ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในแคลิฟอร์เนีย Crowley Lake ถือว่าเป็นอีกจุดที่คนรักความสงบต้องหลงรักเลย เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ทะเลสาบสวย ๆ เอาไว้มาพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนชอบตกปลา โดยเฉพาะปลาเทราท์ ช่วงปลายฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วงบรรยากาศจะดีมาก อากาศเย็นสบาย วิวรอบ ๆ เป็นภูเขาและผืนน้ำกว้างใหญ่ เหมาะกับการมานั่งชิล ปล่อยใจให้ธรรมชาติบำบัดสุด ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ Crowley Lake ไม่เหมือนทะเลสาบทั่วไปก็คือ “เสาหินครอวลีย์” ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบ ตรงนั้นจะมีแท่งเสาหินขนาดเล็ก ๆ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก บางแท่งสูงเกิน 3 เมตร มองเผิน ๆ จะเหมือนฉากในหนังแฟนตาซีหรือดาวเคราะห์ต่างโลกเลย ทั้งเรียงตัวเป็นระเบียบ รูปร่างแปลกตา และมีลวดลายตามผิวหินที่ดูเหมือนถูกแกะสลักโดยฝีมือศิลปิน ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นผลงานของธรรมชาติล้วน ๆ
นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้เข้าไปศึกษาพื้นที่นี้อย่างจริงจัง แล้วพบว่าเสาหินเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากลาวาแข็งตัวแบบภูเขาไฟทั่วไป แต่เกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อนและน่าทึ่งมาก ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 760,000 ปีก่อน ในช่วงเวลาที่โลกยังมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ น้ำจากการละลายของน้ำแข็งได้ไหลลงไปยังพื้นที่ที่มีกิจกรรมของภูเขาไฟ พอน้ำเย็นจัดไปเจอกับเถ้าภูเขาไฟและตะกอนร้อน ๆ มันก็เกิดปฏิกิริยาทางธรรมชาติ ทำให้เกิดการตกผลึกและแข็งตัวเป็นแท่งหินในแนวตั้ง
พูดง่าย ๆ คือ น้ำที่ไหลลงไปถูกแรงดันและความร้อนพ่นกลับขึ้นมา แล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้ในรูปของเสาหินพวกนี้ เมื่อเวลาผ่านไปหลายแสนปี ชั้นดินและตะกอนรอบ ๆ ถูกกัดเซาะออกไป เหลือไว้เพียงแท่งหินที่แข็งแรงกว่า จึงกลายเป็นเสาหินตั้งตระหง่านอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
ความเจ๋งของมันคือ เสาหินเหล่านี้ไม่ได้ดูแข็งกระด้างแบบหินภูเขาไฟทั่วไป แต่กลับมีลวดลายกลมมน คล้ายท่อ คล้ายรังผึ้ง หรือบางแท่งก็เหมือนเสาคอนกรีตที่ถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ ใครที่ได้ไปเห็นของจริงมักจะรู้สึกทึ่ง เพราะมันเหมือนธรรมชาติกำลังโชว์งานศิลปะที่ใช้เวลาเป็นแสน ๆ ปีในการสร้าง
Crowley Lake เลยไม่ใช่แค่สถานที่ตกปลา หรือที่พักผ่อนธรรมดา แต่มันคือพิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยากลางแจ้ง ที่ทำให้เราเห็นพลังของธรรมชาติแบบชัดเจน ว่าโลกของเราผ่านอะไรมาบ้างก่อนจะเป็นอย่างทุกวันนี้ แค่เสาหินกลุ่มหนึ่งก็สามารถเล่าเรื่องราวของน้ำแข็ง ภูเขาไฟ เวลา และการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์
ถ้าใครได้ไปยืนอยู่ท่ามกลางเสาหินครอวลีย์ แล้วมองไปรอบ ๆ จะรู้สึกเลยว่า เราเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของประวัติศาสตร์โลกที่ยาวนานมาก และบางครั้งการได้เห็นธรรมชาติในมุมแปลกตาแบบนี้ ก็ทำให้เราเผลอเงียบไป แล้วปล่อยให้ความมหัศจรรย์ของโลกทำงานกับหัวใจเราเองแบบไม่ต้องมีคำอธิบายเยอะเลย





















