เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
เชื่อหรือไม่ว่าในอดีต "ซูชิแซลมอน" ไม่เคยอยู่ในสายตาของคนญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย เพราะภาพจำเดิมๆ ที่มองว่าปลาชนิดนี้มีปรสิตและเนื้อไม่แดงสวยพอที่จะทานดิบ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1986 เมื่อชายนอร์เวย์ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งได้ใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการทำลายกำแพงอคติ จนสามารถเปลี่ยนวิถีการกินซูชิของคนทั้งโลกไปตลอดกาล
"Project Japan" เมื่อนอร์เวย์ต้องการบุกตลาดปลาดิบ
ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 อุตสาหกรรมปลาแซลมอนในนอร์เวย์เติบโตจนล้นตลาด รัฐบาลจึงเปิดตัวโครงการ "Project Japan" เพื่อหาช่องทางระบายสินค้า โดยได้ บียอร์น-เอริก โอลเซน นักวิเคราะห์ตลาดหนุ่มที่เรียนจบจากญี่ปุ่นและเข้าใจวัฒนธรรมแดนอาทิตย์อุทัยเป็นอย่างดีมาเป็นหัวหอกสำคัญ
บียอร์น-เอริก มองเห็นว่าหากปลาแซลมอนสามารถเข้าสู่ตลาดซูชิและซาชิมิได้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าปลาที่นำไปปรุงสุกถึง 10 เท่า แต่เขากลับได้รับคำตอบจากผู้ค้าส่งในญี่ปุ่นว่า "ไม่มีทาง คนญี่ปุ่นไม่กินแซลมอนดิบ" เนื่องจากอคติเรื่องกลิ่นคาว สีเนื้อที่ส้มเกินไป และความกลัวเรื่องปรสิตจากปลาธรรมชาติ
กลยุทธ์เปลี่ยนชื่อและสร้างภาพลักษณ์ใหม่
เพื่อแก้ปัญหานี้ บียอร์น-เอริกและทีมงานจึงงัดกลยุทธ์การตลาดที่แยบยลมาใช้:
เปลี่ยนชื่อเรียก: เลี่ยงคำว่า "ชาเกะ" (ปลาแซลมอนแบบเดิม) และเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "โนรุเอะ ซามอน" (Norwegian Salmon) เพื่อให้ฟังดูทันสมัยและเป็นของนำเข้าเกรดพรีเมียม
เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่: โชคดีที่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในญี่ปุ่น ทำให้ร้านซูชิสายพาน (Kaiten Sushi) ราคาประหยัดได้รับความนิยม เด็กๆ และคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีอคติจึงเริ่มหยิบซูชิแซลมอนสีส้มสวยจากสายพานมาลองชิมและติดใจในรสชาติที่มันนุ่มลิ้น
จุดสิ้นสุดของความพยายามที่ยิ่งใหญ่
ความสำเร็จถูกยืนยันอย่างชัดเจนในปี 1995 เมื่อบียอร์น-เอริกกลับไปเยือนญี่ปุ่นอีกครั้ง และพบว่าหน้าร้านซูชิมี "โมเดลซูชิแซลมอน" ตั้งโชว์อยู่อย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าปลาแซลมอนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นอย่างถาวรแล้ว
การเดินทางของซูชิแซลมอนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือผลลัพธ์ของความเข้าใจทางวัฒนธรรมและการวางกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของบียอร์น-เอริก โอลเซน ชายนอร์เวย์ที่มองเห็นโอกาสท่ามกลางอุปสรรค ทุกวันนี้แซลมอนกลายเป็นหน้าซูชิที่มียอดขายสูงสุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างนอร์เวย์และญี่ปุ่นที่ลงตัวที่สุด
#ซูชิแซลมอน #ประวัติอาหาร #นอร์เวย์ #ญี่ปุ่น #SalmonSushi #NorwegianSalmon #วัฒนธรรมอาหาร #ธุรกิจอาหาร
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
ชาวเซอร์คัสเซียน: ชนพื้นเมืองผู้เป็นต้นแบบแห่งความงามระดับโลก
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
ส้มตำ: ครกแห่งอารยธรรมและจักรวรรดินิยมทางวัฒนธรรม
กาแฟ: ฮีโร่สีเข้มกับการป้องกันสโตรก
"โยชิทะดะ มินามิ"ผู้คิดค้นหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเครื่องแรกของโลกในนาม"โตชิบา" จากความรักสู่ความใส่ใจภรรยา
เราเรียกผิดมาตลอดชีวิต? เปิดความลับถ้วยจิ๋วบนโต๊ะอาหาร สรุปต้อง 'น้ำปลาพริก' หรือ 'พริกน้ำปลา' กันแน่!



