ภาวะสมองเน่า Brain Rot การเสื่อมถอยของสภาพจิตใจ หรือ สติปัญญา จากการดูคอนเทนต์ไร้ประโยชน์มากเกินไป โดยเฉพาะในโลกออนไลน์

คำว่า ‘สมองเน่า’ Brain Rot ไม่ใช่ศัพท์ใหม่ แต่ปรากฏครั้งแรกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1854 ในหนังสือ 'วอลเดน' (Walden) วรรณกรรมคลาสิกของ เฮนรี เดวิด ธอโร (Henry David Thoreau) ที่บันทึกการใช้ชีวิตอยู่ลำพังในกระท่อมเล็ก ๆ ริมฝั่งสระน้ำวอลเดน เนื้อหามีใจความว่า “ในขณะที่อังกฤษพยายามรักษาโรคเน่าที่เกิดจากมันฝรั่ง แต่ไม่มีใครรักษาโรคสมองเน่า ที่กำลังแพร่ระบาดและรุนแรงกว่าเลยหรือ”
แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี ความเห็นของธอโรยังคงสะท้อนปัญหาที่สังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่หยิบยกคำนี้มาอธิบายถึง ความรู้สึกเหนื่อยล้าและท่วมท้นจากคอนเทนต์ไร้ประโยชน์ที่มากเกินไป โดยเฉพาะเนื้อหาบนแอปพลิเคชัน เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารจำนวนมากที่ทั้งสั้นและรวดเร็ว
‘ภาวะสมองเน่า’ ทำให้ใครหลายคนรู้สึกแบบเดียวกันว่า ตัวเองขาดความอดทนในการรับชมเนื้อหาที่ต้องใช้สมาธิในระยะยาว รู้สึกจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าไม่ได้นาน หรือ มีพฤติกรรมการเลื่อนดูโซเชียลมีเดียไปเรื่อย ๆ อย่างไม่ใส่ใจ การดูวิดีโอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากได้รับแต่ข้อมูลที่ไร้สาระมากเกินไป อาจทำให้สมองเฉื่อยชา คิดวิเคราะห์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
Oxford ได้ให้ความหมายคำว่า ภาวะสมองเน่า Brain Rot คือ "การเสื่อมถอยของสภาพจิตใจ หรือ สติปัญญา จากการบริโภคคอนเทนต์ไร้ประโยชน์มากเกินไป โดยเฉพาะคอนเทนต์ในโลกออนไลน์”
สัญญาณที่บ่งบอกว่ากำลังเผชิญกับ ภาวะสมองเน่า Brain Rot
1.ความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ลดลง สมาธิสั้นลง ไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน มีปัญหาในการจดจ่อกับงาน หรือ การเรียน ส่งผลการเรียนย่ำแย่ ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
2.มีอาการหลงลืม ความจำแย่ลง ลืมสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย ทั้งที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ต้องพึ่งพาอุปกรณ์มากเกินไปเพื่อจดจำ
3.รู้สึกเหนื่อยล้า ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย ขาดแรงจูงใจ ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรใหม่ ๆ ไม่ค่อยออก
4.คิดวิเคราะห์ได้ไม่ดี ตัดสินใจได้ยาก แก้ปัญหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
5.วิตกกังวล เนื่องจากได้รับแต่ข้อมูลด้านลบ และ ขาดปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก
การป้องกันรับมือ ภาวะสมองเน่า ช่วยฟื้นฟูสมองให้สดใส
1.จำกัดเวลาการใช้สื่อดิจิทัล มีเวลาพักจากหน้าจอ ด้วยการหากิจกรรมอื่น ๆ ทำ เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือพูดคุยกับคนรอบข้าง เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรียนภาษา เรียนดนตรี การเลือกเสพคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เช่น บทความ สารคดี หรือ วิดีโอที่ให้ความรู้
2.ฝึกคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถามกับสิ่งที่ได้รับ พยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง ทำ Digital Detox สม่ำเสมอ กำหนดเวลาในแต่ละวัน เช่น งดใช้มือถือหลัง 4 ทุ่ม หยุดพักจากโซเชียลมีเดีย 1-2 วันต่อสัปดาห์ การพักผ่อนจากสิ่งเร้าดิจิทัลจะช่วยให้สมองได้รีเซ็ต ลดความเครียดจากการประมวลผลข้อมูล
3.พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยให้สมองได้ฟื้นฟูตัวเอง และ ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังสมอง เสริมการทำงานของสมองให้ดีมากขึ้น
มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คน
ทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"
"นักร้องคนแรกของไทยที่เอาเพลงแปลงมาทำเทป"จนได้รับสมญานามว่า ราชาเพลงแปลง
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชีย
"ธานินทร์"ตำนานเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
มิติใหม่ของชีวิตหอพัก: เมื่อ "เพื่อนบ้าน" เป็นยีราฟตัวสูงใหญ่ใจดี
กระเพาะปลาที่หายากที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบัน
National หายไปไหน? ปริศนาการหายตัวไปของเครื่องใช้ไฟฟ้า"เพื่อนคู่บ้าน" สู่ความอยู่รอดในดิจิทัล
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
อาการเสียวฟัน
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา







