หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มหาราชาอินเดียผู้รับเด็กโปแลนด์ 640 ชีวิตกลางสงครามโลก

เขียนโดย coffeeman

สวัสดีครับทุกคน  วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดพีคที่ทั้งสะเทือนใจ ทั้งอบอุ่น และทั้งน่าติดตามมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นท่ามกลางไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1942 เรื่องของเด็กกำพร้าชาวโปแลนด์ 640 คน ที่ถูกโลกทั้งใบปิดประตูใส่ แต่กลับได้รับอ้อมกอดจากชายผู้หนึ่งในอินเดีย ที่เลือกทำสิ่งที่ถูกต้องเหนือคำสั่งมหาอำนาจ

  เรือที่เหมือนโลงศพลอยน้ำ

กลางทะเลอาหรับ ปี 1942 มีเรือลำหนึ่งลอยอยู่ สภาพไม่ต่างจาก “โลงศพที่ลอยน้ำได้” บนนั้นมีเด็กชาวโปแลนด์ 640 ชีวิต

ทั้งหมดเป็นเด็กกำพร้าที่รอดชีวิตจากค่ายกักกันกูลักของโซเวียต ที่ซึ่งพ่อแม่ของพวกเขาต้องสังเวยชีวิตให้กับความหิวโหยและความหนาวเย็น

เด็ก ๆ หนีออกมาทางอิหร่านด้วยความหวัง แต่กลับถูกโลกใจร้ายซ้ำอีกครั้ง เพราะไม่มีประเทศใดยอมรับพวกเขาเลย

แม้แต่จักรวรรดิอังกฤษ ผู้ครอบครองอินเดียในเวลานั้น ก็ยังปฏิเสธไม่ให้เรือเข้าเทียบท่า

คำสั่งนั้นเด็ดขาดและเย็นชา

“ไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไล่พวกเขาไปซะ”

  ความหวังที่ริบหรี่

เสบียงอาหารกำลังจะหมด ยารักษาโรคไม่มีเหลือ ภาพที่เห็นบนเรือคือพี่สาวตัวเล็ก ๆ ที่โอบกอดน้องชายไว้แน่น เด็กหลายคนเคยสัญญากับแม่ที่จากไปในค่ายกักกันว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด

แต่ในวันที่โลกทั้งใบปิดประตูใส่พวกเขาแบบนี้ ความหวังช่างริบหรี่เหลือเกิน

 มโนธรรมเหนือการเมือง

จนกระทั่งข่าวนี้ไปถึงพระราชวังเล็ก ๆ ของ มหาราชา จาม สาเห็บ ดิกวิชัยสิงห์จิ แห่งรัฐนวนาคร

แม้เขาเป็นเพียงเจ้าผู้ครองรัฐเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้อาณัติของอังกฤษ แต่เมื่อทราบว่ามีเด็ก 640 คนกำลังจะตายกลางทะเล มโนธรรมของเขาก็อยู่เหนือความกลัวทางการเมือง

เขาถามเพียงคำถามเดียว

“บนเรือลำนั้น… มีเด็กอยู่กี่คน?” “หกร้อยสี่สิบคนครับท่าน” ที่ปรึกษาตอบ

มหาราชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“อังกฤษอาจควบคุมท่าเรือของฉันได้ แต่พวกเขาไม่มีวันควบคุมมโนธรรมของฉัน ให้เด็ก ๆ มาลงที่นวนาครนี่แหละ”

แม้ที่ปรึกษาจะเตือนถึงผลกระทบที่จะตามมา แต่เขากลับยืนกราน

“ถ้าผู้ที่แข็งแกร่งเลือกจะไม่ช่วยเด็ก ฉันที่อ่อนแอกว่าจะทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ทำเอง”

 วันที่เรือเข้าเทียบท่า

สิงหาคม 1942 ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ เรือลำนั้นค่อย ๆ เข้าเทียบท่า เด็ก ๆ เดินลงมาเหมือนร่างไร้วิญญาณ ดวงตาว่างเปล่า

ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหวังถึงสิ่งดี ๆ อีกแล้ว

แต่มหาราชายืนรออยู่ตรงนั้น เขาสวมชุดสีขาวเรียบง่าย ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็ก ๆ และพูดผ่านล่ามด้วยถ้อยคำที่พวกเขาไม่ได้ยินมานานแสนนาน

“อย่ามองว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้าอีกเลย ตอนนี้พวกเธอคือชาวนวนาคร และฉันคือ ‘บาปู’ พ่อของพวกเธอ”

 จากค่ายลี้ภัย สู่บ้านที่ชื่อ “ลิตเติล โปแลนด์”

มหาราชาไม่ได้สร้างแค่ค่ายลี้ภัย แต่เขาสร้าง “บ้าน”

ที่เมืองพาลาชาดี เขาเนรมิต “ลิตเติล โปแลนด์” ขึ้นมา มีครูชาวโปแลนด์ที่เข้าใจบาดแผลในใจของเด็ก ๆ มีอาหารรสชาติที่คุ้นเคย แม้แต่ต้นคริสต์มาสภายใต้ท้องฟ้าเขตร้อนของอินเดีย

เพราะเขาเชื่อว่า สงครามพรากบ้านไปได้ แต่ต้องไม่พรากตัวตนของเด็ก ๆ ไปด้วย

เขามักจะไปเยี่ยมเด็ก ๆ ร่วมฉลองวันเกิด ปลอบโยนเด็กที่ร้องไห้คิดถึงพ่อแม่ และใช้เงินส่วนตัวดูแลทุกอย่าง ทั้งค่าหมอ เสื้อผ้า และการศึกษา เหมือนดูแลลูกในไส้จริง ๆ

เป็นเวลา 4 ปีที่โลกภายนอกจมอยู่กับสงคราม แต่เด็กทั้ง 640 คนกลับได้ใช้ชีวิตในอ้อมกอดของครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น

 เมื่อถึงเวลาจากลา

เมื่อสงครามสิ้นสุดและถึงเวลาจากลา น้ำตาไหลนองทั่วพาลาชาดี เพราะที่นี่คือบ้านที่แท้จริงแห่งเดียวที่พวกเขารู้จัก

เด็กเหล่านั้นเติบโตขึ้นไปเป็นหมอ ครู วิศวกร กระจายไปทั่วโลก แต่ไม่เคยลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่อินเดียเลย

ในโปแลนด์ มีการตั้งชื่อจัตุรัสและโรงเรียนเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

แต่อนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่คือ 640 ชีวิต ที่รอดมาได้เพราะชายคนหนึ่งเลือกทำความถูกต้องเหนือคำสั่ง

ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่…

จนถึงวันนี้ ลูกหลานของเด็กเหล่านั้นยังคงเล่าเรื่องของมหาราชาชาวอินเดีย ผู้ไม่เคยให้อำนาจการเมืองอยู่เหนือหัวใจ และไม่เคยลืมชื่อ “ดิกวิชัยสิงห์จิ”

ชายผู้เปลี่ยนคำว่า “เด็กกำพร้า” ให้กลายเป็น “ลูกของมหาราชา” อย่างแท้จริง

ไว้เจอกันใหม่ครับทุกคน

โพสท์โดย: coffeeman
อ้างอิงจาก: coffeeman
IndiaTimes, Indian Express, Wikipedia (Digvijaysinhji Ranjitsinhji Jadeja)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
coffeeman's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 215 ครั้ง
เขียนโดย coffeeman
หยิบยก เรื่องใกล้ตัว หรือ เรื่องแปลกๆ มาเล่า แนว ความรู้ และ เรื่องไร้สาระ ปนๆกันไป
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักเจ๊เขียว โชคดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 3 ตัว 2 ชุด และเลข 2 ตัว 6 ชุดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Foo Fighters ลูกไฟลึกลับที่บินตามเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2นาซีเคลื่อนย้ายร่างฮินเดนบูร์กหนีแนวรบโซเวียตได้อย่างไรสตาลินในนาม Koba เกี่ยวข้องกับคดีปล้นรถม้าธนาคารทบิลิซีอย่างไรศึกคารานเซเบสเกิดอะไรขึ้นในคืนที่กองทัพออสเตรียแตกตื่น
ตั้งกระทู้ใหม่