หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คู่มือการเลี้ยงปลาสวยงาม : ปลาบอลลูน Molly Fish ปลาสวย เลี้ยงง่าย เป็นปลายอดฮิตอีกชนิดหนึ่ง

โพสท์โดย dukedick

 

ถ้าพูดถึงปลาสวยงามที่ดูน่ารัก เป็นมิตร และเหมาะกับมือใหม่ “ปลาบอลลูน” หรือที่หลายคนเรียกว่า Balloon Molly คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ เลย รูปร่างกลมป้อม ท้องป่อง ๆ ว่ายไปว่ายมาเหมือนลูกโป่งลอยน้ำ แค่เห็นก็อมยิ้มแล้ว แถมยังเลี้ยงง่าย ทนเก่ง และเข้ากับตู้ปลาได้หลายสไตล์ ใครที่กำลังคิดจะเริ่มเลี้ยง หรือเลี้ยงอยู่แล้วแต่อยากดูแลให้ดียิ่งขึ้น มานั่งคุยกันแบบเพื่อน ๆ เรื่องการเลี้ยงปลาบอลลูนกันดีกว่า

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเจ้าปลาบอลลูนกันนิดหนึ่ง ปลาบอลลูนจริง ๆ แล้วเป็นสายพันธุ์หนึ่งของปลามอลลี่ (Molly fish) ซึ่งถูกคัดเลือกสายพันธุ์ให้มีลำตัวสั้น กลม และท้องป่องกว่ามอลลี่ปกติ ทำให้ดูเหมือนลูกบอลเล็ก ๆ ว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา สีสันก็มีให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่สีดำล้วน สีขาว สีส้ม สีทอง ลายด่าง ไปจนถึงลายมาร์เบิล เลี้ยงรวมกันหลายสีในตู้เดียวคือสวยเพลินตาสุด ๆ

นิสัยของปลาบอลลูนถือว่าน่ารัก เป็นปลาสงบ ไม่ดุ ไม่ไล่กัดปลาอื่นมากนัก ถ้าเลี้ยงรวมกับปลานิสัยใกล้เคียงกัน เช่น ปลาหางนกยูง ปลาแพลตตี้ ปลาเซิฟเวอร์ หรือปลาโมลลี่ชนิดอื่น ก็เข้ากันได้ดี แต่ด้วยรูปร่างที่ว่ายน้ำไม่เร็วมาก เพราะลำตัวสั้นและกลม ถ้าเอาไปเลี้ยงรวมกับปลาที่ว่องไวหรือดุเกินไป เช่น ปลาหมอสี หรือปลาที่ชอบจิกครีบ อาจจะทำให้ปลาบอลลูนเครียดและบาดเจ็บได้

เรื่องตู้ปลา ไม่ต้องใหญ่เว่อร์ก็ได้ แต่ขอให้เหมาะสมกับจำนวนปลา ถ้าเลี้ยงสัก 5–6 ตัว ตู้ขนาดประมาณ 18–24 นิ้วก็กำลังดี น้ำไม่อึดอัด ดูแลรักษาง่าย พื้นตู้จะเป็นกรวดเล็ก ๆ หรือทรายก็ได้ แล้วแต่ความชอบ แต่ขอให้ล้างให้สะอาดก่อนใส่ตู้เสมอ ตกแต่งด้วยต้นไม้น้ำจริงหรือต้นไม้เทียมก็ได้ ปลาบอลลูนชอบมีที่หลบ มีมุมให้ว่ายอ้อมไปมา จะช่วยลดความเครียดได้เยอะ

ระบบกรองน้ำถือว่าสำคัญมาก เพราะปลาบอลลูนกินเก่งและถ่ายเก่ง ถ้าน้ำไม่สะอาดจะป่วยง่าย แนะนำให้ใช้กรองที่เหมาะกับขนาดตู้ เช่น กรองแขวน กรองฟองน้ำ หรือกรองนอกก็ได้ ขอแค่ให้น้ำใสและมีการไหลเวียนตลอด แต่ไม่แรงเกินไป เพราะปลาบอลลูนว่ายทวนน้ำแรง ๆ ไม่ค่อยไหว

เรื่องอุณหภูมิ ปลาบอลลูนชอบน้ำอุ่นประมาณ 25–28 องศาเซลเซียส ถ้าอยู่ในห้องที่อากาศไม่เย็นมาก บางทีไม่ต้องใช้ฮีตเตอร์ก็ได้ แต่ถ้าช่วงไหนอากาศเย็น โดยเฉพาะหน้าหนาวหรือเปิดแอร์บ่อย ๆ การมีฮีตเตอร์จะช่วยให้ปลาปรับตัวได้ดีและไม่เครียด น้ำที่อุณหภูมิคงที่คือหัวใจของสุขภาพปลาเลย

ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ควรอยู่ประมาณ 7.0–8.0 เพราะปลามอลลี่รวมถึงปลาบอลลูนเป็นปลาที่ชอบน้ำออกด่างเล็กน้อย บางคนจะใส่เกลือสำหรับปลาน้ำจืดนิดหน่อย (ประมาณ 1 ช้อนชาต่อน้ำ 10 ลิตร) เพื่อช่วยลดเชื้อโรคและทำให้ปลาแข็งแรงขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอด ใส่เฉพาะช่วงที่ปลาเครียดหรือมีอาการป่วยเล็กน้อยก็พอ

มาถึงเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดของการเลี้ยงปลาเลย ปลาบอลลูนเป็นปลากินง่าย กินทั้งอาหารเม็ด อาหารแผ่น อาหารแช่แข็ง และอาหารสด เช่น ไรแดง หนอนแดง อาร์ทีเมีย แต่ต้องระวังอย่าให้อาหารมากเกินไป เพราะรูปร่างของมันกลมอยู่แล้ว ถ้าให้อาหารหนักมือ จะยิ่งท้องอืด ท้องผูก และป่วยง่าย

หลักง่าย ๆ คือ ให้วันละ 1–2 ครั้ง ครั้งละนิดเดียว ให้กินหมดภายใน 1–2 นาที ถ้ายังเหลือแสดงว่าให้มากเกินไป อาหารเม็ดควรเลือกแบบที่เหมาะกับปลามอลลี่หรือปลาสวยงามทั่วไป และถ้ามีอาหารเสริมพวกผัก เช่น สาหร่ายแผ่น ผักต้มสุกอย่างผักกาดหอม หรือแตงกวาหั่นบาง ๆ ให้บ้าง จะช่วยระบบย่อยอาหารได้ดี เพราะปลาบอลลูนเป็นปลาที่ต้องการใยอาหารจากพืชพอสมควร

 

เรื่องการเปลี่ยนน้ำ อย่ามองข้ามเด็ดขาด ถึงน้ำจะดูใส แต่ของเสียสะสมยังอยู่ ควรเปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละ 20–30% ใช้น้ำที่พักไว้ให้คลอรีนระเหยแล้ว หรือใช้น้ำยากำจัดคลอรีนช่วยก็ได้ ตอนดูดน้ำออกอย่าลืมดูดเศษอาหารและของเสียตามพื้นตู้ไปด้วย น้ำจะได้สะอาดจริง ๆ ปลาแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ปลาบอลลูนเป็นปลาที่ขยายพันธุ์ง่ายมาก เพราะเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว ไม่ได้วางไข่ ถ้าเลี้ยงรวมเพศผู้และเพศเมีย ไม่นานก็จะได้เห็นลูกปลาเต็มตู้ เพศผู้จะตัวเล็กกว่าและมีครีบก้นแหลม ส่วนเพศเมียจะตัวใหญ่กว่า ท้องป่องชัด โดยเฉพาะช่วงใกล้คลอด

ถ้าอยากให้ลูกปลารอดเยอะ ๆ แนะนำให้มีตู้อนุบาล หรือมีพืชน้ำแน่น ๆ เช่น สาหร่ายหางกระรอก ให้ลูกปลาหลบ เพราะปลาตัวใหญ่ รวมถึงพ่อแม่เอง ก็อาจกินลูกปลาได้ ลูกปลาบอลลูนกินอาหารผงหรืออาหารลูกปลา และโตค่อนข้างเร็ว ดูแลดี ๆ แป๊บเดียวก็เห็นเป็นทรงบอลลูนจิ๋ว น่ารักมาก

เรื่องโรคที่พบบ่อยในปลาบอลลูน ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นโรคจุดขาว เชื้อรา และท้องอืด ซึ่งมักเกิดจากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือให้อาหารมากเกินไป สังเกตอาการปลาให้ดี ถ้าเริ่มว่ายนิ่ง ซึม ไม่กินอาหาร หรือมีจุดขาว ๆ ตามตัว ควรแยกออกมารักษาทันที น้ำสะอาดและการดูแลสม่ำเสมอคือการป้องกันโรคที่ดีที่สุด

สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ ปลาบอลลูนเป็นปลาที่รูปร่างพิเศษ ลำตัวสั้น กระดูกสันหลังโค้ง ทำให้บางตัวอาจมีปัญหาสุขภาพได้ง่ายกว่าปลามอลลี่ปกติ เราในฐานะคนเลี้ยงจึงควรดูแลเขาอย่างทะนุถนอม ไม่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่แออัดเกินไป และไม่เครียดจากน้ำเสียหรืออุณหภูมิแกว่งบ่อย ๆ

สุดท้ายแล้ว การเลี้ยงปลาบอลลูนไม่ใช่แค่การมีปลาสวยงามไว้ดูเล่น แต่เป็นการสร้างโลกเล็ก ๆ ในน้ำให้เขาได้มีชีวิตที่สบายที่สุด ยิ่งเราดูแลดีเท่าไร เราก็ยิ่งได้เห็นพฤติกรรมน่ารัก ๆ ของเขามากขึ้น ทั้งตอนว่ายมารุมขออาหาร ตอนว่ายไล่กันเล่น หรือแม้แต่ตอนมีลูกปลาเกิดใหม่ในตู้ มันเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่คนเลี้ยงปลาเข้าใจดี

ถ้าจะสรุปสั้น ๆ แบบเพื่อนคุยกันก็คือ ปลาบอลลูนเลี้ยงไม่ยาก ขอแค่น้ำสะอาด อุณหภูมิคงที่ อาหารพอดี และเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ แค่นี้เจ้าลูกโป่งน้อยในตู้ของเราก็จะว่ายน้ำอย่างสดใส สุขภาพแข็งแรง และอยู่กับเราไปได้นานหลายปีเลยล่ะ

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด อันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศทวีปเอเชียมีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คนหนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์ทำไม Nissan ถึงยอมทิ้งแบรนด์ Datsun?"ธานินทร์"ตำนานเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยกระเพาะปลาที่หายากที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบันกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิตรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้"นักร้องคนแรกของไทยที่เอาเพลงแปลงมาทำเทป"จนได้รับสมญานามว่า ราชาเพลงแปลงสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด และโด่งดังมากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
"ฟันของจระเข้" หนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรสัตว์โลกรู้หรือไม่..."อูฐ" ไม่ได้เป็นสัตว์พาหนะหลักหรือสัตว์เศรษฐกิจในช่วงยุคทองของฟาโรห์เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า...ลายบนหูของ "เสือโคร่งมี" ไว้เพื่ออะไร ?นี่คือภาพของโครงกระดูกของปลาปักเป้า "ชุดเกราะ" และ "กลไกการพองตัว" ที่ไม่มีใครเหมือน
ตั้งกระทู้ใหม่