ระวังหมูย้อมแมว! เปิดวิธิจับโป๊ะ "หมูสด" vs "หมูโรค" ดูง่ายๆ แค่ 4 จุด ก่อนจะป่วยยกบ้านโดยไม่รู้ตัว!
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวบอร์ด! ช่วงนี้ไปตลาดทีไร ต้องเดินวนรอบเขียงหมูหลายรอบเลยใช่ไหมครับ? เพราะข่าวเรื่อง "หมูเถื่อน" หรือ "หมูติดเชื้อ" มีมาให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะ โรคไข้หูดับ (Streptococcus suis) ที่ถ้าใครได้รับเชื้อเข้าไปแล้วรักษาไม่ทัน อาจถึงขั้นพิการหูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้เลย!
วันนี้ผมไม่ได้มาทำให้กลัวครับ แต่จะมาแชร์ "วิชาเลือกหมู" แบบมือโปร ที่พ่อค้าแม่ค้าเห็นเราดูแบบนี้แล้วไม่กล้าเอาของไม่ดีมาขายแน่นอน มาดูกันครับว่า "หมูสด" กับ "หมูโรค" ต่างกันตรงไหนบ้าง
1. สีของเนื้อ: ชมพูระื่อ ไม่ใช่แดงฉานหรือเขียวคล้ำ
-
หมูสดคุณภาพดี: สีต้องเป็น "ชมพูอ่อน ๆ" ดูเป็นธรรมชาติ ผิวเนื้อมีความมันวาวแบบสุขภาพดีครับ
-
หมูอันตราย (หมูย้อมแมว/หมูโรค):
-
แดงจัดจนน่ากลัว: ระวังสารเร่งเนื้อแดง หรือหมูที่กำลังจะเสียแล้วพ่อค้าเอาเลือดมาราดทับให้ดูสด
-
สีซีดเซียวหรือออกเทา: คือหมูเก่าที่ค้างคืนมาหลายวัน หรือหมูแช่แข็งที่ละลายแล้วเอามาขายใหม่
-
มีรอยช้ำหรือจุดเลือดออก: ถ้าเห็นเนื้อหมูมีจ้ำเลือดเล็ก ๆ กระจายอยู่ หรือสีด่าง ๆ ไม่สม่ำเสมอ "วางลงด่วน" ครับ นั่นคือสัญญาณของหมูที่ป่วยตายด้วยโรคติดเชื้อรุนแรง!
-
2. สัมผัสต้อง "แน่น" ไม่ใช่ "แฉะ"
เวลาซื้อหมู อย่าอายที่จะขอใช้ถุงมือหรือนิ้วกดดูครับ (แต่ต้องสะอาดนะ)
-
หมูสด: เมื่อกดลงไปแล้ว เนื้อต้อง "สปริงตัวกลับ" ไม่บุ๋มตามนิ้ว ผิวหน้าต้องแห้งหมาด ๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ
-
หมูโรค/หมูเน่า: เนื้อจะนิ่มเละ กดแล้วบุ๋มค้างไม่คืนตัว และที่สำคัญคือจะมี "เมือกเหนียว" หรือน้ำเหลืองซึมออกมาผิดปกติ จับแล้วรู้สึกลื่นมือเหมือนมีน้ำเมือกเคลือบ นั่นคือแบคทีเรียกำลังทำงานอย่างหนักครับ
3. มันหมู: ขาวใสคือใจชื้น
อย่าดูแค่เนื้อแดงครับ "ชั้นไขมัน" คือตัวบ่งบอกสุขภาพหมูได้ดีที่สุด
-
หมูสด: ไขมันต้องมีสี "ขาวสะอาด" หรือขาวนวล กลิ่นต้องไม่คาวจัด
-
หมูโรค: ไขมันมักจะเปลี่ยนเป็น "สีเหลือง" หรือมีจุดเลือดปนอยู่ในชั้นไขมัน ถ้าเจอหมูมันเหลือง ๆ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นหมูป่วย หรือหมูที่ถูกเก็บรักษามาอย่างย่ำแย่ครับ
4. สังเกต "เม็ดสาคู" (พยาธิตัวร้าย)
อันนี้สยองสุดและอันตรายสุดครับ ให้มองหาตุ่มกลม ๆ สีขาวขุ่นขนาดเล็ก (คล้ายเม็ดสาคูในขนม) แทรกอยู่ตามมัดกล้ามเนื้อ
-
ถ้าเจอแม้แต่จุดเดียว "ห้ามซื้อเด็ดขาด" เพราะนั่นคือถุงตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด หากกินเข้าไป (โดยเฉพาะแบบไม่สุก) พยาธิจะไปฟักตัวในลำไส้ หรือที่ร้ายกว่านั้นคือขึ้นสมองทำให้ชักและเสียชีวิตได้ครับ
แถมท้าย: วิธีปรุงให้ปลอดภัย 100%
ต่อให้เราเลือกหมูมาดีแค่ไหน แต่ "ความเสี่ยง" ก็ยังมีอยู่ครับ ดังนั้นกฎเหล็กคือ:
-
ห้ามกินดิบ/กึ่งสุกกึ่งดิบ: ลาบเลือด ก้อยหมู หรือหมูกระทะที่ยังแดงอยู่... เลิกได้เลิกครับ! เชื้อไขมันหูดับตายได้ด้วยความร้อนที่ 70 องศาเซลเซียส ขึ้นไป (ต้องสุกจนเนื้อเป็นสีขาว)
-
แยกเขียงแยกมีด: อย่าใช้เขียงที่หั่นหมูดิบมาหั่นผักหรือผลไม้ต่อโดยไม่ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
-
ล้างมือทุกครั้ง: หลังจากสัมผัสเนื้อหมูดิบ ต้องล้างมือให้สะอาด เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลเล็ก ๆ ที่มือเราได้ครับ
เพื่อน ๆ เคยเจอหมูแบบไหนที่เห็นแล้วต้องเดินหนีบ้าง? หรือมีทริคเด็ด ๆ ในการเลือกหมูฉบับแม่บ้านพ่อบ้านมือโปร มาคอมเมนต์แชร์กันได้เลยครับ!
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/5/69
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
มหาวิทยาลัยรัฐที่คนสมัครเยอะ ทำไมเด็กไทยยังเลือกกลุ่มนี้ก่อน
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
เงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)
เลขเด็ดเพชรกล้า เด็กชายนำโชค งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่นที่ถูกพูดถึง
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทย
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
เหตุใดจึงมีคำกล่าว "ยุงมันร้ายกว่าเสือ" เห็นทีน่าจะจริง!!



