หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

น้ำตาที่มาจากความเศร้า มีรสชาติเค็มกว่า น้ำตาที่มาจากความดีใจ


เขียนโดย sompeansomped

 

ร่างกายสร้างน้ำตา จากต่อมน้ำตาบริเวณเหนือดวงตาแต่ละข้าง โดยทุกครั้งที่กะพริบตา น้ำตาจะกระจายตัวออกมาทั่วพื้นผิวดวงตา แล้วค่อย ๆ ไหลกลับไปยังหลุมเล็ก ๆ บริเวณมุมเปลือกตาชั้นบน และ ชั้นล่าง ซึ่งน้ำตาที่ถูกระบายออกไปนี้จะไหลผ่านท่อในเปลือกตา และ ไหลลงท่อระบายน้ำตาไปยังจมูก เมื่อถึงบริเวณนี้หากไม่ระเหยก็จะถูกดูดซึมกลับไป

 

 

น้ำตาที่เกิดจากการร้องไห้เพราะความเครียด หรือ เสียใจ

ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนแห่งความเครียด คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามาก ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมน้อย ดังนั้นเมื่อร้องไห้จึงทำให้น้ำตามีความเค็ม 

 

สาเหตุที่น้ำตามีรสชาติเค็ม?

ส่วนประกอบของน้ำตา 98% คือ น้ำ อีก 2% คือ สารและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น เกลือโพแทสเซียม เกลือโซเดียม ซึ่งสารสองชนิดนี้เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) สำคัญที่มีอยู่ในร่างกาย นอกจากนั้นในร่างกายจะมีแร่ธาตุซึ่งมีเกลือเป็นส่วนประกอบ จึงไม่แปลกที่ของเหลวในร่างกายจะมีความเค็ม นอกจากนี้อารมณ์ก็มีผลต่อความเค็มของน้ำตาอีกด้วย

 

 

น้ำตาที่เกิดจากการร้องไห้เพราะความดีใจ

ร่างกายจะหลั่งสาร เอ็นโดรฟิน (Endorphin) เป็นสารที่ทำให้มีความสุข ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง ดังนั้นน้ำตาที่ออกมาจึงมีรสเค็มน้อยกว่าน้ำตาเวลาเครียดหรือเสียใจ

 

 

น้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ หรือ การร้องไห้ เกิดจากอะไร ?

 

1.นักจิตวิทยาเชื่อว่าน้ำตาที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ หรือ การร้องไห้ของมนุษย์ พัฒนามาจากการส่งเสียงร้องของสัตว์ เช่นเดียวกับทารก ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ยังไม่มีการพัฒนาต่อมน้ำตาขึ้นอย่างสมบูรณ์ และ ไม่สามารถผลิตน้ำตาออกมา แต่ก็ส่งเสียงร้องไห้เพื่อเรียกร้องการดูแล ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ได้

 

2.การได้รับความเจ็บปวดทางกายเป็นสาเหตุหนึ่งของการร้องไห้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่จะเริ่มตอบสนองต่อการเจ็บปวดทางกายด้วยการร้องไห้น้อยลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ในขณะเดียวกันอารมณ์ที่ส่งผลให้ร้องไห้ก็หลากหลายขึ้นเช่นกัน จากการเจ็บปวดทางกายไปสู่ความเจ็บปวดจากการต้องสูญเสียสิ่งของ บุคคลที่ใกล้ชิดผูกพัน การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความสงสาร ความเจ็บปวดจากการมีชีวิตในสังคม ความอ่อนไหวทางอารมณ์ หรือ แม้แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

 

 

3.การร้องไห้ไม่เพียงเป็นการตอบสนองทางอารมณ์ต่อความเศร้า ความเจ็บปวด แต่อาจเป็นการร้องไห้ที่ตอบสนองต่อความสวยงาม ความสุข ความสมหวังก็ได้ บางคนอาจร้องไห้ในบางสถานการณ์ในขณะที่คนอื่นไม่ร้อง เช่น พิธีจบการศึกษา งานแต่งงาน เป็นต้น

 

4.น้ำตา หรือ การร้องไห้ คือ กลไกป้องกันตนเอง โดยใช้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังโกรธ มีความรู้สึกทางอารมณ์ที่รุนแรง หรือ แค่เรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่าย

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,557 ครั้ง
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
11 VOTES (3.7/5 จาก 3 คน)
VOTED: Thorsten, momon, pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายนไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?เกาะที่ไม่มีรถยนต์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
รัฐธรรมนูญ2560ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อนเผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ตั้งกระทู้ใหม่