รู้หรือไม่ ? ทำไมค้างคาวถึงห้อยหัวนอนได้ทั้งคืน โดยที่เลือดไม่ลงหัวจนสมองบวม เหมือนกับสัตว์ประเภทอื่นๆ
เพื่อนๆลองนึกภาพตามนะเด้อ...ถ้าเป็นมนุษย์แบบพวกเราเนี่ยไปห้อยหัวแบบค้างคาวอยู่สักพัก ไม่ต้องนานมากหรอก แป๊บเดียวก็เริ่มหน้ามืด ตาลาย เลือดขึ้นหัวตุบ ๆ แล้ว แถมถ้านานเกินไปยังเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกอีกต่างหาก ฟังดูน่ากลัวใช่ไหม แต่สำหรับ “ค้างคาว” นี่คือท่าพักผ่อนประจำวัน ห้อยกันสบาย ๆ เหมือนคนนอนเอกเขนกบนโซฟาเลย
เหตุผลที่มันทำได้ ไม่ใช่เพราะร่างกายมันทนกว่าเฉย ๆ แต่เป็นผลจากวิวัฒนาการของระบบไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตกลางอากาศโดยเฉพาะ เริ่มจากเรื่องลิ้นหัวใจในหลอดเลือดของมัน มนุษย์เราจะมีลิ้นหัวใจในหลอดเลือดดำเยอะตรงขา เอาไว้ช่วยดันเลือดกลับขึ้นหัวใจเวลาเรายืนหรือเดิน แต่ค้างคาวนี่จัดเต็มกว่า มีลิ้นหัวใจกระจายอยู่ทั่วร่างกาย และบางจุดยังมีในหลอดเลือดแดงด้วย ลิ้นพวกนี้ทำหน้าที่เหมือนประตูทางเดียว คอยกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับไปกองที่หัวตอนมันกลับหัวลงตามแรงโน้มถ่วง
ยังไม่หมดนะ หลอดเลือดของค้างคาวเองก็ฉลาดมาก มันสามารถหดตัวและขยายตัวได้รวดเร็วสุด ๆ เวลาค้างคาวห้อยหัว หลอดเลือดบริเวณศีรษะจะหดตัวลงทันที เพื่อลดปริมาณเลือดที่จะไหลเข้าไปมากเกินไป ในขณะที่หลอดเลือดแถวปีกกับลำตัวจะขยายออกเพื่อรับเลือดส่วนเกินแทน พูดง่าย ๆ คือมันกระจายเลือดออกไปจากหัวอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ไปรวมกันจนเกิดอันตราย
หัวใจของค้างคาวก็เป็นอีกพระเอกสำคัญ เพราะถ้าเทียบกับขนาดตัวแล้ว หัวใจของมันใหญ่กว่ามนุษย์มาก แถมเต้นเร็วและแรงกว่าอีก เหตุผลก็เพื่อให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงปีกเวลาบินได้ทั่วถึง แต่ผลพลอยได้คือ หัวใจที่ทรงพลังนี้สามารถสร้างแรงดันพอจะดันเลือดออกจากสมอง กลับลงไปยังลำตัวได้ แม้มันจะอยู่ในท่ากลับหัวก็ตาม
บางสายพันธุ์ยังมีลูกเล่นเพิ่มเข้าไปอีก คือหลอดเลือดดำทำงานเหมือน “ปั๊ม” ในตัว มนุษย์เรา เลือดดำจะไหลกลับหัวใจด้วยแรงดันต่ำ ต้องอาศัยการขยับตัวหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อช่วย แต่ค้างคาวบางชนิด หลอดเลือดดำจะหดตัวเป็นจังหวะ ๆ เองได้ ช่วยปั๊มเลือดกลับหัวใจโดยตรง เหมือนมีเครื่องสูบน้ำขนาดจิ๋วติดอยู่ในร่างกาย
และถ้ายังทึ่งไม่พอ การห้อยหัวยังช่วยให้มันประหยัดพลังงานสุด ๆ อีกด้วย เพราะค้างคาวไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อเท้าเพื่อเกาะกิ่งไม้เหมือนนก มันมี “เอ็นพิเศษ” ที่เท้า ซึ่งจะล็อกนิ้วเท้าให้กำแน่นอัตโนมัติเมื่อมีน้ำหนักตัวถ่วงลง พอห้อยหัวปุ๊บ เท้าก็ล็อกปั๊บ ต่อให้หลับสนิทก็ไม่หล่น แถมไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด
สรุปแล้ว ที่ค้างคาวห้อยหัวได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลงานชิ้นเอกของวิวัฒนาการ ทั้งระบบเลือด หัวใจ หลอดเลือด และโครงสร้างเท้า ทุกอย่างถูกปรับมาเพื่อให้มันใช้ชีวิตแบบนี้ได้อย่างปลอดภัยและประหยัดพลังงานที่สุด เห็นแบบนี้แล้วก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า ธรรมชาตินี่ช่างออกแบบได้เนียนกว่าที่เราคิดเยอะเลย 🦇
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
โอกิมิ หมู่บ้านอายุยืนของญี่ปุ่น บทเรียนสุขภาพที่ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร
สัตว์ยุคไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตอยู่วันนี้ เรื่องจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
เงินเดือนพนักงานธนาคาร อาชีพยอดนิยมของคนรุ่นใหม่
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
งูจงอาง ทำไมได้ชื่อว่า “ผู้กินงู” และไม่ได้กินแต่งูพิษอย่างที่หลายคนคิด
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
สถิติหวย 16 มิถุนายน ย้อนหลัง 10 ปี ก่อนงวด 16/6/69
ทะเลสาบเปลี่ยนสีได้จริงไหม เปิดเหตุผลของ Kelimutu และทะเลสาบสีประหลาดทั่วโลก
😃 ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้สามัญสำนึกของเราสับสน 😁
ถูกนอกใจควรทำอย่างไร 9 สาเหตุที่พบบ่อย และ 10 วิธีตั้งหลักให้ใจกลับมาแข็งแรง
สงครามอีมู 1932 เมื่อออสเตรเลียส่งทหารไปจัดการนก แต่กลับล้มเหลว
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ทะเลสาบเปลี่ยนสีได้จริงไหม เปิดเหตุผลของ Kelimutu และทะเลสาบสีประหลาดทั่วโลก
Bangkok Pride Shows How the City Is Changing in Public
ธุรกิจเล็กไม่ต้องขายถูกเสมอไป ถ้าทำให้ลูกค้าเห็นความคุ้มค่า
😃 ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้สามัญสำนึกของเราสับสน 😁
ไก่ฟ้าสีทอง นกป่าจีนที่สวยเหมือนภาพวาด แต่ซ่อนกลยุทธ์เอาตัวรอดไว้ในสีขน
เต่ามะเฟือง เต่าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ต้องการๆอนุรักษ์และดูแล
ลาหมอบัตเตอร์ ปลาสวยงามต่างถิ่นที่ไม่ควรถูกปล่อยลงแหล่งน้ำไทย
ฮิปโปกับจระเข้แม่น้ำไนล์ อยู่ร่วมกันได้อย่างไร ทั้งที่ต่างฝ่ายก็น่ากลัว

