วย แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ได้รับอิสรภาพหลังจากพ้นระยะเวลาคุมประพฤติ
พฤติกรรมหลังคำตัดสิน แม้คดี "เปรตลวงโลก" จะจบลง แต่นายกิตติก็ยังมีข่าวปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์อีกหลายครั้งในช่วงหลายปีต่อมาในฐานะ "นักต้มตุ๋น" เช่น
อ้างตัวเป็นร่างทรง: ปี 2554 เขาถูกจับอีกครั้งในข้อหาฉ้อโกง โดยอ้างตัวเป็น "ร่างทรงปู่ฤๅษีตาไฟ" หลอกเงินหญิงสาวรายหนึ่งไปกว่า 3 แสนบาท
พยายามแสดงปาฏิหาริย์ต่อหน้าตำรวจ: มีรายงานว่าขณะถูกจับกุม เขาพยายามแสดงการ "เสกดินเป็นทอง" ในห้องประชุมตำรวจเพื่อพิสูจน์บารมี แต่แน่นอนว่าทำไม่สำเร็จ โดยอ้างว่า "ไม่มีสมาธิ"
สรุปคือศาลตัดสินให้เขามีความผิดจริงแต่ให้รอลงอาญาในคดีเปรต แต่เขาก็ไม่ได้หยุดพฤติกรรมหลอกลวงและถูกจับกุมในคดีฉ้อโกงอื่นๆ ซ้ำอีกในเวลาต่อมา
เรื่องราวคดีนี้สะท้อนสังคม แสดงให้เห็นว่าความกลัวและความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ สามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหากินได้เสมอ เป็นยุคเปลี่ยนผ่านเป็นช่วงที่เทคโนโลยีการถ่ายภาพเริ่มเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ความรู้เท่าทันสื่อ ของคนในยุคนั้นยังตามไม่ทันการดัดแปลงภาพ ความแปลกคือไม่ค่อยมีมิจฉาชีพคนไหนลงทุน "ปลอมเป็นเปรต" ด้วยตัวเองอย่างจริงจังขนาดนี้
หลังจากคดีนี้จบลง คำว่า "เปรตกู้" ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเตือนใจให้คนไทยรู้จักใช้ "โยนิโสมนสิการ" หรือการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนก่อนจะเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ นี่ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการเชื่อเรื่องเล่าลี้ลับโดยขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตา
หนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชน
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
สูญเสีย 2 อส. เหตุลอบบึ้มรถ 6 ล้อที่สุคิริน เจ็บอีก 16 นาย
เปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย









