หากเกิดสัญญาณเตือนเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนงาน รีบหางานใหม่ เปลี่ยนงานก่อนหมดใจ
1.รู้สึกว่าไม่โอเคกับระบบขององค์กร เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ ยิ่งทำงาน ยิ่งรู้สึกว่ารับไม่ได้ ไม่โอเคกับระบบภายในองค์กร ปรับตัวเข้ากับองค์กรลำบาก เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้เลย เหมือนกับสำนวนที่กล่าวไว้ว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ต้องคอยฝืนความรู้สึกตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนใจอยู่ต่อ องค์กรแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันไป ย่อมมีที่อื่นที่เหมาะกว่าแน่นอน
2.เบื่อหน่ายกับการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ปัญหาในการทำงานส่วนใหญ่มาจากคน “เยอะ” ทั้งเรื่องเยอะ ใช้อารมณ์ในการทำงาน ตั้งกฎเกณฑ์ต่อกันมากมาย คนทำงานด้วยก็เบื่อหน่าย และ หมดความอดทน
3.ไม่ชอบงานที่ทำอย่างมาก อยู่ที่ทำงานแล้วไม่มีความสุข ร้องไห้เพราะการทำงานบ่อย ๆ ถ้าระดับของความไม่ชอบรุนแรงมากถึงขั้นที่ต้องใช้คำว่าฝืนใจไปทำงาน ขาดแรงจูงใจอย่างสิ้นเชิง เฝ้ารอแต่สุดสัปดาห์ ถึงเวลาทำงานก็ทำแบบขอไปทีให้หมดไปแต่ละวัน รู้สึกว่าที่ทำงานคือสถานที่ที่ทำให้ไม่มีความสุข งานที่ทำให้เสียน้ำตาบ่อย ๆ ไม่ว่าจะมาจากตัวเนื้องาน หรือ จากคนร่วมงานก็ตาม นี่คือสัญญาณอันแรงกล้าว่าอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังแล้ว
4.ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่มีโอกาส ก้าวหน้า ถ้าทำงานไปแล้วรู้สึกย่ำอยู่กับที่ เหมือนเดิมทุกวัน ไม่เกิดความท้าทายอะไรใหม่ ๆ หรือ ทำงานมาก็หลายปี ประสบการณ์มากมาย ผลงานก็อยู่ในขั้นดีมากแต่ก็ยังอยู่ตำแหน่งเดิม ไม่เคยได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง บางครั้งมีคนใหม่เข้ามากลับก้าวหน้าแซงเราไปได้อย่างรวดเร็ว หากปรึกษาปัญหานี้กับหัวหน้าแล้วทุกอย่างก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง มีแต่คำสัญญาที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง อาจจะต้องพิจารณาไปหาความก้าวหน้าที่องค์กรอื่นดูบ้าง
5.สุขภาพเริ่มย่ำแย่ บางครั้งร่างกายก็ส่งสัญญาณให้รับรู้ถึงความไม่สมดุลในชีวิต หากต้องเผชิญกับความเครียด หรืออาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเรื้อรังเป็นประจำ นี่เป็นหนึ่งในอีกสัญญาณว่างานที่ทำอยู่อาจจะไม่ใช่ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก หากสูญเสียไปแล้วบางครั้งอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ต่อให้รายได้ดีแค่ไหน บางครั้งก็อาจจะไม่คุ้มกับสิ่งที่กำลังจะเสียไป
6.เงินเดือนไม่พอใช้ รู้สึกว่าค่าตอบแทนไม่คุ้มค่า หากทำงานแสนสาหัส แต่เงินเดือนแสนเบา หรือ มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน แต่เงินเดือนยังผ่อนจักรยานไม่ได้ เงินเดือนสวนทางกับงานที่ได้รับมอบหมาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เงินเดือนไม่พอใช้ แบบนี้แล้วการเปลี่ยนงานใหม่ที่ให้ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อน่าจะดีกับชีวิตในระยะยาว
7.แยกเรื่องงาน กับเรื่องส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ ส่งผลต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว แม้ว่าจะเลิกงานแล้ว แต่ยังมีเสียงโทรศัพท์ เสียงแชทคอยมาตามงานอยู่ตลอด จนทำให้แทบจะไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเป็นของตัวเอง เรียกว่าไม่มี work life balance และกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ทำให้หงุดหงิดเอาอารมณ์เสียจากที่ทำงานมาระบายใส่คนที่บ้าน ขอให้ลองพิจารณาว่าสิ่งใดกันแน่ที่มีความสำคัญต่อชีวิต ความสำเร็จอาจไม่มีคุณค่าเท่าที่คิด หากสุดท้ายต้องอยู่เพียงลำพัง
8.มีเป้าหมายอื่นในชีวิต อาจจะอยากเปลี่ยนสายงาน อยากเรียนต่อหรืออยากหันมาทำประโยชน์เพื่อสังคมให้มากขึ้น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม หากเป้าหมายใหม่ในชีวิตแรงกล้ามากจนพร้อมที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะลอง ขอเพียงตัดสินใจด้วยเหตุผลและมีแผนการที่ชัดเจน ไม่ใช้เพียงแค่อารมณ์ในการตัดสินใจ
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
เลขเด็ด อาจารย์ดุ่ย ภรัญฯ งวด 1/3/69
เลขาฯกฤษฎีกาเปิดทางยกเลิก MOU 44 แต่เตือนต้องไม่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ – ปมบัตรเลือกตั้ง QR Code โยนศาลชี้ขาด
เครื่องดื่มแบรนด์ไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในระดับโลก
มองโลกในแง่ดีเข้าไว้







