การต่อเรือหัวโทง ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ
"การต่อเรือหัวโทง" ของจังหวัดกระบี่ ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พ. ศ. 2568
กรมส่งเสริมวัฒนธรรมประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พ.ศ 2568 จำนวน 28 รายการ โดยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่ คือ "การต่อเรือหัวโทง" ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พ. ศ. 2568 ประเภทรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน (ด้านงานช่างฝีมือ)
เรือหัวโทง เป็นเรือที่นิยมใช้กันตามชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของไทย มีต้นกำเนิดที่บ้านหาดยาว ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ความโดดเด่นของเรือชนิดนี้ คือ หัวเรือที่เชิดสูงงอนตั้งตระหง่านบนหัวเรือ นอกจากคำนึงถึงความสวยงามแล้วยังเป็นภูมิปัญญาของช่างที่ต่อเติมขึ้นเพื่อถ่วงน้ำหนักของเครื่องยนต์ท้ายเรือ อันเป็นการสร้างสมดุลในการทรงตัวของเรือขณะฝ่าคลื่นลมแรงไปยังจุดหมายปลายทาง อีกทั้งยังใช้เป็นเข็มทิศนำทาง และป้องกันคลื่นซัดเข้าเรือ จากการที่กระบี่เป็นเมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศรายรอบไปด้วย ภูเขา เกาะแก่ง ทะเล สัตว์น้ำและปะการัง ใต้ท้องทะเลที่สวยงาม อันเป็นจุดขายที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว เมื่อเข้าสู่ยุคท่องเที่ยว เรือหัวโทงจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริการนักท่องเที่ยว การขนส่งสินค้าไปยัง
แหล่งประกอบการที่ตั้งอยู่ตามเกาะต่าง ๆ และเป็นเรือข้ามฟากสำหรับคนเดินทาง เรือหัวโทงจึงได้ปรับเปลี่ยนอีกครั้งเพื่อให้สอดรับกับประโยชน์ใช้สอย โดยต่อเรือขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการของเจ้าของเรือที่มาว่าจ้าง เสริมหลังคาป้องกันแดด ลม ฝน และปรับแต่งให้มีสีสันสวยงาม บางลำติดตั้งเครื่องเรือ 4 สูบ และเพิ่มแพนท้ายเรือเพื่อป้องกันน้ำทะเลซัดเข้าทางท้ายเรือ บางลำขนาดใหญ่สุด วางเครื่องเรือไว้กลางลำและต่อท้ายเรือเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับเป็นที่นั่งผู้โดยสาร ทุกขั้นตอนของการต่อเรือ ต้องอาศัยช่างฝีมือที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นและประสบการณ์จากการฝึกฝนด้วยตนเองลองผิดลองถูกจนเกิดความชำนาญ ตั้งแต่การเลือกไม้ที่ใช้ต่อเรือ การจัดเตรียมชิ้นส่วนของเรือ ซึ่งต้องคำนวณสัดส่วน การวัดความกว้าง ยาว ความโค้ง ขององค์ประกอบแต่ละชิ้นส่วนที่จะนำมาประกอบเป็นตัวเรือ ซึ่งจะต้องสัมพันธ์กับศักยภาพของเครื่องมือเครื่องใช้ และประโยชน์ใช้สอยที่ต้องการ อีกทั้งในอดีตยังสืบทอดอุบายวิธีที่แฝงอยู่ในความเชื่อ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของเรือด้วย ไม้ที่ใช้ต่อเรือ ส่วนที่เป็นโครงสร้าง เช่น กระดูกงู โขนหัวเรือ กงเรือ และลูกกล้วย ใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้หว้าหิน ไม้หว้าคลอง (หว้าน้ำ) ไม้ขนุน และไม้เคี่ยม เพราะโครงสร้างเรือต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เส้นตาเรือ ใช้ไม้ขนุน ไม้เคี่ยม ไม้เทียม และไม้พะยอม ขั้นตอนการต่อเรือหัวโทง
เทคนิควิธีการทำเรือหัวโทง ที่เรียกว่า “ต่อเรือ” หลังจากจัดเตรียมไม้กระดานชิ้นส่วนต่างๆ สำหรับประกอบเป็นตัวเรือ และอุปกรณ์ เครื่องมือพร้อมแล้ว เริ่มด้วยทำกระดูกงูหรือมาดเรือให้ได้รูปทรงและขนาดที่ต้องการแล้ววางตรึงกับขอนรองให้มั่นคง จากนั้นขึ้นกระดานทีละแผ่น โดยใช้หวายหรือไม้แบบเป็นกงเรือชั่วคราวเพื่อยึดแผ่นกระดานและมาดเรือไว้
เมื่อวางแผ่นกระดานเรือทั้ง 2 ข้าง ประกอบเป็นรูปเรือแล้ว ใช้หวายหรือลวดยึดแผ่นไม้กระดานหัวเรือและท้ายเรือไว้กันแยก มีการแต่งปากเรือให้ได้ขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ แต่งรูปทรงเรือและปากเรือโดยใช้ไม้ค้ำดันปากเรือให้กว้างขึ้น ไม้ค้ำตรงกลางเรือจะยาวที่สุด แล้วลดขนาดไล่ลงไปจนถึงหัวและท้ายเรือตามรูปทรงที่ต้องการ แล้วใส่กงท้องเรือ การทำตัวกงแบบดั้งเดิมจะนำไม้ไผ่ป่ามาผ่าวัดให้ได้ขนาดที่ต้องการทาบลงกับส่วนท้องเรือตามแนวขวาง จำนวนเท่ากงเรือ แล้วใช้เชือกผูกปลายไม้ไผ่ ทั้ง 2 ข้างตามความกว้างของปากเรือแต่ละจุด ระยะห่างกันช่องละ 30 เซนติเมตร เพื่อทำแบบโค้งกงเรือ จากนั้นนำแบบไม้ไผ่โค้งกงเรือดังกล่าวไปคัดเลือกต้นไม้ในป่าที่ได้ขนาดเท่าส่วนโค้งที่ต้องการมาถากทำกงเรือ
แต่ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถจะเลื่อยตัดแต่งไม้ทำกงเรือตามที่ต้องการได้ โดยกงแต่ละตัวจะใช้ไม้ 3 ชิ้น ซ้อนต่อกัน มีกงท้องเรือ 1 ชิ้น กงข้างเรือ 2 ชิ้น และกงเสียบหัวเรือ 2 คู่ กงเสียบท้ายเรือ 2 คู่ กงเสียบหัวเรือและท้ายเรือรวม 4 คู่ นับรวมกับจำนวนตัวกงที่ต้องการต่อเรือ เป็น 4 ตัวกงด้วย การใส่กงเรือเริ่มจากข้างซ้ายหรือขวาก่อนก็ได้ แล้วใส่กงท้องเรือตรงกลาง เมื่อใส่กงทั้ง 3 ชิ้น ครบทุกตัวแล้ว ใส่กงเสียบหัวเรือ 2 คู่ ท้ายเรือ 2 คู่ เพื่อยึดหัวเรือและท้ายเรือให้แข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น กงเรือยิ่งชิดเรือยิ่งแข็งแรง เรือที่ใช้บรรทุกของหนัก เช่น เรือบรรทุกไม้ หรือเรือเตาถ่าน จะวางกงเรือจำนวนมากกว่า และชิดกว่าเรือธรรมดา หลังจากนั้น ใส่ขอบพื้นด้านหัว 2 ตัว ด้านท้าย 2 ตัว
ขั้นตอนต่อไปติดเส้นตาเรือข้างละ 1 คู่ ขนานกัน บริเวณกลางแคมเรือด้านใน สำหรับปูไม้กระดานพื้นเรือบนเส้นตาล่าง ลักษณะขวางลำเรือสำหรับเป็นที่นั่ง หากเป็นเรือท่องเที่ยวจะเพิ่มเก้าอี้หรือที่นั่งและหลังคาเรือสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย หลังจากนั้นปิดปากถ้วย บริเวณขอบแคมเรือด้านในเหนือเส้นตาเรือ ให้ขนานกับเส้นตาเรือทั้ง 2 ข้าง แล้วแต่งขอบแคมเรือด้านบนทั้ง 2 ข้าง เพื่อวางไม้กระดานปิดหัวกงทับขอบแคมเรือและขอบปากถ้วย ใส่ทวนหัว และทวนท้ายเรือ ทับกระดูกงู หรือมาดเรือ สูงเสมอกับพื้นหัวเรือและท้ายเรือ แล้วใส่เรือโขนหัวเรือและท้ายเรือ หากเป็นเรือที่ติดตั้งเครื่องเรือหางยาว ไม่ต้องใส่โขนท้ายเรือ เว้นไว้ติดตั้งหมอนเครื่อง หรือฐานวางเครื่องเรือ แต่งแคมข้างเรือเพื่อใส่ลูกกล้วย ติดกระดานปิดหัวเรือ และกระดานปิดท้ายเรือ แล้วติดหมอนเครื่อง หรือฐานวางเครื่องเรือ ซึ่งเจาะรูและรองแผ่นเหล็กไว้ สำหรับสอดก้ามปู หรือเขาควาย ท่อเหล็กยื่นยาวอยู่ใต้ท้องเรือเพื่อยึดเครื่องเรือกับท้ายเรือ หากเป็นเรือขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ จะใส่แพนท้ายเรือเพื่อรองรับคลื่นลมที่จะซัดน้ำทะเลเข้าไปในเรือขั้นสุดท้ายคือใส่ไม้มอบทับลูกกล้วย และไม้คิวเรือบริเวณขอบแคมเรือด้านนอก ปัจจุบันใช้ท่อ PVC ปิดทับไม้มอบ ไม้คิ้ว และขอบเรือด้านในอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความแข็งแรง ลดการกระแทก และเสียดสี
หลังจากนั้น สำรวจรอยแตกของไม้ใช้กาวอีพล็อกซี่ใส ทาอุดรอยแตก ขัดผิวเนื้อไม้ให้เรียบใช้เครื่องเจียรเซาะร่องสำหรับตอกหมันเรือ แล้วนำน้ำมันชันที่มีส่วนผสมของผงชัน น้ำมันยาง สีแดงหรือปูนแดงและเสน ทาลงไปในช่องว่างระหว่างแผ่นกระดานเรือที่เจียรเป็นแนวไว้ แล้วใช้ด้ายดิบสอดตามไปพร้อมกับใช้ค้อนตอกสิ่วอัดด้ายดิบลงไปให้แน่นเพื่ออุดรอยต่อของแผ่นไม้ ป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้าเรือ เมื่อตอกหมันทั่วทั้งใต้ท้องเรือแล้วทาน้ำมันชันอัดเข้าไปอีกรอบก่อนทาน้ำมันยางทับให้ทั่วทั้งลำเรือ เพื่อกันมอด และทาสีกันเพรียงทะเลทำลายเนื้อไม้ แล้วทาน้ำมันเคลือบเงาเคลือบทับสีกันเพรียงอีกชั้นให้พื้นผิวไม้เรียบเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อความสวยงามและป้องกันน้ำซึมเข้าเรือ เดิมจะทาน้ำมันยางทั้งภายนอกและภายในลำเรือ แต่สำหรับเรือท่องเที่ยวปัจจุบันเจ้าของเรือต้องการให้ทาเฉพาะภายในเนื่องจากการทาภายนอกจะทำให้ชุดว่ายน้ำของลูกค้าเสียหาย มีการตกแต่งเรือด้วยลวดลายสีสันที่สดใสสวยงามตามที่เจ้าของเรือต้องการ
การต่อเรือเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของผู้คนที่อาศัยตามชายฝั่งทะเล และแม่น้ำลำคลอง มีการเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้และทักษะมายาวนานหลายชั่วอายุคน ขณะเดียวกันกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ภูมิปัญญาเหล่านี้มีพัฒนาการที่สัมพันธ์กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิตเครื่องมือที่ใช้ต่อเรือ และประโยชน์ใช้สอยของเรือที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง นับเป็นภูมิปัญญาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนชายฝั่งทะเลอันดามันอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้ว่า จากดั้งเดิมเป็นเรือไม้ระกำ พัฒนาเป็นเรือขุด หรือเรือมาด เรือขนาดเล็กที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้ทำมาหากินตามชายฝั่ง แล้วพัฒนาปรับเปลี่ยนมาใช้เรือมาดที่ต่อแคมเรือด้วยไม้กระดาน แต่ยังคงใช้พาย หรือกรรเชียง หรือใช้ใบ แล้วพัฒนาต่อมาเป็นเรือแจวคู่ ที่ต่อด้วยไม้กระดานแผ่นสำหรับทำการประมงน้ำลึก จนกระทั้งปรับเปลี่ยนให้ขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับบรรทุกไม้โกงกางไปยังเตาเผาถ่านส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ และเป็นพาหนะที่เดินทางได้ไกลขึ้น บรรทุกเครื่องมือประมงที่ทันสมัยเพื่อออกไปทำประมงน้ำลึกได้มากขึ้น ต่อมา มีพัฒนาการที่สำคัญอีกครั้ง
เมื่อวงการเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ผลิตเครื่องเรือหางยาว ที่สามารถนำมาใช้กับเรือแจวคู่ได้ออกจำหน่าย โดยปรับโขนท้ายเรือออกเพื่อติดตั้งหมอนเครื่อง ซึ่งเป็นฐานสำหรับวางเครื่องเรือหางยาว น้ำหนักเครื่องเรือหางยาวที่วางบนหมอนเครื่องท้ายเรือทำให้โขนหัวเรือที่ยื่นยาวไปข้างหน้าเชิดสูงขึ้นเป็น “เรือหัวโทง”
พัฒนาการของการต่อเรือในจังหวัดกระบี่ ที่สืบเนื่องต่อกันมาหลายรูปแบบจนกระทั่งปรับเปลี่ยน มาเป็น “เรือหัวโทง” ดังกล่าวข้างต้น ส่งผลต่อประโยชน์ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถออกทะเลลึกเพื่อวางอวน 3 ชั้น หรืออวนกุ้ง และเดินทางไกลได้ เหมาะกับสภาพแวดล้อมทางทะเลในพื้นที่ฝั่งอันดามันซึ่งมีพายุคลื่นลมแรง เนื่องจากลักษณะเด่นของหัวเรือที่เชิดสูงขึ้นสามารถโต้คลื่นลมแรง
และป้องกันคลื่นซัดน้ำทะเลเข้าทางหัวเรือได้ดี ในทำนองเดียวกันเรือหัวโทงขนาดใหญ่ เช่นเรือที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ ที่แล่นในทะเลลึก จะเพิ่มแพนท้ายเรือ ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาของช่างที่ประดิษฐ์ส่วนประกอบชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันคลื่นลมที่จะซัดน้ำทะเลเข้าทางท้ายเรือ ประโยชน์ใช้สอยของเรือหัวโทงนอกจากใช้เป็นพาหนะบรรทุกเครื่องมือออกไปทำประมงน้ำลึกเพื่อเลี้ยงชีพแล้ว ยังใช้เป็นพาหนะในการเดินทางของชาวบ้านที่ต้องสัญจรไปมาทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันเรือหัวโทงยังมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ชาวบ้านได้ดัดแปลงเรือหัวโทงมาใช้เป็นพาหนะนำนักท่องเที่ยวโดยสารไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล นับเป็นอีกจุดขายหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้โดยสารเรือซึ่งมีเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน อีกทั้งยังได้เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่มีกลิ่นอายของวิถีชีวิตพื้นบ้านอย่างใกล้ชิด
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1CkFHgPvY6/
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กุมภาพันธ์
เปิดเลขเด็ดพญาบึ้ง "แม่ยวน" งวด 1 ก.พ. 69
มาแล้ว! "10 อันดับ เลขฮิตติดชาร์ต" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนฮิต ส่องเลย!
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
5 นิสัยที่บอกว่าคุณเริ่มแก่แล้ว… โดยไม่ต้องดูอายุ
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชีย
ชาวนาพบแผ่นทองคำ หลังขึ้นเขาเก็บสมุนไพร หน่วยงานรัฐเร่งเข้าตรวจสอบ
รักสนุกแต่ทุกข์ถึงพ่อแม่! "ทนายเมียหลวง" กางกฎหมายขยี้สายแซ่บ.. การฟ้องชู้ได้ไม่เว้นเยาวชน
ท่านยมสั่งรวย! "หมอปลาย" เปิดเลขลับงวด 1 ก.พ. 69 ย้ำเลข 8 มาแรงแซงทุกโค้ง
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
🕰️ ย้อนวันวานกาดหลวง ปี 2515 เสน่ห์ชีวิตผู้คนกลางเมืองเชียงใหม่ที่ไม่เคยเลือน
จังหวัดและเมืองในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นจำนวนมากที่สุดในปัจจุบัน
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณตื่นขึ้นมาแล้วสังเกตเห็น 8 สัญญาณนี้ โรคมะเร็งอาจอยู่ใกล้ตัวคุณมากแล้ว
รักสนุกแต่ทุกข์ถึงพ่อแม่! "ทนายเมียหลวง" กางกฎหมายขยี้สายแซ่บ.. การฟ้องชู้ได้ไม่เว้นเยาวชน
กุ้งที่หายากและพบได้น้อยที่สุด มีโอกาสพบเพียง 1 ใน 50 ล้านตัว
เส้นทางความรัก 15 ปี กระติ๊บ - ปั่น: จากพรหมลิขิตสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึง







