พฤติกรรมเล็กน้อย นิสัยเสียๆ ที่ทำร้ายสุขภาพตัวเอง
1.กลั้นปัสสาวะ เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค เป็นสาเหตุหลักของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดที่กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรง จนไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ทำให้ไตมีปัญหา เวลาที่ไม่ยอมปัสสาวะ น้ำปัสสาวะจะไหลย้อนกลับไปที่ไต ทำให้เกิดแรงกดขึ้นมา ซึ่งอาจทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดี
หากรู้สึกปวดปัสสาวะ ควรที่จะไปเข้าห้องน้ำทันที และ ปัสสาวะให้ได้วันละประมาณ 5-7 ครั้ง
2.กัดเล็บ ชอบกัดเล็บเวลาที่มีเรื่องกลุ้มใจ หรือ วิตกกังวล เป็นนิสัยที่ไม่ดี เนื่องจากเป็นการทำลายสภาพผิวของเล็บ อาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อบริเวณผิวหนังได้ นำไปสู่การติดเชื้อในร่างกาย ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้
3.ใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป การที่จ้องหน้าจอเวลานานจนเกิดไปโดยที่ไม่ขยับตัวเลย อาจจะทำให้เกิดผลเสียได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นโรคยอดนิยมอย่าง ออฟฟิศซินโดรม ที่หากไม่ทำการรักษาให้ดีอาจจะเสี่ยงให้เกิดความพิการได้ จะทำให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้า กระจกตามีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาได้ อาจทำให้ดวงตาแห้ง และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็น ควรลุกออกจากหน้าจอบ้าง โดยในหนึ่งชั่วโมง พักสายตา ยืดเส้นยืดสายสัก 5 นาที หรืออาจจะใช้วิธีในการเดินไปห้องน้ำ แบบนี้จะช่วยทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง
4.ใช้ไหล่แบกของมากเกินไป เวลาที่สะพายถุงหนัก ๆ ไว้บนไหล่ข้างหนึ่งนั้น จะทำให้คอเสียสมดุล และ เกิดอันตรายได้ จะทำให้คอ แขนเกิดอาการชา จึงไม่ควรใช้ไหล่ข้างเดียวในการแบกของ วิธีที่ดีกว่า คือ ใช้กระเป๋าเป้แบบสะพายหลังดี เพื่อความสมดุลของไหล่
5.นอนดึก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายทำงานไม่เป็นระบบ เรียกสั้น ๆ ว่า “นาฬิกาชีวิตพัง” เนื่องจากร่างกายใช้เวลานอนในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่ซึกหรอ การที่เรานอนดึก และ พักผ่อนไม่เพียงพอนั้น นำไปสู่ปัญหาในระยะยาวได้ เช่น นอนตื่นมาแล้วไม่สดชื่น สมาธิสั้น ทำให้เรียนรู้ และ จดจำอะไรได้ยากขึ้น รวมไปถึงโรคร้ายต่าง ๆ อย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า สร้างกิจวัตรการนอน โดยนอนให้ได้คืนละ 7-8 ชั่วโมง
6.ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การสังสรรค์ที่มากจนเกินไป อาจจะทำให้ร่างกายพังได้ ทั้งในเรื่องของการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อโรคตับแข็ง มะเร็งตับ หรือ โรคหัวใจ บางคนยังนิยมสูบบุหรี่ระหว่างการทำงานทำให้เสี่ยงต่อการโรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงโรคอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต อยากมีสุขภาพแข็งแรง ควรเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ หรือ ลดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
7.ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ชีวิตที่เร่งรีบ และงานที่หนักจนเกิดไป ทำให้ละเลยการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี ช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกาย และ ปรับสมดุลให้กับชีวิต ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
8.นั่งเป็นเวลานาน การนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง หมายความว่า จะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีส่วนเชื่อมโยงกับปัญหาทางด้านสุขภาพอื่น ๆ อย่างเช่น โรคหัวใจ วิธีแก้ปัญหาแบบง่าย ๆ คือ ลุกขึ้นเดินเป็นระยะ ๆ การเดินวันละ 10 นาที สามารถช่วยได้
9.กินอาหารเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินกับการกินได้น้อยลง ควรกินอาหารให้ช้าลง ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้ง่ายขึ้น เนื่องจากร่างกายมีโอกาสได้รับรู้ว่ากินอิ่มแล้ว ตักอาการเข้าปากเป็นคำเล็ก ๆ แล้วเคี้ยวนาน ๆ ช่วยให้ระบบการย่อยของกระเพาะทำงานได้ดี เพราะอาหารผ่านการเคี้ยวที่ช้า ๆ และ ละเอียด
ชาวนาพบแผ่นทองคำ หลังขึ้นเขาเก็บสมุนไพร หน่วยงานรัฐเร่งเข้าตรวจสอบ
มาแล้ว! "10 อันดับ เลขฮิตติดชาร์ต" งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนฮิต ส่องเลย!
5 นิสัยที่บอกว่าคุณเริ่มแก่แล้ว… โดยไม่ต้องดูอายุ
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กุมภาพันธ์
ท่านยมสั่งรวย! "หมอปลาย" เปิดเลขลับงวด 1 ก.พ. 69 ย้ำเลข 8 มาแรงแซงทุกโค้ง
เปิดเลขเด็ดพญาบึ้ง "แม่ยวน" งวด 1 ก.พ. 69
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชีย
นิสัยคนไทยที่ต่างชาติไม่เข้าใจ แต่เราทำกันจนชิน
🕰️ ย้อนวันวานกาดหลวง ปี 2515 เสน่ห์ชีวิตผู้คนกลางเมืองเชียงใหม่ที่ไม่เคยเลือน
มะกันค้นพบแหล่งแร่ที่มีปริมาณสำรอง 20-40 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
ข้าวแกง 10 บาท อิ่มอร่อยสวนกระแสเศรษฐกิจ! ลูกค้าแน่น
ข้าวแกง 10 บาท อิ่มอร่อยสวนกระแสเศรษฐกิจ! ลูกค้าแน่น
“หน้าใสขึ้นใน 7 วัน แบบไม่ง้อคลินิก! แค่เปลี่ยน 3 อย่างนี้…คนทักทั้งออฟฟิศ”
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กุมภาพันธ์
"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปต
วิวาห์ล่ม! "กระติ๊บ" ช็อกรู้ความจริง ปิดฉากรัก 15 ปี
"ChatGPT" ทำนายโลกอีก 50 ปีข้างหน้า..ฟังแล้วน่าขนลุก!







