หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกลียดตัวเอง


เขียนโดย machete007

 

เกลียดตัวเอง เป็นสิ่งที่คนล้มเหลวซ้ำซากและคิดหาทางออกไม่เจอมักเป็นกันอยู่บ่อยๆ กลายเป็นต้องผิดหวังเสียใจกับเรื่องต่างๆจนตระหนักได้ว่าหากเราไม่ได้เกิดมาน่าจะเป็นผลดีกว่า

 

ยกตัวอย่างตัวผมเองมักล้มเหลวในเรื่องการทำงานให้เป็นที่พึงพอใจของผู้มีอำนาจ หมายถึงการทำอะไรก็ตามที่เพิ่มความพึงพอใจได้ นอกเหนือจากการทำงานตามปกติ นอกเหนือการวางตัวสุภาพตามปกติ

 

นอกจากนี้ผมยังล้มเหลวในเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้ ทุกครั้งที่ผมพยายามเปิดการสนทนาก็มักจะรับรู้ได้ว่าฝ่ายตรงข้ามเขารำคาญหรือไม่ก็เย็นชาเดินจากไปเฉยๆก็มี....

 

ความล้มเหลวในเรื่องการหาเงิน แม้ผมจะมั่นใจเรื่องการวางแผนการเงินของตัวเอง แต่การหาเงินให้พอใช้และมีเหลือเก็บออมนั้น ผมยังทำไม่ได้ดีพอ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการหาเงินมากด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองจะต้องเป็นคนเรียนดี สอบเข้าเรียนในคณะแพทย์หรือวิศวกรรมในสถาบันชั้นนำที่มีชื่อเสียง จากนั้นก็หา Career Path เพื่อหาโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานด้วยการเรียนต่อปริญญาโท ตามมาด้วยปริญญาเอก แม้จะใช้เวลาและใช้เงินมาก แต่หลายคนที่เรียนจบออกมาได้ และหาที่ทำงานประจำได้ ก็จะรู้สึกพึงพอใจในตัวเองมากกว่า แม้จะต้องปรับตัวในช่วงแรกของการทำงานหนักก่อนก็ตาม

 

เมื่อผมล้มเหลวเรื่องการหาเงิน เท่ากับว่าผมยังดูแลตัวเองไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่ผมไม่คู่ควรคิดเรื่องการหาคู่ชีวิตมากกว่าความเป็นอยู่ของพ่อแม่ และความเป็นอยู่ของตัวเอง

 

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความต้องการที่เหลวไหล มันเป็นความต้องการของชีวิตที่ใครๆก็ใฝ่ฝัน หลายคนทำได้ทุกข้อ หลายคนก็ทำได้แค่บางข้อ และผมทำไม่ได้สักข้อ ความปรารถนาในใจของผมทั้งปวงไม่เคยได้รับการเติมเต็ม

 

ผมรู้ตัวมานานแล้ว พยายามที่จะเรียนรู้ พยายามที่จะคิด แต่ความพยายามย่อมไร้ความหมายถ้าผมไม่รู้จักเรียนรู้ ไม่รู้จักลงมือทำให้ความสำเร็จมันเกิดขึ้น

 

เมื่อความสำเร็จไม่เกิดขึ้น ผมก็เริ่มเครียดและเกลียดตัวเอง !!!

ในทางธรรมะมักหยิบยกประเด็นเรื่องสุขภาพและความตายมาพูดถึงเตือนสติอยู่เสมอ

 

มีคนรวยอยู่มากมายที่ทำงานจนล้มป่วย อาการป่วยนั้นก็ยากจะรักษาต่อไปได้ คนรวยคนนั้นจึงปรารภขึ้นว่ายินยอมจะมอบเงินทั้งชีวิตของเขาเพื่อแลกกับสุขภาพที่ดีกลับคืนมา แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

 

ผมไม่เห็นด้วยกับข้อคิดปลอบใจนี้ เหตุผลก็คือคนรวยมีความรู้และมีทักษะในการหาเงินอยู่แล้ว เมื่อถึงคราวจำเป็นต้องใช้เงิน เขาจะไม่กลัวการใช้เงินจนหมดตัวเลย เพราะถ้าเขากลับมาทำงานได้ปกติ เขาจะมีวิธีหาเงินนั้นกลับมาดังเดิม

 

ส่วนเรื่องของความตายนั้น ผมที่ยังจนอยู่ก็จะไม่ตระหนักเรื่องความตายมากนัก ผมเองก็พยายามตระหนักถึงความตายแล้วว่าถ้าพรุ่งนี้ผมต้องตาย มีอะไรบ้างที่ผมยังสะสางไม่เรียบร้อย

 

ปรากฎว่ามีอยู่หลายเรื่องที่อิงอยู่กับเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่ชอบ กินอาหารอร่อย ดูหนังในโรงพรีเมียม มีชีวิตที่หมดกังวลเรื่องเงิน ได้เห็นพ่อแม่ได้ใช้เงินได้อย่างเต็มที่ตามความประสงค์ เจ็บป่วยก็ยังมีเงินล้นเหลือที่จะเข้ารับการรักษา ทั้งหมดนั้นล้วนอิงอยู่กับเงินทั้งสิ้น ผมเองก็ไม่อยากใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระ ดังนั้น ผมก็ไม่อยากใช้ ถ้ารายได้ยังไม่มากกว่ารายจ่ายพอ

 

แม้แต่การวิปัสสนากรรมฐาน นั่งสมาธิเจริญสติพยายามมองความไม่เที่ยงของลมหายใจ หากจิตฟุ้งซ่านเป็นกังวล โดยเฉพาะเรื่องเงิน หรืองานที่รับผิดชอบอยู่ซึ่งก็อิงอยู่กับเงินเดือน เรื่องพวกนี้ทำลายความสงบ และเจริญสติได้ยาก เรื่องนี้ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่แดงเดียว ผมก็ยังล้มเหลว แต่ภาวะฟุ้งซ่าน ส่วนหนึ่งก็มาจากความกลัวไม่มีเงินใช้จ่ายพอกับความจำเป็น

 

การจะมีความรัก ผมก็ล้มเหลวที่จะปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น นี่ยังไม่ไปถึงเรื่องเงินในช่วงระหว่างการคบหากันด้วยซ้ำ แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่การงานของผมเองที่ด้อยกว่าผู้หญิงหลายๆคนในวัยเดียวกัน นั่นก็แปลว่าเรื่องนี้ก็มีเรื่องของเงินเกี่ยวข้องในทางอ้อม

 

เรื่องของการเป็นที่ยอมรับของสังคม ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ว่าใครก็อยากเป็นที่ยอมรับ และการจะเป็นได้ก็ต้องมีความสามารถมากพอที่คนอื่นจะให้การยกย่อง ให้เกียรติ และเมื่อนั้นเราจึงจะรู้สึกได้ว่าเราเป็นที่ยอมรับแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับระดับประเทศ แค่เป็นที่ยอมรับในแผนก ในองค์กรที่ขาดเราไปไม่ได้ ในหมู่เพื่อนในวงการด้วยกัน แค่นี้ เราก็มีความสุขมากแล้ว

 

สรุปแล้วผมยังมีเรื่องที่อยากได้อยากเห็นอยู่มากมาย แต่ผมล้มเหลว แม้จะไม่ใช่เรื่องของเงินผมก็ยังล้มเหลว ได้แต่อาศัยเรื่องของการยอมรับความจริงและพยายามสู้กับปัญหาให้มากกว่านี้ หากผมต้องตายก่อนประสบความสำเร็จ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าละเลยแต่อย่างใด แต่ความสำเร็จเป็นเรื่องต้องใช้เวลา มันเปลี่ยนแปลงจากล้มเหลวเป็นความสำเร็จได้ มันไม่เที่ยง มันอาจเป็นไปได้

 

การสร้างตัวเพื่อความร่ำรวย ถ้าพูดกันตามความจริงอย่างไม่โลกสวย เรายังต้องพึ่งการศึกษาในสาขาที่ตลาดมีความต้องการสูงอย่างแพทย์ เภสัชฯ ทันตแพทย์ วิศวกรชั้นสูง นักวิจัยเชี่ยวชาญพิเศษ เป็นต้น

 

นี่คือการสร้างตัวโดยไม่อิงกับเงินทองของพ่อแม่ หากฐานะทางบ้านไม่สู้ดี การสร้างตัวด้วยปัญญาและแรงของเราเองเป็นสิ่งจำเป็น และเราจะภูมิใจถ้าเราทำสำเร็จ แต่ถ้าผมทำไม่สำเร็จสักทีและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อให้มันถูกต้องถูกทาง การเกลียดตัวเองก็เป็นเรื่องปกติ

 

หวังว่าผมจะพ้นจากการเกลียดตัวเองในสักวัน ไม่ว่าผมจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 27 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?เกาะที่ไม่มีรถยนต์สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายนคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
รัฐธรรมนูญ2560ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อนเผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ตั้งกระทู้ใหม่