รู้หรือไม่ ? ทำไมขนมไทยต้องใส่ "กลิ่นนมแมว" รู้จักที่มาของกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากแมวนะจ๊ะ
เคยไหม เวลาไปซื้อขนมไทยแล้วได้กลิ่นหอมแปลก ๆ พอถามคนขาย เขาตอบว่า “ใส่กลิ่นนมแมว” เท่านั้นแหละ สมองก็เริ่มทำงานทันที นมแมว…นี่มันน้ำนมจากแม่แมวจริง ๆ เหรอ ฟังแล้วทั้งงงทั้งแอบสะดุ้งนิด ๆ แต่บอกเลยว่าเข้าใจผิดกันได้ทุกคน เพราะชื่อมันพาให้คิดไปไกลมาก ทั้งที่ความจริงไม่เกี่ยวกับสัตว์สักนิดเดียว
คำว่า “นมแมว” ในขนมไทย จริง ๆ มาจากชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ดอกนมแมว ซึ่งเป็นไม้ดอกหอมพื้นเมืองของไทย ดอกจะมีกลิ่นหอมแรงมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ ใครเคยเดินผ่านต้นนมแมวตอนค่ำ ๆ จะรู้เลยว่าหอมแบบลึก ๆ นวล ๆ แต่มีความแหลมปลายจมูกนิด ๆ
ที่มาของชื่อก็น่ารักปนขำหน่อย เพราะกลีบดอกของมันมีลักษณะหนา กลมมน สีเหลืองนวล ดูคล้ายกับเต้านมของแมว คนโบราณเลยเรียกกันติดปากว่า “ดอกนมแมว” แล้วกลิ่นที่ได้จากดอกไม้ชนิดนี้ก็เลยถูกเรียกว่า “กลิ่นนมแมว” ไปโดยปริยาย
สมัยก่อน เวลาจะให้ขนมมีกลิ่นหอม คนไทยมักใช้วิธีลอยดอกไม้สดในน้ำหรือในน้ำกะทิ เช่น ลอยดอกมะลิ ดอกกระดังงา หรือถ้าเป็นดอกนมแมว ก็อาจใช้ดอกจริง ๆ มาลอยเพื่อให้กลิ่นซึมเข้าไปในน้ำ แต่ปัจจุบันดอกนมแมวหายากขึ้น แถมการควบคุมกลิ่นให้คงที่ก็ยาก เลยเปลี่ยนมาใช้ “น้ำมันนมแมว” แบบขวดเล็ก ๆ ที่เราเห็นขายตามร้านอุปกรณ์เบเกอรี่แทน ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นกลิ่นสังเคราะห์ที่นักปรุงกลิ่นทำขึ้นให้ใกล้เคียงกับกลิ่นดอกนมแมวธรรมชาติมากที่สุด
เอกลักษณ์ของกลิ่นนมแมวคือ มันจะไม่หวานนุ่มแบบมะลิ แต่จะมีความ “แหลม” และ “เย็น” กว่า พอดมแล้วรู้สึกสดชื่น โปร่งจมูก เหมือนล้างกลิ่นคาวออกไปได้ดีมาก นี่แหละเลยทำให้มันเหมาะสุด ๆ กับขนมไทยที่มีแป้งและกะทิเป็นหลัก เช่น สลิ่ม ลอดช่อง น้ำแข็งไส หรือแม้แต่ข้าวแช่ เพราะกะทิถ้าไม่แต่งกลิ่นดี ๆ บางทีมันจะมีกลิ่นมัน ๆ หรือกลิ่นคาวจาง ๆ กลิ่นนมแมวจะช่วยตัดตรงนี้ให้ขนมหอมใสขึ้นทันที
แต่กลิ่นนี้มีข้อควรระวังใหญ่ ๆ อยู่ข้อหนึ่ง คือมันแรงมาก แรงชนิดที่เรียกว่าหยดเดียวเปลี่ยนทั้งหม้อขนมได้เลย ใส่เกินไปนิดเดียว จากหอมจะกลายเป็นฉุน จากสดชื่นจะกลายเป็นเหมือนฉีดน้ำหอมใส่ขนม บางทีถึงขั้นขมปลายลิ้นได้ด้วย คนทำขนมไทยเก่ง ๆ เลยต้องมือเบาสุด ๆ เวลาหยดกลิ่นนมแมวลงไป
เพราะฉะนั้น ถ้าวันไหนได้ยินใครพูดว่า
“ขนมนี้หอมกลิ่นนมแมวมากเลย”
อย่าเพิ่งจินตนาการถึงแมวหรือสัตว์อะไรทั้งนั้น ให้คิดถึงดอกไม้ไทยหอม ๆ ดอกหนึ่งแทน
สรุปสั้น ๆ แบบเข้าใจง่ายคือ
ชื่อมันเหมือนนมสัตว์ แต่ความจริงมันคือกลิ่นดอกไม้
และเป็นหนึ่งในเสน่ห์เล็ก ๆ ของขนมไทย ที่ทั้งหอม ทั้งละมุน และมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่แบบน่ารักสุด ๆ
ขอบคุณภาพประกอบจาก The Earth จ้า
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ



