ถ้าครองโสดไปตลอดชีวิตจะดีไหม
เขียนโดย machete007
ตอบ : สมัยก่อนผู้หญิงจะออกเรือน แต่งงานแต่งการเมื่ออายุเพียง 17-18 ปีเท่านั้น ถ้าเป็นดอกไม้ เรียกว่าเพียงแค่แรกแย้มยังไม่ทันผลิบาน ก็ถูกเด็ดพรากจากต้นมาเชยชมเสียแล้ว (บางคนอาจบอก ยังดีกว่าฉัน บานจนจะร่วงคาต้นแล้ว ยังไม่มีใครแฉลบมาเลย...)
ผู้หญิงในปัจจุบันเลือกที่จะอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น สำนักงานสํามะโนประชากรแห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนของคนอเมริกันเพศหญิงที่อายุ 20 - 24 ปีและไม่แต่งงานนั้นเพิ่มจาก 36 เป็น 73 เปอร์เซ็นต์ และผู้หญิงอายุ
30 - 34 ปีที่ไม่แต่งงานนั้นก็เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า จาก 6 เป็น 22 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
สอดคล้องกับตัวเลขการวิจัยจากคณบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจสาวโสดในกรุงเทพฯ โดยพบว่า ปัจจุบันผู้หญิงหาเงินเก่งขึ้น จึงทำให้มีบ้านหลังแรกได้เร็วกว่าผู้ชาย รวมถึงรถยนต์และเป็นกลุ่มที่มีอัตราการซื้อสินค้าประเภทจิเวลรี่มากที่สุด ขณะที่ผู้หญิงกลุ่มนี้เริ่มมีบทบาทในสังคมมากขึ้น และเลือกที่จะไม่แต่งงาน เนื่องจากสามารถหาเลี้ยงตัวเองและหาเงินได้เก่งกว่าผู้ชาย
ในสมัยโบราณผู้หญิงต้องอาศัยผู้ชายเลี้ยงดู เนื่องจากผู้หญิงถูกปิดกั้นทางการศึกษา จึงทำให้ผู้หญิงในสมัยก่อนแต่งงานเร็ว แต่ปัจจุบันโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน ผู้หญิงมีการศึกษาสูงขึ้น ทั้งชายและหญิงเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงมักเลือกเรียนวิชาเฉพาะทางอย่างทนายความหรือแพทย์เกินกว่าครึ่ง เช่นคณะแพทยศาสตร์แต่ก่อนจะเป็นคณะที่มี
นักศึกษาชายมากกว่านักศึกษาหญิง แต่ปัจจุบันตรงกันข้าม ยิ่งทันตแพทย์ไม่ต้องพูดถึง ชั้นปีหนึ่งมีนักศึกษา 100 คน จะเป็นผู้ชายเพียง 20-30 คนเท่านั้น (เวลาอาจารย์ให้จับคู่หญิงชายเพื่อทำงานกลุ่ม จะมีนักศึกษาหญิงไร้คู่ถึง 60 คน...)
ถ้าจะถามว่าชีวิตโสดมีความสุขมากกว่าชีวิตคู่หรือ จากการสํารวจของนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อดีตรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พบว่า คนโสดมีความสุขมากกว่าคนที่สมรสแล้วประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ และมีความสุขมากกว่าผู้ที่สมรสแล้วหย่าร้างหรือแยกกันอยู่ถึง 7 เปอร์เซ็นต์
ใครที่เคยมีประสบการณ์กับการหย่าร้าง คงรู้ซึ้งดีว่ามันเจ็บปวดสุดจะบรรยาย เป็นบาดแผลแห่งความทรงจําไปตลอดชีวิต และถ้าให้ย้อนเวลาได้ ทุกคนจะตอบตรงกันว่า ขออยู่เป็นโสดดีกว่า
คณะนักวิจัยชาวอเมริกันได้ศึกษาภาวะจิตใจของชายและหญิงอายุระหว่าง 70 - 79 ปี จำนวน 1,200 คน เป็นเวลา 7 ปี แล้วได้ข้อสรุปว่า ในช่วงบั้นปลายชีวิตของคนเรานั้น คนโสดจะมีสุขภาพจิตดีกว่าคนที่มีครอบครัว
ซึ่งผลสรุปที่ได้นี้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะโดยทั่วไปแล้วมักจะเชื่อกันว่า คู่แต่งงานที่อยู่ร่วมหอจนลงโลงด้วยกันนั้นจะเป็นคนที่มีความสุขและสุขภาพจิตดี แต่คณะนักวิจัยก็อธิบายว่า การมีชีวิตคู่ทำให้มีภาระมากขึ้น อย่างน้อยก็ต้องเอาใจใส่ดูแลคู่ชีวิตของตัวเอง ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เกิดผลลบทางด้านจิตใจ ซึ่งเทียบกับคนโสดแล้ว คนโสดไม่ต้องรับผิดชอบใครเลยมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า
หลายคนอาจมีคำถามอยู่ในใจว่า แล้วเรื่องเซ็กซ์ล่ะ ขอบอกว่าธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ผู้หญิงมีความต้องการด้านนี้มากเหมือนผู้ชายสมองผู้หญิงถูกสร้างมาให้ดื่มกับความสุขที่เป็นนามธรรม เช่น
ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใยมากกว่า และฮอร์โมนเอสโทรเจนโพรเจสเทอโรน ก็ไม่ใช่ฮอร์โมนที่กระตุ้นความต้องการทางเพศรุนแรง
อย่างฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนของผู้ชาย ดังนั้นผู้หญิงเวลาเห็นภาพโป๊ของผู้ชายจะรู้สึกเฉยๆ แต่ถ้าเป็นผู้ชายเห็นภาพโป๊ผู้หญิง เขาจะกระวนกระวายใจทันที
เคยมีผลการวิจัยสรุปว่า ผู้หญิงที่ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศเลย ก็มีความสุข ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงที่มีเซ็กซ์มาตลอดชีวิต
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจเคยทำแบบสอบถามผู้หญิงโสดจำนวน 200 คน ในหัวข้อ กลัวที่จะอยู่คนเดียวในบั้นปลายชีวิตหรือไม่ปรากฏว่ามีคนตอบว่าไม่กลัวถึง 135 คน (ที่เขาว่าผู้หญิงปากแข็งน่าจะจริง...)
ในทางพุทธศาสนามี 2 สภาวะ คือ ทางโลก (โลกิยะหรือสมมุติ)และทางธรรม (โลกุตรหรือวิมุตติ) การมีครอบครัวและมีความสุขดีนับเป็นเป้าหมายทางโลก แต่ทุกอย่างทางโลกล้วนเป็นไตรลักษณ์ คือ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ความหมายก็คือมีทุกข์แฝงอยู่ทุกที่ไม่แน่นอนและแท้จริงไม่มีตัวตนอะไร
ให้มีทุกข์ - สุขเอาเอง แต่เป็นเพราะเรายึดจับเอามาเปรียบเทียบ
ดังนั้นการไม่มีครอบครัวเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะ
ศึกษาทางพุทธธรรม แสวงหาความหลุดพ้น (วิมุตติ) ไม่ต้องเวียนว่ายในสังสารวัฏต่อไป
คนที่เป็นโสดคือคนที่มีบุญเก่า ไม่ต้องตกอยู่ในวังวนแห่งรัก โลภ โกรธ หลง มากเท่าคนที่มีชีวิตคู่ ไม่ต้องพะวงความเป็นอยู่ของคู่ตน ไม่ต้องห่วงใยอนาคตของลูกหลาน ไม่มีพันธะผูกพันใดๆและที่สำคัญ จิตสุดท้ายก่อนเสียชีวิตของคนโสดจะนิ่ง สงบมากกว่านำพาจุติจิตไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น ๆ ไป
หลายคนอาจคิดว่า ในบั้นปลายชีวิตผู้หญิงโสดคงต้องเข้าวัดเพราะความเหงาและไม่มีคนดูแล ในความเป็นจริงไม่ใช่ ผู้หญิงโสดกลับรู้สึกสนุกกับชีวิตมากกว่า จากการวิจัยของกรมการศาสนา พบว่าสตรีที่มาบวชชีส่วนมากเป็นคนมีครอบครัวแล้วมาบวช 65.22 เปอร์เซ็นต์ เป็นโสดมีเพียง 34.77 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม การเป็นโสดเป็นเรื่องพยายามฝืนธรรมชาติหรือจะอยู่ให้เหนือธรรมชาติ เหนือโลก เหนืออำนาจดึงดูดของโลกหรือเหนืออำนาจตัณหาที่มีอยู่ในมนุษย์ ซึ่งยากที่ปุถุชนทั่วไปซึ่งยังบรรลุไม่ถึงชั้นอนาคามีจะทำได้
ดังนั้นเราต้องยอมรับ คนโสดถ้าจะทําบางสิ่งบางอย่างเพื่อผ่อนคลายความกดดันทางเพศ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายหรือผิดปกติ เมื่อทำไปแล้วต้องไม่นำมากังวลใจหรือรู้สึกผิด เพราะการบำบัดความใคร่ด้วยตนเองมิได้มีผลเสียใดๆ แต่เป็นวิธีการระบายอารมณ์เพศและตอบสนองความต้องการทางเพศโดยตรง และช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้นด้วย
ชีวิตโสดก็มีความสวยงามเฉพาะตัว ยิ่งกว่านั้น คนหลายคนเกิดมาเพื่อเป็นโสด คือไม่แต่งงานก็อยู่ได้อย่างมีความสุข แถมยังช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้อีกด้วย
จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในไทย
ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
10 อาชีพใหม่ที่ AI ทำแทนไม่ได้ (และรายได้กำลังพุ่งในไทย)
สรุปเลขเด่น 3 ตัวจากทุกสำนัก งวดวันที่1เม.ย.69
จังหวัดที่มีภูเขาเยอะที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69
ประเทศที่มีประชากรความสูงที่สุด
โรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
สรุปเลขเด่น 5 เจ้าสำนักดัง (1 เม.ย. 69)จับคู่2ตัวและ3ตัว
จังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียว
เมืองยักษ์ใหญ่ในภาคอีสาน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด






