เซนต์แพทริคกับตำนานขับไล่งู: เรื่องจริงเชิงประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์แฝงนัยยะที่โลกไม่เคยรู้?
จุดเริ่มต้นของวันสีเขียว: ใครคือเซนต์แพทริค?
หากพูดถึงวันที่ 17 มีนาคม หลายคนคงนึกถึงเทศกาล St. Patrick's Day ที่ผู้คนทั่วโลกต่างพากันสวมชุดสีเขียว ดื่มเบียร์กิสเนสส์ และเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน แต่เบื้องหลังความครึกครื้นนี้ กลับมีเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า แพทริค (Patrick) ซึ่งเสียชีวิตลงในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 461 โดยที่ในช่วงแรกหลังจากเขาจากไป ชื่อของเขาแทบจะถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายศตวรรษ ตำนานและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเขาก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จนในที่สุดเขาก็ได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญอุปถัมภ์แห่งไอร์แลนด์ หนึ่งในตำนานที่โด่งดังที่สุดคือการที่เขา 'ขับไล่งูออกจากไอร์แลนด์' ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงการเปรียบเปรยทางศาสนา?
ตำนาน 'ไม้เท้าสะกดงู' ที่เล่าขานกันมานับพันปี
ตามตำนานพื้นบ้านของไอร์แลนด์ เล่าว่าในขณะที่เซนต์แพทริคกำลังถือศีลอดเป็นเวลา 40 วันบนยอดเขา (ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า Croagh Patrick) เขาถูกฝูงงูรบกวนอย่างหนัก ด้วยความโกรธและศรัทธาอันแรงกล้า เขาจึงใช้ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ขับไล่งูทั้งหมดให้ลงทะเลไป และตั้งแต่นั้นมา ไอร์แลนด์ก็ไม่มีงูอาศัยอยู่อีกเลย
เรื่องราวนี้ฟังดูน่าตื่นเต้นและแสดงถึงอิทธิฤทธิ์ของนักบุญ แต่ในแง่ของวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ล่ะ? มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่งูจะเคยอาศัยอยู่ในดินแดนที่หนาวเหน็บแห่งนี้
ความจริงจากมุมมองวิทยาศาสตร์: ไอร์แลนด์เคยมีงูจริงหรือ?
นักวิทยาศาสตร์และนักชีววิทยาได้ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า ไอร์แลนด์อาจไม่เคยมีงูเลยตั้งแต่แรก โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้:
- ยุคน้ำแข็ง (Ice Age): ในช่วงยุคน้ำแข็ง ไอร์แลนด์ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งที่หนาแน่น ซึ่งทำให้สัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นอย่างงูไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
- การตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่: เมื่อยุคน้ำแข็งสิ้นสุดลงและน้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลก็สูงขึ้นจนทำให้ไอร์แลนด์กลายเป็นเกาะที่ถูกแยกออกจากยุโรปและอังกฤษอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่งูจากทางใต้จะสามารถอพยพมาถึง
- หลักฐานฟอสซิล: จนถึงปัจจุบัน นักโบราณคดีไม่เคยขุดพบฟอสซิลของงูในไอร์แลนด์เลย แม้แต่ชิ้นเดียว ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างอังกฤษมีงูพื้นเมืองถึง 3 ชนิด
ดังนั้น หากไอร์แลนด์ไม่มีงูมาตั้งแต่แรก แล้วเซนต์แพทริคไปขับไล่ใครกันแน่?
'งู' ที่ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน: สัญลักษณ์แห่งความเชื่อเดิม
นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ตีความว่า 'งู' ในตำนานของเซนต์แพทริคนั้นเป็น สัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบ (Metaphor) โดยมีความหมายนัยสำคัญดังนี้:
- ศาสนาเพแกน (Paganism): ในยุคนั้น ไอร์แลนด์เต็มไปด้วยความเชื่อแบบดั้งเดิมและลัทธิดรูอิด (Druids) ซึ่งมักใช้สัญลักษณ์รูปงูหรือมังกรในพิธีกรรม การขับไล่งูจึงหมายถึงการที่เซนต์แพทริคนำศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแผ่และกำจัดความเชื่อเดิมออกไป
- ชัยชนะของศรัทธา: ในคัมภีร์ไบเบิล งูมักถูกใช้เป็นตัวแทนของซาตานหรือความชั่วร้าย ดังนั้นการขับไล่งูจึงเป็นการแสดงถึงชัยชนะของพระเจ้าเหนือสิ่งชั่วร้ายในแผ่นดินไอร์แลนด์
- การเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรม: นี่คือการบันทึกประวัติศาสตร์การเปลี่ยนศาสนาของคนทั้งเกาะผ่านรูปแบบของนิทานปรัมปราที่จดจำง่าย
จากทาสสู่ยอดนักบุญ: ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยาย
แม้เรื่องงูจะเป็นเพียงตำนาน แต่ชีวิตจริงของเซนต์แพทริคก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาไม่ใช่ชาวไอริชโดยกำเนิด แต่เป็นชาวโรมัน-บริเตนที่ถูกโจรสลัดลักพาตัวไปเป็นทาสในไอร์แลนด์ตั้งแต่อายุ 16 ปี
- เขาต้องทำงานเป็นคนเลี้ยงแกะท่ามกลางความหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวเป็นเวลา 6 ปี
- ในช่วงเวลานั้นเองที่เขาเริ่มหันเข้าหาศาสนาอย่างจริงจัง
- หลังจากหลบหนีกลับไปยังบ้านเกิดได้ เขาได้รับนิมิตว่าคนไอริชร้องเรียกให้เขากลับไปช่วยชี้นำทางสว่าง
- เขาตัดสินใจกลับไปยังไอร์แลนด์อีกครั้งในฐานะมิชชันนารี และใช้เวลาที่เหลือของชีวิตในการสร้างโบสถ์ โรงเรียน และอารามทั่วเกาะ
ทำไมเขาถึงถูกลืมแล้วค่อยกลับมาดัง?
หลังมรณกรรมในปี 461 แพทริคถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ เพราะในยุคนั้นไอร์แลนด์ยังไม่มีศูนย์กลางการบันทึกประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน แต่ชื่อเสียงของเขาเริ่มกลับมาบูมในช่วงศตวรรษที่ 7 เมื่อศาสนจักรต้องการสถาปนาบุคคลตัวอย่างเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ชาวคริสต์ในไอร์แลนด์
ตำนานต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้ ใบโคลเวอร์สามแฉก (Shamrock) เพื่อสอนเรื่องพระตรีเอกภาพ (Holy Trinity) และเรื่องการขับไล่งู จึงถูกแต่งเติมและขยายความในช่วงนี้เอง จนทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรมที่ไม่มีใครเทียบได้
บทสรุป: ความหมายที่แท้จริงของตำนาน
ไม่ว่างูจะมีจริงหรือไม่ สิ่งที่เซนต์แพทริคทิ้งไว้ไม่ใช่แค่แผ่นดินที่ไร้สัตว์เลื้อยคลาน แต่คือ มรดกทางจิตวิญญาณ ที่หลอมรวมคนไอริชเข้าไว้ด้วยกัน ตำนานการขับไล่งูคือเครื่องเตือนใจถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสังคม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังกล้าที่จะเผชิญหน้ากับ 'งู' หรืออุปสรรคในชีวิตด้วยความศรัทธาและปัญญา
ในครั้งต่อไปที่คุณเห็นใครสวมชุดสีเขียวในวันที่ 17 มีนาคม อย่าลืมเล่าให้เขาฟังล่ะว่า งูที่หายไปจากไอร์แลนด์นั้น จริงๆ แล้วอาจจะซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งของนักบุญผู้นี้นี่เอง!
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้ท่อยางตอหม้อสะพานภูมิพล ฝั่งปู่เจ้าฯ
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
วันนี้!! เครนอีกตัวถล่มทบรถยนต์ในไทย
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ไขปริศนาคณิตศาสตร์! บนกระดานหมากรุกมี 'สี่เหลี่ยม' ทั้งหมดกี่รูป? คำตอบที่ไม่ใช่แค่ 64
กำเนิด "สีเทียน" มนต์เสน่ห์แห่งสีสัน 120 ปี: เรื่องราวของสองลูกพี่ลูกน้องผู้สร้างตำนาน Crayola
เจาะลึกต้นกำเนิด "ปูหิมะ" (Snow Crab) จากมหาสมุทรน้ำลึกสู่จานหรู... พวกมันมาจากไหนกันแน่?
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด