เปิดคดีฆาตกรต่อเนื่องฉายา "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทย"
เปิดคดีฆาตกรต่อเนื่องฉายา "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทย" ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย พ.ศ.2548 เงามืดของการฆาตกรรมชิงทรัพย์คืบคลานจากจังหวัดมุกดาหาร ไปสู่จังหวัดลำปาง ต่อด้วยจังหวัดอุดรธานี และสิ้นสุดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนจะทันได้มีใครตระหนักรู้ว่าแท้จริงแล้ว ผู้ก่อเหตุทุกคดีจากห้าพื้นที่นั้นมีเพียงแค่คนเดียว คนเดียวกับอดีตนักโทษที่จะออกมาก่อคดีซ้ำอีกครั้งในปี พ.ศ. 2562 หลังพ้นโทษสถานหนักได้ เขาคือ สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องผู้ไม่คิดกลับตัวของประเทศไทย
นี่เป็นคดีที่สะท้อนถึงแรงจูงใจทางจิตวิทยาที่น่าสะพรึงกลัวพฤติการณ์โหดของมันคือตระเวนฆ่าล้างแค้นเหยื่อที่เป็นหญิงบริการและนักร้องคาเฟ่ โดยใช้วิธีบีบคอ หรือกดน้ำจนขาดอากาศหายใจก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 5 ศพ ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนในปี 2548 และหลังจากพ้นโทษออกมาในปี 2562 ก็ได้ก่อเหตุฆ่ารายที่ 6 ทันที
คดีของ "สมคิด พุ่มพวง" หรือฉายา "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทย" ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีที่โหดเหี้ยมและเป็นที่จดจำที่สุดในไทย พฤติการณ์การก่อเหตุ ในปี 2548 นายสมคิดก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องภายในเวลาเพียง 6 เดือน (มิถุนายน - ธันวาคม) โดยเหยื่อทั้งหมดเป็นผู้หญิงที่ทำงานเป็นนักร้องคาเฟ่ หรือหมอนวดแผนโบราณ วิธีการของเขาคือการล่อลวงเหยื่อไปที่โรงแรม ชิงทรัพย์ และลงมือสังหารด้วยการบีบคอหรือกดน้ำ
รายชื่อเหยื่อมากถึง 5 รายในปี 2548
น.ส.วารุณี (นักร้องคาเฟ่): ถูกมัดและกดน้ำเสียชีวิตที่โรงแรมใน จ.มุกดาหาร
น.ส.เจนจิรา (หมอนวด): ถูกฆ่ารัดคอที่โรงแรมใน จ.ลำปาง
น.ส.สมปอง (หมอนวด): ถูกมัดและกดน้ำเสียชีวิตที่แมนชั่นใน จ.ตรัง
น.ส.พยงค์ (นักร้องคาเฟ่): ถูกรัดคอเสียชีวิตที่โรงแรมใน จ.อุดรธานี
น.ส.อัมพร (หมอนวด): ถูกรัดคอเสียชีวิตที่โรงแรมใน จ.บุรีรัมย์
แรงจูงใจและความอำมหิตเกิดจากการสอบสวนพบว่า นายสมคิดมีพฤติกรรมสะสมความแค้นต่อผู้หญิงในอาชีพบริการ และมีความสุขจากการได้เห็นเหยื่อค่อยๆ ขาดใจตาย เขาไม่ได้ฆ่าเพียงเพื่อชิงทรัพย์ แต่เป็นการฆ่าเพื่อตอบสนองความต้องการทางจิตวิทยาที่บิดเบี้ยว
การพ้นโทษและการก่อเหตุซ้ำ ในปี 2562 สมคิดถูกจับกุมในปี 2548 และถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาได้รับการลดหย่อนโทษจนเหลือจำคุกตลอดชีวิต และ พ้นโทษออกมาเมื่อกลางปี 2562 เนื่องจากเป็น นักโทษชั้นดี
แต่หลังจากออกจากคุกได้เพียงไม่กี่เดือน (ธันวาคม 2562) เขาก็ได้ก่อเหตุฆาตกรรมรายที่ 6 คือ นางรัศมี (แม่บ้าน) ที่ จ.ขอนแก่น โดยใช้วิธีรัดคอและมัดเทปใสที่คอ ซึ่งเป็นลักษณะเดิมที่เขาเคยทำ คดีนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับสังคมอย่างมาก และเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องระบบการลดหย่อนโทษนักโทษคดีอุกฉกรรจ์
บทสรุปทางกฎหมาย คดีล่าสุด (รายที่ 6) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564 ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต สมคิด พุ่มพวง เพียงสถานเดียว ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยการทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ลักทรัพย์ และซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ
แต่เนื่องจากความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและโดยการทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้ายที่สมคิดได้กระทำนั้น เป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต จึงไม่สามารถนับโทษในคดีที่เหลือต่อได้ ต่อมาในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้อ่านคำพิพากษาของคดีสมคิด และเขาได้ยื่นฎีกาในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565 ซึ่งยังไม่พบข้อมูลของคำตัดสิน
------
ส่วน แจ็กเดอะริปเปอร์ (Jack the Ripper ) เป็นสมญาของฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนในย่าน "ไวต์ชาเปล" ถิ่นยากจนในย่านอีสต์เอนด์ ของกรุงลอนดอน ในช่วงครึ่งปีหลังของ ค.ศ. 1888
อ้างอิงจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/สมคิด_พุ่มพวง
https://www.youtube.com/watch?v=rodLBjX-4k4
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
3 อันดับ “หอคอย” ที่โดดเด่นที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
ซองแดงมรณะ โชคลาภหมื่นสาม หรือเดิมพันด้วยชีวิตในตำนาน "เจ้าสาวผี"
กลิ่นโคลนสาบควาย: วาทกรรมอำนาจและการต่อต้านในยุคสร้างชาติ
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
ไทยเนื้อหอม! เปิดศักราชปี 2026 ต่างชาติแห่เที่ยว โกยรายได้เข้าประเทศทะลุ 2.3 แสนล้านบาท!








