ทึ่งทั่วไทย : "พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสี้ยน" ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง แหล่งสงวนพันธุ์สัตว์ต่างๆมากมายเลยเน่อ
เขียนโดย dukedick
ถ้าพูดถึงพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชื่อของ “พรุควนขี้เสี้ยน” จะต้องโผล่ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ แบบไม่ต้องลังเลเลย เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่พรุธรรมดา แต่เป็น พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศแห่งแรกของไทย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบสงขลา ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
ภาพของพรุควนขี้เสี้ยน ถ้าหลับตานึกตาม จะเห็นผืนป่าเสม็ดขาวที่มีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดปี พื้นดินปกคลุมไปด้วยกกและหญ้ากระจูดหนูที่ขึ้นหนาแน่น ดูชุ่มฉ่ำ เขียวขจี และเต็มไปด้วยชีวิต ความชุ่มน้ำตรงนี้แหละที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศทั้งหมด
ทะเลน้อยและพื้นที่โดยรอบ มีความหลากหลายของพรรณพืชสูงมาก เพราะสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ป่าพรุ ป่าเสม็ด พื้นน้ำ ป่าดิบชื้น ไปจนถึงพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันเหมือนใยใยหนึ่งเดียว และทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งสร้างรัง วางไข่ และแหล่งหาอาหารของสัตว์ป่านานาชนิด
โดยเฉพาะ “นก” ที่ถือว่าเป็นดาราประจำถิ่นของทะเลน้อย พบนกอย่างน้อย 217 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นนกน้ำ ในจำนวนนี้เป็นนกประจำถิ่นถึง 121 ชนิด และยังมีนกอพยพที่แวะเวียนเข้ามาใช้พื้นที่อีกด้วย ช่วงฤดูอพยพ บริเวณพรุควนขี้เสี้ยนซึ่งเป็นป่าเสม็ด จะมีนกนามารวมตัวกันมากกว่า 10,000 ตัว ภาพฝูงนกบินขึ้นพร้อมกันเหนือผืนน้ำ เป็นอะไรที่เห็นแล้วต้องหยุดมองเงียบ ๆ ด้วยความทึ่ง
ที่นี่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่ยังเป็นแหล่งวางไข่และขยายพันธุ์ของนกอย่างน้อย 5 ชนิด เช่น นกกาน้ำ นกกระสาแดง และนกยางเปีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบนิเวศของพรุควนขี้เสี้ยนยังคงสมบูรณ์และเหมาะแก่การดำรงชีวิต
ใต้ผิวน้ำก็ไม่แพ้กัน พบปลาถึง 29 ชนิด เช่น ปลาหระทุงเหว และปลาหมอข้างเหยียบ ส่วนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกก็มีอย่างน้อย 12 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นขียดหรือกบหนอง ขณะที่สัตว์เลื้อยคลานพบได้ถึง 29 ชนิด เช่น เต่าหวาย เต่าหับ และเ...้ย
ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกอย่างน้อย 8 ชนิด เช่น ลิงแสม นางเล็บสั้น และเสือปลา ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดนี้ทำให้พรุควนขี้เสี้ยนและทะเลน้อย กลายเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของระบบนิเวศที่ซับซ้อนและทรงคุณค่า ไม่ใช่แค่ในมุมของธรรมชาติ แต่ยังผูกพันแน่นแฟ้นกับชีวิตของผู้คน ชุมชนท้องถิ่นอาศัยพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ทำประมง หาอาหาร และใช้ทรัพยากรอย่างพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน
ในช่วงหลัง ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยมีอาชีพบริการนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จากอาชีพดั้งเดิม เพราะทะเลน้อยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญ ทั้งการล่องเรือดูนก ดูบัว ชมวิถีชีวิตเรียบง่ายริมพรุ ซึ่งช่วยสร้างรายได้และทำให้คนในพื้นที่เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ พรุควนขี้เสี้ยนยังมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษาและการวิจัย โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเหมือนห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีชีวิตจริงให้ศึกษา
และที่งดงามไม่แพ้ธรรมชาติ คือผู้คนรอบพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม การทำมาหากิน และการอยู่ร่วมกันแบบสังคมชนบทอย่างเรียบง่าย เป็นความบริสุทธิ์ของทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่ควรค่าแก่การดูแล รักษา และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง 🌿💚
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุด
หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
รู้หรือไม่ ประเทศไหนนิยม ผลไม้ ไทยมากที่สุด
นักวิชาการเฉลยแล้ว! มะละกอไม่ใช่ผักอย่างที่เข้าใจกัน
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 26/03/69 วันที่ราคาน้ำมันเริ่มบวกเพิ่ม ประหยัดๆกันเด้อ
รู้จักผกากรอง ดอกไม้เปลี่ยนสี กลไกดึงดูดแมลงตามธรรมชาติ
นักวิจัยพบวาฬหัวทุยชนกันกลางทะเล ชี้อาจพุ่งชนเรือได้จริง
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ วันที่ได้ข่าวดีว่า เรือน้ำมันไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุสต์ได้ละเด้อ