Battle of Tanga เหตุการณ์ที่ทหารอังกฤษรบกับผึ้งในประวัติศาสตร์โลก บอกได้เลยว่าแตกยับ...คนนะที่แตกเผ่นกันป่าราบไม่ใช่ผึ้ง...สภาพ
มานั่งเล่าเรื่องนี้แบบเพื่อนคุยกันยาว ๆ เลย รับรองว่าทั้งพีค ทั้งอึ้ง ทั้งขำไม่ออกตอนท้าย 🐝
ลองนึกย้อนกลับไปช่วงปี 1914 ตอนที่สงครามโลกครั้งที่ 1 เพิ่งปะทุขึ้นใหม่ ๆ ตอนนั้นคนส่วนใหญ่มักนึกถึงสนามรบในยุโรปเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วไฟสงครามมันลุกลามไปไกลกว่านั้นเยอะ โดยเฉพาะในอาณานิคมของชาติมหาอำนาจ
หนึ่งในจุดสำคัญก็คือเมือง “ตังกา” เมืองท่าขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีความหมายทางยุทธศาสตร์สุด ๆ เพราะมันอยู่ในเยอรมันแอฟริกาตะวันออก หรือก็คือแทนซาเนียในปัจจุบัน ตังกาเป็นทั้งท่าเรือหลักและจุดเชื่อมต่อทางรถไฟ ใครคุมเมืองนี้ได้ ก็เหมือนคุมเส้นเลือดใหญ่ของการส่งกำลังบำรุงในภูมิภาคนี้เลย
ฝั่งอังกฤษมองดูแล้วก็คิดในใจว่า งานนี้น่าจะหมู
ข่าวกรองบอกว่า เมืองนี้มีทหารเยอรมันกับทหารพื้นเมืองป้องกันอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคนเอง จะไปยากอะไร
จักรวรรดิอังกฤษเลยจัดเต็ม ส่งพลเอกอาร์เธอร์ ไอทเคน นำทหารกว่า 9,000 นาย ส่วนใหญ่เป็นทหารที่เกณฑ์มาจากอินเดีย แล่นเรือมาถึงตังกาในวันที่ 2 พฤศจิกายน 1914 ตัวเลขมันต่างกันขนาดนี้ ใคร ๆ ก็คิดว่าไม่เกินวันเดียวจบ
ช่วงแรกยังดูสุภาพอยู่เลยนะ อังกฤษขึ้นฝั่งไปเจรจา บอกให้ พอล ฟอน เลทโตว์-ฟอร์เบ็ค ผู้บัญชาการฝ่ายเยอรมัน ยอมแพ้ภายใน 1 ชั่วโมง
พอลก็ไม่ได้โวยวายอะไร แค่ยิ้มบาง ๆ พยักหน้า แล้วบอกว่าจะขอเวลาไปแจ้งผู้บังคับบัญชา
แต่ความจริงคือ… เขาไม่ได้ไปโทรขออนุญาตใคร
เขารีบระดมทหารทุกนายที่พอจะหาได้จากรอบ ๆ เมือง จนรวบรวมกำลังได้ประมาณ 1,000 นาย เตรียมรับศึกแบบไม่มีถอย
พอครบกำหนด อังกฤษก็เริ่มบุกขึ้นฝั่งทันที
แต่แผนที่วางไว้สวยหรู กลับเริ่มพังตั้งแต่ต้น ทหารอินเดียหลายหน่วยสื่อสารกันไม่เข้าใจ บางคนไม่คุ้นกับอาวุธที่ได้รับ บางคนก็อ่อนล้าจากการเดินทางไกล แถมพื้นที่ก็เป็นป่ารก ไม่ใช่สนามรบแบบที่เคยฝึกมา
ถึงอย่างนั้น ด้วยจำนวนที่มากกว่าถึง 9 เท่า อังกฤษก็ยังค่อย ๆ ดันแนวรบเข้าไปในเมืองได้ และสามารถยึดอาคารศุลกากร ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเมืองมาได้สำเร็จ ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะจบลงตามแผน
แล้วจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น…
กระสุนปืนหลายนัดที่ยิงสาดเข้าไปในป่าดันพลาดเป้า
ไปโดนเข้าเต็ม ๆ กับ “รังผึ้ง” จำนวนมากที่อยู่ในบริเวณนั้น
ทันใดนั้นเอง ฝูงผึ้งนับไม่ถ้วนก็แตกฮือออกมาแบบไม่เลือกหน้า ไม่เลือกฝ่าย แต่คนที่โดนหนักสุดกลับเป็นทหารอังกฤษที่ยืนรวมกลุ่มกันแน่น ผึ้งไล่ต่อยไม่ยั้ง ทั้งหน้า ทั้งคอ ทั้งมือ เสียงร้องโวยวายดังระงมไปทั้งแนวรบ
ทหารบางนายทนไม่ไหว ทิ้งปืน ทิ้งสัมภาระ วิ่งหนีกันอลหม่าน ความโกลาหลทำให้หลายหน่วยเข้าใจผิด คิดว่าพวกเดียวกันเป็นศัตรู จนยิงใส่กันเอง แถมเรือรบอังกฤษที่อยู่นอกฝั่งก็รีบระดมยิงสนับสนุนแบบไม่ทันดูให้ดี สุดท้ายกระสุนดันไปตกใส่ทหารของตัวเองอีก
จากภารกิจที่ควรจะเป็นชัยชนะง่าย ๆ ทุกอย่างกลายเป็นฝันร้าย
อังกฤษสูญเสียทหารไปมากกว่า 1,000 นาย ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต ในขณะที่ฝ่ายเยอรมันกับทหารท้องถิ่นเสียไปเพียงราว 150 นายเท่านั้น
ไม่พอแค่นั้น ฝ่ายเยอรมันยังยึดอาวุธ เสบียง และยุทโธปกรณ์ของอังกฤษไปได้เป็นจำนวนมหาศาล กลายเป็นกำลังเสริมชั้นดีในสงครามช่วงต่อมา
เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ในชื่อ Battle of Tanga
หรือชื่อที่คนชอบเรียกกันติดปากว่า “Battle of the Bees”
และมันก็ถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายที่สุดของกองทัพอังกฤษ
ไม่ใช่เพราะแพ้ศัตรูที่เหนือกว่า…
แต่เพราะแพ้ให้กับความประมาท ความโกลาหล
และฝูงผึ้งตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ได้ 🐝💥
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
3 อันดับ “หอคอย” ที่โดดเด่นที่สุดในภาคอีสาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
ซองแดงมรณะ โชคลาภหมื่นสาม หรือเดิมพันด้วยชีวิตในตำนาน "เจ้าสาวผี"
กลิ่นโคลนสาบควาย: วาทกรรมอำนาจและการต่อต้านในยุคสร้างชาติ
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด



