แนะนำวิธีเพิ่มพูนความจำ พัฒนาสมอง หลีกหนีโรคสมองเสื่อม สมองเสื่อมป้องกันได้ง่าย ๆ
1.เกมลับสมอง ฝึกสมอง ศึกษาเรียนรู้ไม่หยุด อย่าให้สมองหยุดการเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะสมองยิ่งใช้ ยิ่งฉลาด ยิ่งแข็งแรง การหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความรู้วิชาการ หรือ การใช้สมองเพื่อเล่นเกม เช่น จิ๊กซอว์ เกมไขปริศนา อักษรไขว้ ปัญหาเชาว์ เป็นตัวลับสมองชั้นดี ที่ช่วยให้ได้บริหารสมอง ได้ฝึกคิด ฝึกแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทำให้ได้ใช้สมองมากยิ่งขึ้น ทำให้สมองไม่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วอีก เป็นการฝึกสมองอยู่ตลอดเวลา ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์
2.ทดสอบความจำ ลองสร้างลิสต์รายการต่าง ๆ เช่น รายการของที่ต้องซื้อ สิ่งของที่ต้องทำ แล้วพยายามจำรายการเหล่านั้นให้หมด และ ไปซื้อของ หรือ ทำตามรายการเหล่านั้นให้ถูกต้องโดยไม่ต้องดูลิสต์เหล่านั้นอีกครั้ง อาจเริ่มจากการลิสต์รายการเพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ และความยากมากขึ้นในภายหลัง
3.ฟังเพลง งานวิจัยในปี 2017 พบว่า เสียงเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน และ มีความสุข จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแก้ไขปัญหา และ ความคิดสร้างสรรค์ได้ดีกว่าการอยู่ในห้องเงียบ ๆ การเปิดฟังเพลงเบา ๆ จะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ได้ใช้ความคิด และ ช่วยในการบริหารสมองได้ดีขึ้น
4.ลองใช้มือข้างที่ไม่ถนัด ให้ลองพยายามเขียน วาดรูปอะไรก็ได้ด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หรือ แปรงฟัน เพราะการใช้มือข้างที่ไม่ถนัด เป็นการท้าทายความสามารถของสมอง และช่วยให้สมองได้ทำงานมากยิ่งขึ้น
5.นั่งสมาธิ งานวิจัย พบว่า การทำสมาธิสามารถช่วยให้ระบบประสาทภายในสมอง ได้พัฒนาเส้นทางสื่อประสาทใหม่ ๆ เพิ่มทักษะในการสังเกตการเรียนรู้ และเพิ่มความยืดหยุ่นทางจิตใจ ทำให้สมอง และจิตใจสงบ นอกจากนี้งานวิจัย ยังพบอีกด้วยว่า การทำสมาธิ จะช่วยให้สามารถโฟกัส ให้ความสนใจ และจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
6.เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ งานวิจัย พบว่า การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่างเช่น ฝึกเล่นเครื่องดนตรี ฝึกซ่อมของ หรือ ประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสมอง เพิ่มการทำงานของสมอง ช่วยให้สมองสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น เรียนภาษาเพิ่มเติม จากการศึกษาวิจัยในปี 2012 พบว่า ผู้ที่ใช้ภาษามากกว่า 2 ภาษาขึ้นไป สามารถช่วยให้มีความจำดีขึ้น พัฒนาทักษะทางด้านมิติสัมพันธ์ หรือการมองเห็นรับรู้อย่างรอบด้าน ทั้งยังช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ การใช้ภาษาเปลี่ยนไปมา 2 ภาษาอย่างคล่องแคล่วยังช่วยชะลอความเสื่อมถอยของสมองได้อีกด้วย
7.อ้วนไปผอมไป รีบแก้ไขน้ำหนักตัว น้ำหนักตัวที่ผิดปกติ มีผลต่อการเป็นอัลไซเมอร์ ควรรักษาน้ำหนักตัวให้ได้มาตรฐาน คือ มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วนลงพุง หรือ ผอมเป็นหนังหุ้มกระดูก ต้องจัดสรรการกิน การนอน ออกกำลังกายลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เบาหวาน ต้นเหตุอีกหลายโรค ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะส่งผลให้เป็นโรคอื่น ๆ ได้อีกหลายโรค เช่น โรคหลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ รวมถึงอัลไซเมอร์ ควรพบแพทย์เป็นประจำ กินยาตามคำแนะนำ ควบคุมการกินให้ดี เพื่อสุขภาพโดยรวม
8.ทำตัวให้คึกคัก หาเวลาพักร้อนไปเที่ยวบ้าง การคิดบวก มองโลกในแง่ดี เปิดโลกให้กว้าง การเดินทางพักร้อน จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยลดเสี่ยงโรคซึมเศร้า ช่วยลดเสี่ยงอัลไซเมอร์
9.วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ออกกำลังกายแบบที่ทำให้หัวใจเต้นแรงที่เรียกว่า “คาร์ดิโอ” เพราะอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 60-85% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดสูบฉีด สมองแจ่มใส ควรทำให้ได้อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์
มหาวิทยาลัยที่มี พื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
จังหวัดในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดชายฝั่งทะเลทั้งหมด
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
9 จังหวัดของไทยที่ไม่มีภูเขา
ประเทศที่ไม่มีงูอยู่เลย ในพื้นที่ทางธรรมชาติ
ปลาสวยงามพันธุ์หายาก ที่พบได้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นบนโลก







