ทึ่งทั่วโลก : "ปรัมบานัน" เทวสถานที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ในประเทศอินโดนีเซีย
ถ้าเอ่ยถึงโบราณสถานยิ่งใหญ่ของอินโดนีเซีย หลายคนอาจนึกถึงบุโรพุทโธเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกแห่งหนึ่งที่ความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลย นั่นก็คือ ปรัมบานัน หรือที่หลายคนเรียกว่า จันดีปรัมบานัน กลุ่มวัดหินโบราณที่ยืนเด่นเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาในศาสนาฮินดู และถือว่าเป็น เทวสถานฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยทีเดียว
ปรัมบานันถูกสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1390 เพื่ออุทิศถวายแด่เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามแห่งศาสนาฮินดู ได้แก่ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม รวมถึงสัตว์พาหนะของเหล่าเทพด้วย ในยุคนั้นที่นี่เปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งศรัทธา ความเชื่อ และอำนาจทางศาสนา แต่เรื่องราวก็ไม่ได้ราบรื่นตลอดไป เพราะหลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ปรัมบานันกลับถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้กาลเวลาและธรรมชาติกัดกินจนทรุดโทรมลงอย่างเงียบงัน
เวลาผ่านไปหลายร้อยปี จนกระทั่ง พ.ศ. 2461 จึงเริ่มมีการบูรณะอย่างจริงจัง การซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างหลักใช้เวลายาวนาน และแล้วก็เสร็จสิ้นลงในปี พ.ศ. 2496 ทำให้ปรัมบานันค่อย ๆ ฟื้นคืนความสง่างามอีกครั้ง แม้จะไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต แต่ก็ยังยิ่งใหญ่จนทำให้ผู้มาเยือนต้องหยุดมองด้วยความทึ่ง
ตัวกลุ่มวัดตั้งอยู่ใน สวนสาธารณะปรัมบานัน อันกว้างใหญ่ ในเขตชวากลางของอินโดนีเซีย ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตาไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร เมื่อก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความอลังการของกลุ่มปราสาทหินจำนวนมาก รูปแบบคล้ายเทวลัย มีสิ่งก่อสร้างหลักอยู่ตรงกลาง 8 หลัง และรายล้อมด้วยสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กอีกมากกว่า 200 หลัง ทั้งหมดถูกจัดวางเป็นระเบียบและล้อมรอบด้วยแนวกำแพง
เสน่ห์ของปรัมบานันไม่ได้อยู่แค่ขนาดหรือจำนวนสิ่งก่อสร้าง แต่อยู่ที่ สถาปัตยกรรมและงานแกะสลักนูนต่ำ ตามผนังที่ละเอียดอ่อนและงดงาม ภาพเหล่านี้เล่าเรื่องราวของเทพเจ้า เรื่องรามายณะ และตำนานโบราณต่าง ๆ ราวกับกำแพงหินกำลังเล่าเรื่องอดีตให้คนรุ่นหลังฟัง แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรือง ความศรัทธา และบทบาทสำคัญของศาสนาฮินดูในภูมิภาคนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน
หัวใจสำคัญของปรัมบานันอยู่ที่ เทวาลัยหลัก 3 หลัง ซึ่งตั้งเรียงกันอยู่ตรงกลาง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก รูปทรงคล้ายเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย องค์ประธานตรงกลางคือเทวาลัยที่สร้างถวายแด่ พระศิวะ สูงเด่นถึง 47 เมตร ถือเป็นองค์ที่ใหญ่และโดดเด่นที่สุด ส่วนเทวาลัยทางทิศเหนือสร้างถวายแด่ พระนารายณ์ และเทวาลัยทางทิศใต้สร้างถวายแด่ พระพรหม ทั้งสามองค์ตั้งตระหง่านราวกับเฝ้ามองกาลเวลาที่หมุนผ่านไปไม่รู้จบ
อย่างไรก็ตาม ปรัมบานันก็ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในช่วง ศตวรรษที่ 17 ส่งผลให้สิ่งก่อสร้างจำนวนมากพังถล่ม เหลือเทวลัยที่ยังคงยืนอยู่ได้เพียง 10 หลัง เท่านั้น แต่แม้จะเสียหายหนัก ความยิ่งใหญ่ทางจิตวิญญาณและคุณค่าทางวัฒนธรรมก็ไม่เคยเลือนหายไป
ด้วยเหตุนี้เอง ปรัมบานันจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2534 ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวัดปรัมบานัน” ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า ที่นี่เป็นผลงานชิ้นเอกแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ และเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของการพัฒนาด้านวัฒนธรรม ศิลปกรรม และสังคมในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
หากมีโอกาสได้ไปเยือนปรัมบานันสักครั้ง ลองใช้เวลาเดินช้า ๆ มองเงาเทวลัยทอดยาวบนพื้นหิน ฟังเสียงลมพัดผ่านซากปราสาท แล้วคุณจะรู้ว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่โบราณสถาน แต่คือเรื่องเล่าที่มีชีวิต เป็นศรัทธาที่ถูกสลักไว้ในหิน และเป็นความยิ่งใหญ่ที่ยังคงสะกดใจผู้คนจากทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ ✨
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
เอธิโอเปีย..จากดินแดนแห่งความหิวโหยสู่ "มหาอำนาจใหม่"
เหรียญเงินราคา 5 บาท รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เคยเป็นไหม? นอนเต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมายัง "ร่างพัง" มารู้จัก 7 วิธีพักผ่อนที่มากกว่าแค่การนอน (รับรองชีวิตเปลี่ยน!)
คำศัพท์น่ารู้: ความหมายของ "สัตตานัง" ในสองบริบท (สร้างกับ เอไอ)
เมียหลวงทวงคืน "ศักดิ์ศรี" เมื่อความรักและความไว้ใจ ถูกตอบแทนด้วยการนอกใจ
กลลวง “แจกของฟรี–แอดไลน์–ทำภารกิจ”
