บำรุงผิวสำคัญอย่างไร? มีเคล็ดลับการบำรุงผิวอย่างไรให้สุขภาพดี?
บำรุงผิวสำคัญอย่างไร? มีเคล็ดลับการบำรุงผิวอย่างไรให้สุขภาพดี?
ผิวที่สวยกระจ่างใสและดูมีสุขภาพดี ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจ และสะท้อนถึงการดูแลผิวอย่างใส่ใจและสม่ำเสมอ ทั้งจากการบำรุงภายในและการดูแลภายนอก ซึ่งการดูแลผิวถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะผิวของเราต้องเผชิญกับปัจจัยทำร้ายผิวอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่นละออง ควัน มลภาวะ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงตามวัย วันนี้ รมย์รวินท์คลินิกขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแนวทางการดูแลผิวอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การฟื้นฟูผิวจากภายใน การบำรุงผิวภายนอก ไปจนถึงการเลือกทำหัตถการเพื่อบำรุงผิวอย่างเหมาะสม
บำรุงผิวสำคัญอย่างไร?
การบำรุงผิว เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีผิวสุขภาพดี และมีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน ดังนี้
- ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวก่อนวัย
การดูแลผิวอย่างต่อเนื่องช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาผิวเสื่อมก่อนวัย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยลึก ความหย่อนคล้อย หรือความหยาบกร้าน ส่งผลให้ผิวยังคงความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์ได้นานยิ่งขึ้น - คงความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสมดุล
การบำรุงผิวเป็นประจำช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว ซึ่งหากผิวขาดน้ำ อาจทำให้เกิดอาการแห้งตึง ผิวดูอ่อนล้า หมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่าย - เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
การดูแลผิวอย่างถูกวิธีช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น และสามารถรับมือกับปัจจัยทำร้ายผิวจากภายนอกได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรังสียูวี ฝุ่นละออง ควัน มลภาวะ หรือสารระคายเคืองต่าง ๆ - ดูแลและแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุดได้ตรงจุด
การบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยลดและแก้ไขปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ รอยสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวไม่เรียบเนียน ช่วยให้ผิวดูเรียบใสและสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดูแลและบำรุงผิว
- อายุ
อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพผิว เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง อีกทั้งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวก็ช้าลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ดูแห้งหยาบ หมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยได้ง่ายมากขึ้น - ฮอร์โมน
ฮอร์โมนเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อสภาพผิว โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น วัยรุ่น ช่วงตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน การทำงานของเซลล์ผิวจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการหลั่งน้ำมัน การสร้างคอลลาเจน และการผลัดเซลล์ผิว จึงทำให้ลักษณะผิวในแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันออกไป - การเลือกใช้สกินแคร์
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการดูแลผิว หากใช้สกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือมีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และนำไปสู่ปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาได้ - สภาพอากาศ
สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิส่งผลต่อสมดุลผิวโดยตรง ในช่วงอากาศเย็นและแห้ง ผิวมักสูญเสียน้ำได้มาก ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ส่วนในช่วงอากาศร้อนและชื้น ต่อมไขมันจะทำงานมากขึ้น ผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องปรับวิธีการบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพอากาศในแต่ละช่วง - แสงแดดและมลภาวะ
การเผชิญกับแสงแดดและมลพิษเป็นประจำ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น รังสียูวีและสิ่งสกปรกในอากาศสามารถทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ การบำรุงผิวเห็นผลช้าลง และเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงริ้วรอยก่อนวัย - พฤติกรรมการใช้ชีวิต
ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมีผลต่อสุขภาพผิวอย่างมาก หากพักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มน้ำน้อย เลือกรับประทานอาหารที่ขาดประโยชน์ มีความเครียดสะสม สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ล้วนทำให้ผิวเสื่อมโทรมเร็วกว่าปกติ และทำให้การบำรุงผิวไม่เห็นผลเต็มประสิทธิภาพ
เคล็ดลับการบำรุงผิว
บำรุงผิวจากภายใน
- เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่า
การดูแลผิวจากภายในเริ่มต้นจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรเน้นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ สังกะสี และกรดไขมันโอเมก้า 3 ควบคู่กับโปรตีนคุณภาพ ผัก และผลไม้หลากหลายสี เช่น แครอต ฟักทอง อะโวคาโด มะเขือเทศ ส้ม ฝรั่ง มะละกอ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี เพื่อช่วยเสริมการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรงจากภายใน - ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอช่วยคงสมดุลความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณวันละ 7–8 แก้ว เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวอิ่มน้ำ ลดปัญหาผิวแห้ง และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง แอลกอฮอล์ หรือคาเฟอีนมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวขาดน้ำและดูโทรมได้ - พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ
การนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูผิว ควรพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิว ลดความหมองคล้ำ และคืนความสดใสให้ผิวหน้า ควรหลีกเลี่ยงการนอนดึก และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอน เช่น ห้องเงียบ มืดสนิท อากาศถ่ายเทดี และอุณหภูมิสบาย เพื่อช่วยให้หลับลึกและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างทั่วถึง ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที โดยเลือกกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น คาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิง นอกจากนี้ยังช่วยขับของเสียผ่านทางเหงื่อ ลดการอุดตันของรูขุมขน และทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น - ผ่อนคลายและจัดการความเครียด
ความเครียดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ การหากิจกรรมผ่อนคลายจะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดการอักเสบในร่างกาย เช่น การทำสมาธิ เล่นโยคะ ดูภาพยนตร์ วาดภาพ อ่านหนังสือ ทำอาหาร หรือฟังเพลง เมื่อจิตใจผ่อนคลาย ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวดูสดใส แข็งแรง และมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
บำรุงผิวจากภายนอก
- ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธีและอ่อนโยน
การล้างหน้าอย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนพื้นฐานของการดูแลผิว ควรทำความสะอาดผิววันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก เหงื่อ และความมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บนผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีค่า pH ใกล้เคียงผิวตามธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น SLS น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือพาราเบน เพื่อช่วยถนอมผิวและป้องกันไม่ให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง - บำรุงผิวด้วยสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอ
หลังจากทำความสะอาดผิว ควรลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นประจำทั้งเช้าและเย็น โดยเลือกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น เช่น เซราไมด์ วิตามินอี กลีเซอริน หรือไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ผิว พร้อมเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผิวแห้งเหมาะกับเนื้อครีมหรือบาล์ม ส่วนผิวมันหรือผิวผสมควรเลือกเนื้อเจลหรือโลชั่นเนื้อบางเบา - ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
ครีมกันแดดเป็นเกราะป้องกันผิวจากรังสียูวีที่ขาดไม่ได้ ควรทากันแดดทุกวัน แม้ในวันที่ไม่ได้ออกแดดโดยตรง และเลือกสูตรที่มีค่า SPF ประมาณ 30–50 ขึ้นไป พร้อมค่า PA +++ หรือมากกว่า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงผิวไหม้ คล้ำเสีย และป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงริ้วรอยก่อนวัยจากแสงแดด - ผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม
การผลัดเซลล์ผิวช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่บนผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น ควรทำสัปดาห์ละประมาณ 1–2 ครั้ง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน เช่น Lactic Acid หรือ PHA เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและไม่ทำร้ายผิวมากเกินไป - มาสก์หน้าอย่างสม่ำเสมอ
การมาสก์หน้าเป็นวิธีเสริมการบำรุงผิวให้เห็นผลรวดเร็ว ควรมาสก์ผิวสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง หรือบ่อยขึ้นในกรณีที่ผิวขาดความชุ่มชื้นมาก โดยเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผิวแห้งควรใช้มาสก์เพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนผิวมันควรเลือกสูตรควบคุมความมันและช่วยลดสิว พร้อมหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน เพื่อถนอมผิวให้แข็งแรงในระยะยาว
บำรุงผิว เหมาะกับหัตถการแบบไหน?
- Rejuran
สกินบูสเตอร์จาก PN DNA ปลาแซลมอน ช่วยซ่อมแซมผิว ลดการอักเสบ กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น และแข็งแรง แนะนำฉีดประมาณ 4 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้ราว 3–6 เดือน - Plinest
สกินบูสเตอร์จาก PN DNA ปลาเทราต์ ช่วยฟื้นฟูผิว เพิ่มความยืดหยุ่น เติมน้ำให้ผิว และกระตุ้นคอลลาเจน ผิวดูอิ่มฟูใส แนะนำทำ 3 ครั้ง อยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน - Pluryal Densify
สูตรผสาน HA, PN และ Mannitol ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ กระชับ ดูสุขภาพดี แนะนำทำ 3 ครั้ง ผลอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน - Belotero Revive
ฟิลเลอร์งานผิวผสม HA และ Glycerol ช่วยกักเก็บน้ำ ฟื้นฟูคุณภาพผิว และเสริมเกราะป้องกันผิว ผิวดูใส เนียนละเอียด แนะนำทำ 3 ครั้ง อยู่ได้นานราว 6–9 เดือน - Profhilo
HA ชนิดพิเศษ ช่วยเติมน้ำ ฟื้นฟูผิวลึก และกระตุ้นคอลลาเจนหลายชนิด ทำให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น และแข็งแรง แนะนำทำ 2 ครั้ง ผลอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน - Karisma Rh Collagen
คอลลาเจนจากไหมผสาน HA ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว เพิ่มความอิ่มฟู และกระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่น แนะนำทำ 3 ครั้ง อยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน - Radiesse
CaHA ช่วยเติมเต็ม กระตุ้นโครงสร้างผิว และสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง แนะนำทำ 1–3 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 24 เดือน - Sculptra
PLLA ช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูโครงสร้างผิว และกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ผิวเต่งตึง แน่นฟู แนะนำทำ 2–3 ครั้ง อยู่ได้นานประมาณ 24 เดือน
การดูแลและบำรุงผิวเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มจากการดูแลพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิว รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำ และหากิจกรรมช่วยผ่อนคลายความเครียด ควบคู่กับการทำหัตถการทางการแพทย์ เช่น Rejuran, Plinest, Belotero Revive, Profhilo หรือ Sculptra เพื่อช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพยาวนานในระยะยาว
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
หนุ่มฝากเงินเป็นแสนนาน 20 ปี จะถอนมาสร้างบ้าน พนง.ธนาคารบอก คุณไม่เคยเปิดบัญชีที่นี่มาก่อนนะ
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
มีเพียง 2 อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรทั้งหมดน้อยกว่า 5000 คน
กระเพาะปลาที่หายากที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบัน
กระทรวงที่ได้งบน้อยที่สุดในไทย ประจำปีงบประมาณ 2569
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิต
มิติใหม่แห่งการสร้างบุญปี 2569: เมื่อ "สายพาน" นำพาความสะดวกสู่พุทธศาสนิกชน
ทำไม...."นกกะปูดตาแดง น้ำแห้งก็ตาย"
ทำไมเงินบาทของไทย ได้เป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งในระดับโลก?
ประวัติศาสตร์ใบยาสูบ เมื่อ ซิการ์ vs บุหรี่: ความต่างในม่านควันจากอดีต 3,000 ปี สู่สัญลักษณ์แห่งอำนาจ
ชวนมารู้จักลาบูบู้ มาการอง เดี๋ยวจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง
ขับไรเดอร์ยังไงรายได้สุดปังๆ วันละ1,000บาท จากผู้มีประสบการณ์
ส่องโปรไฟล์ "นิโคลา เพลท์ซ" สะใภ้หมื่นล้านผู้เป็นชนวนเหตุรอยร้าวในตระกูลเบ็คแฮม
เขมรตีข่าว "ฝรั่งเรียกร้องให้คว่ำบาตรไทย และ ลั่นว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานกัมพูชา"




