ดอกกันภัยมหิดลปะทะดอกถั่วแปบช้าง ความเหมือนที่ทำให้ใครหลายคนสับสน
เขียนโดย naaikiankot
เวลามองตามสวน หรือเดินผ่านแนวไม้เลื้อยที่ขึ้นริมรั้ว เรามักจะเห็นดอกสีม่วงรูปร่างเรียวยาวห้อยระย้าลงมาอยู่เสมอ บางวันเห็นดอกเรียวแบบกำมะหยี่ บางวันเห็นช่อใหญ่และสีสดกว่า แต่คนจำนวนไม่น้อยincluding ผมเองในตอนแรกดันคิดว่ามันคือดอกเดียวกัน เพราะมันคล้ายกันจนแยกแทบไม่ออก นั่นก็คือ ดอกกันภัยมหิดล และดอกถั่วแปบช้าง ดอกไม้สองชนิดที่ชื่อก็แปลก หน้าตาก็คล้าย และยังอยู่ในพุ่มไม้เลื้อยเหมือนกันอีกต่างหาก
แต่พอได้ลองศึกษาและสังเกตแบบจริงจัง จึงรู้ว่าสองชนิดนี้มีความต่างชัดเจน ทั้งที่มาของชื่อ วงศ์พืช ลักษณะดอก และความสำคัญของมันในระบบนิเวศ รวมถึงบทบาทด้านการอนุรักษ์ด้วย
เริ่มจากดอกกันภัยมหิดลก่อน ชื่อติดหูของมันไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชวงศ์ โดย "กันภัยมหิดล" เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อประกาศความสำคัญของการค้นพบและอนุรักษ์พืชชนิดใหม่ของไทย พืชชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยในวงศ์กระเช้าสีดา ซึ่งเป็นกลุ่มพืชที่มีลักษณะดอกแปลกตาอยู่แล้ว ดอกของมันมีสีม่วงอมเทาแบบสุภาพ ไม่ได้สดจัด พอมองใกล้ ๆ จะเห็นพื้นผิวดอกนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่บาง ๆ และมักออกดอกเป็นช่อไม่ใหญ่นัก ลักษณะดอกเรียวยาว ออกแนวอ่อนหวานและลึกลับในแบบที่ไม่เหมือนไม้ประดับทั่วไป
ดอกกันภัยมหิดลยังถือว่ามีคุณค่าด้านการอนุรักษ์ เพราะเป็นพืชที่พบในไทยและเกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางพฤกษศาสตร์ การที่มันถูกตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติราชวงศ์ จึงสะท้อนให้เห็นความสำคัญในฐานะพืชเฉพาะถิ่นที่ควรได้รับการปกป้อง ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงคือพืชแบบนี้มีบทบาทในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะไม้เลื้อยแบบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของแมลงหลายชนิด รวมถึงสัตว์เล็ก ๆ ที่พึ่งพาช่อดอกเพื่ออาหารหรือที่กำบังอีกด้วย
ส่วนดอกถั่วแปบช้าง แม้ชื่อจะฟังดูบ้าน ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ของมันอยู่มาก เป็นสมาชิกในวงศ์ถั่วที่เราคุ้นเคยกันดี ต้นไม้ชนิดนี้มักถูกปลูกตามซุ้มไม้เลื้อยเพราะโตเร็ว ให้ร่มเงา และมีดอกสีม่วงอมฟ้าที่เห็นเด่นชัดจากไกล รูปร่างของดอกจะเป็นทรงโค้งหนา คล้ายก้ามหรือแป้งปั้นที่บีบให้โค้ง ช่อดอกก็มักยาวและใหญ่กว่า เมื่อออกดอกพร้อมกันทั้งช่อจะดูสะดุดตามาก จนหลายคนคิดว่ามันเป็นพันธุ์หายากหรือเป็นไม้ต่างประเทศ ทั้งที่จริงแล้วมันเป็นไม้ที่พบในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานาน
ความสำคัญของถั่วแปบช้างอยู่ที่บทบาทด้านระบบนิเวศ เพราะพืชในวงศ์ถั่วช่วยตรึงไนโตรเจนในดิน ทำให้ดินรอบ ๆ อุดมสมบูรณ์ขึ้น แถมยังดึงดูดผึ้งและแมลงผสมเกสรจำนวนมาก ทำให้พื้นที่นั้นมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ในหลายพื้นที่ ถั่วแปบช้างยังช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ดินเสื่อมโทรม และช่วยยึดดินป้องกันการพังทลายอีกด้วย
เมื่อวางสองดอกนี้ไว้ข้างกัน ความคล้ายก็คือสี แนวไม้เลื้อย และรูปทรงดอกที่ยาวเหมือนกัน แต่หากมองใกล้ ๆ จะเห็นความต่างที่เด่นขึ้นเรื่อย ๆ กันภัยมหิดลจะผิวดอกนุ่มละเอียด สีออกเทาอมม่วง และช่อดอกไม่ใหญ่ ส่วนถั่วแปบช้างจะมีทรงดอกหนา โค้งชัด และสีสดกว่าแบบเห็นได้ชัด ความแตกต่างเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้คนที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นเริ่มจำแนกได้ทันทีว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องเดาเหมือนตอนแรกอีกต่อไป
การเข้าใจพืชสองชนิดนี้ให้ดีขึ้น ไม่เพียงแค่ทำให้เราแยกได้ว่าอะไรคือกันภัยมหิดล อะไรคือถั่วแปบช้าง แต่ยังทำให้เราเห็นการทำงานของธรรมชาติที่สร้างพืชสองชนิดต่างวงศ์ให้มีรูปร่างคล้ายกันแบบบังเอิญ หรืออาจเพราะต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดแมลงแบบเดียวกัน จนทำให้มนุษย์อย่างเราสับสนกันมานาน
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคล้ายกันแค่ไหน ทั้งสองก็มีเสน่ห์และคุณค่าของตัวเอง ทั้งในแง่ความสวยงาม ความหมายของชื่อ ความเกี่ยวข้องกับงานอนุรักษ์ และบทบาทในระบบนิเวศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน หากใครมีโอกาสได้เห็นทั้งคู่จริง ๆ ลองสังเกตอย่างใจเย็น แล้วจะรู้ว่าดอกไม้ที่ดูคล้ายกันบางครั้งอาจมีเรื่องเล่ามากกว่าที่เราคิดไว้เสมอ
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
น่ายินดี !!! ไทยเราค้นพบแมงป่องชนิดใหม่ของโลก ซึ่งถูกค้นพบใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย



