วิธีสร้างสมาธิในการทำงาน เพื่อเสริมประสิทธิภาพของงาน ทำงานให้เสร็จอย่างที่ตั้งใจ
เขียนโดย sompeansomped
1.หายใจเข้า-ออกลึกๆ ก่อนเริ่มทำงาน หลับตาลง หายใจเข้าลึก ๆ นับ 5 วินาที แล้วหายใจออกอีก 5 วินาที ทำแบบนี้ติดต่อกันซัก 1-2 นาที จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของสมอง และ ช่วยให้จดจ่อได้ดีขึ้น หากมีมีตติ้งหรือพรีเซนต์งาน วิธีนี้ยังช่วยคลายกังวล เพิ่มความมั่นใจได้
2.เครื่องดื่มคาเฟอีนซักแก้วก่อนเริ่มงาน ผลงานวิจัยยังพบว่าคาเฟอีนช่วยเพิ่มสมาธิ ลดความไขว้เขว้ ทำให้จดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น การดื่มกาแฟดำ หรือ ชาเขียวร้อนสักถ้วยระหว่างทำงาน จะช่วยเร่งพลังสมองและร่างกาย ค่อย ๆ จิบช้า ๆ เพื่อไม่ให้คาเฟอีนเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป และ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจจะส่งผลในทางตรงกันข้าม คือ ปวดหัว ใจสั่น นอนไม่หลับได้
3.ปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นเอาไว้ก่อน เช่น แจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เหลือเอาไว้เพียงแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องกับงานเท่านั้น ถ้ามีงานด่วนที่ต้องโฟกัสจริง ๆ ก็เปิดโหมดพระจันทร์ปิดแจ้งเตือนทั้งหมด รวมถึงอีเมลเอาไว้ซัก 30 นาที แล้วโฟกัสกับงานให้เต็มที่ จะสามารถเคลียร์งานได้มากขึ้นเยอะ
4.เปิดเพลงคลอเบาๆ ระหว่างนั่งทำงาน สามารถช่วยเพิ่มสมาธิได้ แต่ต้องเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือ เป็นเพลงที่คุณไม่สามารถร้องตามได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ให้ฟังเพลงคลาสสิกหรือเพลงบรรเลง จะช่วยเสริมสร้างสมาธิขณะทำงานได้ดีที่สุด
5.ทำงานทีละอย่าง การจัดลำดับความสำคัญของงาน และ มุ่งโฟกัสทีละชิ้นให้เสร็จเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการสลับไปมา (multitasking) เพราะการทำงานหลายอย่างพร้อมกันจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านง่าย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในงานเพิ่มมากขึ้น
6.พักสั้น ๆ ระหว่างการทำงาน แบ่งเวลาทำงานเป็นช่วง ๆ เช่น ทำงานต่อเนื่อง 25 นาที แล้วพัก 5 นาที เทคนิคนี้ช่วยให้สมองไม่รู้สึกล้าเกินไป ในช่วงพักให้ลองลุกเดินยืดเส้น หรือ นั่งหลับตาสักครู่ พร้อมกับหายใจลึก ๆ เพื่อเพิ่มความสงบและสมาธิ
7.ดื่มน้ำทุกๆ ชั่วโมง ร่างกายขาดน้ำจะทำให้สติ และ สมาธิลดลง การขาดน้ำทำให้ฮอร์โมนแปรปรวนส่งผลไปยังการทำงานของสมอง ทั้งยังทำให้เลือดข้น ไหลเวียนไม่สะดวก ลำเลียงออกซิเจนได้ไม่มากพอ ทำให้ง่วงนอน รู้สึกเฉื่อยชาขึ้นได้ แนะนำให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้สมองทำงานได้เป็นปกติ และ ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานระหว่างวัน
8.ปรับอุณหภูมิภายในห้องให้เหมาะสม ในที่ทำงานควรมีอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 20-25 องศาเซลเซียส จะช่วยให้พนักงานทำงานได้ดี และ ผิดพลาดน้อยที่สุด ใครทำงานที่บ้านลองหาห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก เปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ และ ถ่ายเทความร้อน ใครอยู่ออฟฟิศที่แอร์เย็นจัดจนเกินไปให้หาเสื้อแขนยาวมาสวม เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสม จะช่วยให้มีสมาธิทำงานมากขึ้น ไม่ต้องกังวลกับเหงื่อ หรือ นั่งหนาวจนมือสั่นตลอดวัน
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
การปรับแอร์หน้าร้อนเพื่อให้ประหยัดไฟ
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
แพลตฟอร์มที่ครูไทยใช้เยอะที่สุด







