ทึ่งทั่วโลก : ครุฑพระวิษณุมูรติที่สูงที่สุดในโลกในบาหลีประเทศอินโดนีเซีย
ถ้าใครเคยไปบาหลี หรือแม้แต่แค่นั่งเครื่องบินลงสนามบินงูระห์ไร บางคนอาจจะสะดุดตากับเงารูปปั้นยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ บนเนินเขา รูปปั้นนั้นแหละที่คนบาหลีภูมิใจมาก และอยากเล่าให้ใครต่อใครฟังเสมอ นั่นคือ ครุฑพระวิษณุมูรติ แลนด์มาร์คสำคัญที่ตั้งอยู่ใน อุทยานวัฒนธรรมการูดาวิสนูเคนจานา (Garuda Wisnu Kencana Cultural Park) บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
รูปปั้นองค์นี้ไม่ได้มาแบบธรรมดาเลยนะ เพราะถ้านับรวมแท่นฐานแล้ว ความสูงพุ่งไปถึง 121 เมตร หรือประมาณตึก 21 ชั้น สูงกว่าเทพีเสรีภาพในสหรัฐฯ เกือบ 30 เมตร ยืนมองจากพื้นด้านล่างนี่ต้องแหงนคอจนเมื่อย แต่ก็อดตะลึงไม่ได้กับความยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมาแบบเงียบ ๆ
ผู้อยู่เบื้องหลังงานระดับโลกชิ้นนี้คือ นโยมาน นูอาร์ตา ศิลปินชาวบาหลีชื่อดัง ผู้ตั้งใจสร้างงานที่ไม่ได้แค่ “ใหญ่” แต่ต้องมี “จิตวิญญาณ” อยู่ในนั้น รูปปั้นนี้ถ่ายทอดภาพของ พระวิษณุ หรือพระนารายณ์ เทพเจ้าสูงสุดองค์หนึ่งในศาสนาฮินดู กำลังประทับอย่างสง่างามบนหลัง พญาครุฑ พาหนะคู่บารมีที่เต็มไปด้วยพลัง ความแข็งแกร่ง และศักดิ์ศรี
เบื้องหลังท่าทางอันยิ่งใหญ่นี้ ยังซ่อนเรื่องเล่าจากตำนานฮินดูเกี่ยวกับการแสวงหา “น้ำอมฤต” (Amrita) ว่ากันว่าพญาครุฑยอมให้พระวิษณุทรงประทับบนหลัง เพื่อแลกกับน้ำอมฤตที่จะนำไปช่วยปลดปล่อยแม่ของตนจากการเป็นทาส เรื่องนี้เองที่ทำให้รูปปั้นไม่ได้สื่อแค่พลังของเทพเจ้า แต่ยังสะท้อน ความกล้าหาญ ความกตัญญู ความจงรักภักดี และการเสียสละ อย่างลึกซึ้ง
ในแง่ของการก่อสร้าง ยิ่งฟังยิ่งทึ่ง เพราะรูปปั้นทั้งองค์ทำจากแผ่น ทองแดงและทองเหลือง หุ้มโครงสร้างเหล็กกล้าและแกนคอนกรีตเสริมเหล็ก น้ำหนักรวมมากถึง 4,000 ตัน หนักที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย การสร้างไม่ได้เสร็จในไม่กี่ปี แต่ใช้เวลายาวนานกว่า 28 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งความอดทน ความศรัทธา และแรงใจของคนจำนวนมาก
ตัวรูปปั้นตั้งอยู่กลางอุทยานวัฒนธรรมขนาดใหญ่ราว 60 เฮกตาร์ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่รูปปั้นยักษ์ให้ถ่ายรูป แต่ยังเป็นศูนย์รวมศิลปะและวัฒนธรรมบาหลี มีการแสดงพื้นเมือง นิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้สัมผัสตลอดทั้งปี และด้วยความสูงมหึมานี่เอง ทำให้ครุฑพระวิษณุมูรติสามารถมองเห็นได้จากหลายมุมของเกาะบาหลี แม้กระทั่งจากสนามบิน
สุดท้ายแล้ว ครุฑพระวิษณุมูรติไม่ได้เป็นแค่ผลงานทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง หรือจุดเช็กอินของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ย้ำเตือนถึงรากเหง้า ความเชื่อ และศิลปะอันลึกซึ้งของอินโดนีเซีย ใครที่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ จะรู้สึกได้เลยว่า นี่ไม่ใช่แค่รูปปั้นยักษ์ แต่คือเรื่องราวที่มีชีวิต ยืนสงบนิ่ง และเล่าอดีตให้เราฟังผ่านสายลมของเกาะบาหลีอย่างเงียบงัน
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
8 ทะเลสาบที่อันตรายที่สุดในโลก สวยงามแต่ซ่อนความเสี่ยงจากธรรมชาติ
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ทำไมหลอดยาสีฟันสมัยก่อนถึงทำจากอะลูมิเนียม?
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..ชอบเลขไหน จัดได้เลย!
ข้าวหอมมะลิไทยมีกี่แบบ? พร้อมดู 5 จังหวัดที่ปลูกข้าวมากที่สุด
ล็อกอินง่าย ใช้บัญชีเดียวทุกแอป แต่ข้อมูลส่วนตัวกำลังไปอยู่ตรงไหน?
ไม้ไอติมทำไมต้องแบน? ถ้าเปลี่ยนเป็นไม้กลมแบบลูกชิ้น อาจกินยากกว่าที่คิด
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
What to Know Before Buying an Automatic Litter Box
ไม้ไอติมทำไมต้องแบน? ถ้าเปลี่ยนเป็นไม้กลมแบบลูกชิ้น อาจกินยากกว่าที่คิด
เงินเดือนผู้นำเอเชีย ใครได้มากสุดและต่างกันแค่ไหน

