"กังไสจิ่งเต๋อเจิ้น" สู่เส้นทางเครื่องลายครามจีนที่หลอมรวมเป็นเบญจรงค์ไทย
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก มีเมืองหนึ่งในมณฑลเจียงซีของจีนที่เปลวไฟในเตาเผาไม่เคยดับมอดลงตลอดระยะเวลานับพันปี เมืองนั้นคือ "จิ่งเต๋อเจิ้น" (Jingdezhen) สถานที่ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบของโลก และเป็นต้นกำเนิดของคำว่า "กังไส" ที่ฝังรากลึกอยู่ในภาษาและวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอิทธิพลที่มีต่อเครื่องเบญจรงค์อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย
กำเนิดเมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบ
ชื่อ "จิ่งเต๋อเจิ้น" ถูกสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1004 โดยจักรพรรดิซ่งเจินจงแห่งราชวงศ์ซ่ง เพื่อเชิดชูคุณภาพอันเป็นเลิศของเครื่องเคลือบจากเมืองนี้ ความโดดเด่นของชิ้นงานอยู่ที่การใช้ดินขาว "เกาลิน" (Kaolin) ซึ่งทนความร้อนได้สูง เมื่อผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,380°C จะได้เครื่องเคลือบที่ขาวบริสุทธิ์ แข็งแกร่ง แต่บางและโปร่งแสงจนแสงสามารถลอดผ่านได้ รวมถึงการใช้ผงสีจากอิหร่านสร้างสรรค์ลายสีน้ำเงินใต้เคลือบที่มีความละเอียดประณีตดั่งภาพวาดสีน้ำ
วิวัฒนาการเตาเผาโบราณ: หัวใจของอารยธรรมไฟ
เบื้องหลังความสำเร็จของจิ่งเต๋อเจิ้นคือภูมิปัญญาการสร้าง "เตาเผา" ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องหลายศตวรรษ เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้คงที่และสูงพอที่จะหลอมละลายแร่ธาตุจนเกิดความวาววับ:
เตามังกร (Dragon Kiln): ในยุคแรกเริ่มมีการสร้างเตาแนวยาวไปตามความลาดชันของภูเขา มีรูปร่างคล้ายมังกรเลื้อย ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งเป็นรากฐานของการผลิตในยุคราชวงศ์ซ่งและหยวน
เตาทรงน้ำเต้า (Gourd-shaped Kiln): พัฒนาขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง มีการแบ่งห้องเผาเป็นสองส่วนเพื่อการกระจายความร้อนที่ดีขึ้น เหมาะสำหรับการผลิตเครื่องลายครามสีน้ำเงินขาวที่ต้องการความประณีตสูง
เตาจิ่งเต๋อเจิ้น (Zhen Kiln): ถือเป็นจุดสูงสุดของเทคโนโลยีเตาเผาโบราณในสมัยราชวงศ์ชิง มีลักษณะคล้ายไข่ครึ่งใบ (Egg-shaped) ออกแบบมาให้ระบายอากาศและกักเก็บความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
'กังไส' และอิทธิพลต่อเบญจรงค์ไทย
สำหรับคนไทย คำว่า "กังไส" ที่ใช้เรียกเครื่องถ้วยจีนคุณภาพสูง แท้จริงแล้วคือการเพี้ยนเสียงมาจากชื่อมณฑล "เจียงซี" (Jiangxi) ในสำเนียงแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน เนื่องจากจิ่งเต๋อเจิ้นตั้งอยู่ในมณฑลนี้ เมื่อเครื่องเคลือบชั้นเลิศถูกส่งเข้ามายังสยามผ่านพ่อค้าชาวจีน ชื่อของมณฑลต้นทางจึงกลายเป็นชื่อเรียกติดปากของคนไทยไปโดยปริยาย
ในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราชสำนักไทยนิยมสั่งทำเครื่องถ้วยจากจิ่งเต๋อเจิ้นโดยส่งแบบอย่างลวดลายไทยไปให้ช่างจีนผลิต นำไปสู่การกำเนิด "เครื่องเบญจรงค์" ที่เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีความแกร่งของเนื้อดินกังไส เข้ากับลวดลายไทยอันวิจิตรบรรจง กลายเป็นเครื่องราชูปโภคและของเก่าล้ำค่าที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและศิลปะระหว่างสองชนชาติ
ศิลปะที่มีชีวิตและลมหายใจ
แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าพันปี จิ่งเต๋อเจิ้นในปัจจุบันยังคงเป็นเมืองศิลปะที่เปี่ยมด้วยชีวิต ช่างฝีมือนับหมื่นคนยังคงรักษากระบวนการผลิต 72 ขั้นตอนตามแบบโบราณไว้ ขณะเดียวกันก็มีการฟื้นฟูย่านเตาเผาเก่าให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์ศิลปะร่วมสมัย ชิ้นงานจากเมืองนี้ยังคงถูกใช้เป็นของกำนัลทางการทูตระดับสูงและใช้ในงานประชุมสำคัญระดับโลกอย่าง APEC หรือ G20
โดยสรุปแล้ว เครื่องเคลือบจิ่งเต๋อเจิ้นหรือกังไส ไม่ใช่เพียงวัตถุที่ทำจากดินและไฟ แต่คือจิตวิญญาณและรหัสวัฒนธรรมที่เดินทางข้ามทวีปมานับพันปี ลายสีน้ำเงินบนถ้วยเพียงหนึ่งใบและการต่อยอดสู่เครื่องเบญจรงค์ไทย จึงเป็นประจักษ์พยานถึงความประณีต อารยธรรม และมิตรภาพที่หล่อหลอมรวมกันเป็นงานศิลปะที่ไม่มีวันตาย
#จิ่งเต๋อเจิ้น #กังไส #เครื่องลายคราม #เบญจรงค์ #ประวัติศาสตร์จีน #ศิลปะไทย #เตาเผาโบราณ #SoftPower
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ส่องเทรนด์ตัวเลขเด่น งวด 16 เม.ย. 69
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
ผู้ชายที่สูงที่สุดในโลก
"มันแกว" พรีไบโอติกชั้นยอดที่ลำไส้ของคุณโหยหา
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
รวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย






