คนดีอยู่ไม่ได้
ยุคสมัยปัจจุบันอย่างปี พ.ศ.2566 คงจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นยุคที่คนดีอยู่ไม่ได้ คนโกงก็ได้ปกครองบ้านเมืองชี้นำทิศทางของประเทศได้ตามความต้องการของตนเพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด
นั่นทำให้ใครหลายคนไม่ศรัทธาในความดี และเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากขึ้นอย่างที่ไม่เห็นใจใครทั้งนั้น หากว่านั่นไม่ใช่คนในครอบครัว
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ประเด็นก็คือ การทำความดีไม่ใช่ว่าจะได้ผลตอบแทนอย่างที่ใจต้องการทุกครั้งเสมอไป การทำความดีเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกื้อกูลให้คนอื่น โดยทำให้สังคมภาพรวมเกื้อกูลเราเป็นผลตอบแทนกลับมาด้วย แม้จะไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาก็ไม่เป็นไร ขอแค่เพียงความเป็นอยู่ของเรายังคงความเป็นปกติสุขดีก็เป็นอันใช้ได้
การคดโกงหรือเบียดเบียนผลประโยชน์กันไปมานั้น ย่อมสร้างศัตรูอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงหรือเป็นคนคุมกิจการสีเทาที่ทรงอิทธิพล ก็ย่อมมีศัตรูรังควาน ต้องอยู่อาศัยด้วยความระแวดระวังตลอดเวลาเพื่อแลกกับผลตอบแทนอย่างอำนาจและเงินตรา
ขณะที่คนธรรมดากำลังหาเช้ากินค่ำ เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เท่าเดิมแต่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าอินเทอร์เน็ตและค่าน้ำมันที่แพงขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่าการเป็นคนทำมาหากินสุจริตคงไม่เพียงพอ เราคงต้องไปเบียดเบียนใครสักคนเพื่อหาเงินยังชีพ ซึ่งก็เข้าคอนเซ็ปต์ที่ว่าหาเงินมากขึ้นเพื่อซื้อความสุขเท่าเดิม
พุทธทำนายก็เคยพูดถึงประเด็นนี้เหมือนกันว่าคนชั่วจะครองเมือง ส่วนคนดีต้องหนีไปอยู่ป่า และยุคสมัยปัจจุบันก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราจะไปบังคับให้มันเป็นอย่างที่เราคาดหวังให้มันเป็นไม่ได้
ความเห็นแก่ตัวอยู่ในยีนของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว แต่หากมีใจที่เห็นแก่ความรู้สึกหรือความเดือดร้อนของคนอื่นบ้าง เขาก็จะสามารถเอื้อเฟื้อให้คนอื่นได้บ้างแบบที่ตนเองก็ไม่เดือดร้อน ขณะที่การกอบโกยเพื่อตนเองเพียงคนเดียวนั้น เป็นการทำให้ตนรู้สึกว่ากำลังขาดแคลนอยู่ จึงต้องหาอะไรมาเติมเต็มความรู้สึกขาดแคลนนั้นไม่หยุดหย่อน จนทำให้คนอื่นที่เขาขาดแคลนจริงๆเกิดความอาฆาตพยาบาทได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีและมีแต่การเบียดเบียนมากขึ้นไปอีก
คนดีที่แท้จริงนอกจากจะเห็นใจคนอื่นเป็นแบบที่ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนแล้ว เขายังรู้จักเกื้อกูลคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทนเกินกว่าที่เขากระทำให้ และทำไปนานๆเข้ามันจะกลายเป็นนิสัยที่ฝังแน่น เป็นสันดานในด้านที่สังคมยอมรับ ไม่เปลี่ยนแปลงไปได้โดยง่าย
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนเราสามารถทำดีทำชั่วสลับกันได้ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้น
ในทางธรรมมีการวิเคราะห์เรื่องของความดีความชั่วและการเบียดเบียนลึกซึ้งขึ้นไปอีก นั่นคือ เราทุกคนต่างก็เบียดเบียนซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เพราะการแข่งขันก็คือการเบียดเบียนอย่างหนึ่ง การสอบเข้า การแข่งบรรจุเข้ารับทำงาน การก่อตั้งธุรกิจ ทุกสิ่งล้วนมีการแข่งขันตลอดเวลา ฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายก็ต้องผิดหวัง เป็นแบบนี้เสมอมา
สิ่งหนึ่งที่ประจักษ์ว่าคนดีอยู่ไม่ได้ ก็คือการที่ทุกคนศรัทธาในความชั่วอย่างสุดโต่ง และขาดความเมตตา สิ่งนี้แหละจะเป็นปัจจัยให้คนรุ่นหลังไม่ศรัทธาต่อความดี
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
แฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกา
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
เปิด 3 กลุ่มทุนจีนยักษ์ใหญ่บุกไทยอย่างหนักในช่วง 5 ปี
ส่องสีสันสนามเลือกตั้ง 69 เปิดรายชื่อคนดัง-คนบันเทิง ใคร "สอบผ่าน" ใคร "สอบตก"
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
ทริคดีๆ ทำก่อนหวยออก เตรียมรับทรัพย์
นกที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในภายหลัง



