แนะนำ 3 เทคนิคการฝึกหายใจลึก ๆ เพื่อการผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด
เขียนโดย sompeansomped
การหายใจลึก ๆ (Deep Breathing) เป็นการกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ระบบที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและฟื้นฟูตัวเอง เมื่อหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ร่างกายจะได้รับออกซิเจนมากขึ้น ระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) จะลดลง ทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลายขึ้นในทันที และ ยังช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ อะมิกดาลา (Amygdala) สงบลง
ข้อแนะนำก่อนการฝึกหายใจ
1.หาสถานที่เงียบสงบ เลือกเวลาที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น ตอนเช้า ตอนก่อนนอน
2.ควรฝึกทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ
3.นั่งหรือนอนหงาย หลับตาในท่าที่สบาย ไม่มีใครมารบกวน ใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดรองเท้า และ เครื่องประดับออก
แนะนำเทคนิคการฝึกหายใจลึก ๆ เพื่อการผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด
1.การหายใจแบบห่อริมฝีปาก เทคนิคนี้ช่วยชะลอจังหวะการหายใจ สามารถฝึกการหายใจแบบห่อริมฝีปากได้ตลอดเวลา ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขณะทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การก้ม การยก การขึ้นบันได โดยฝึกการหายใจนี้ 4 ถึง 5 ครั้งต่อวัน เพื่อให้เรียนรู้รูปแบบการหายใจได้อย่างถูกต้อง
วิธีทำ:
- ผ่อนคลายคอ และ ไหล่
- ปิดปาก สูดหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ นับ 2 วินาที
- ห่อหรือทำปากจู๋เหมือนกำลังจะผิวปาก
- หายใจออกช้า ๆ โดยเป่าลมผ่านริมฝีปากที่ห่อ นับ 4 วินาที
2.การหายใจโดยใช้กระบังลม มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาการหายใจจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ มะเร็ง ช่วยลดความเครียดจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต่าง ๆ เช่น ความผิดปกติในการกินอาหาร ท้องผูก ความดันโลหิตสูง ปวดหัวไมเกรน การฝึกหายใจโดยใช้กระบังลมเป็นเวลา 5-10 นาที 3-4 ครั้งต่อวัน ในช่วงเริ่มต้น อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่เมื่อทำไปสักพักจะง่ายขึ้นและรู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น
วิธีทำ:
- นอนหงาย ศีรษะหนุนหมอน เข่างอเล็กน้อย อาจวางหมอนไว้ใต้เข่าได้
- วางมือข้างหนึ่งบนหน้าอกส่วนบนและมืออีกข้างหนึ่งใต้ซี่โครง เพื่อให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของกระบังลม
- สูดหายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ โดยรู้สึกว่าท้องกดลงบนมือ วางมืออีกข้างให้นิ่งที่สุด
- หายใจออกโดยใช้ริมฝีปากขณะที่เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง
- เมื่อเรียนรู้วิธีการหายใจด้วยท้องขณะนอนราบแล้ว สามารถเพิ่มความยากโดยลองทำขณะนั่งบนเก้าอี้ได้
3.การหายใจสลับรูจมูก เป็นการฝึกหายใจเพื่อการผ่อนคลาย เทคนิคการหายใจนี้สามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ลดอัตราการเต้นของหัวใจได้ ควรฝึกขณะท้องว่าง หลีกเลี่ยงการฝึกหากรู้สึกไม่สบาย หรือ คัดจมูก รักษาลมหายใจให้ราบรื่นและสม่ำเสมอตลอดการฝึก
วิธีทำ:
- เลือกท่านั่งที่สบาย ยกมือขวาขึ้นไปที่จมูก กดนิ้วชี้และนิ้วกลางลงไปที่ฝ่ามือ ปล่อยให้นิ้วอื่น ๆ เหยียดออก
- หลังจากหายใจออก ใช้นิ้วหัวแม่มือขวาปิดรูจมูกขวาเบา ๆ
- สูดหายใจเข้าทางรูจมูกซ้าย แล้วปิดรูจมูกซ้ายด้วยนิ้วก้อยและนิ้วนางขวา
- ปล่อยนิ้วหัวแม่มือและหายใจออกทางรูจมูกขวา
- สูดหายใจเข้าทางรูจมูกขวา แล้วปิดรูจมูกนี้
- ปล่อยนิ้วเพื่อเปิดรูจมูกซ้ายและหายใจออก
- นับเป็นหนึ่งรอบ
- ทำตามรูปแบบการหายใจนี้ต่อไปนานถึง 5 นาที จบเซสชันการฝึกหายใจแบบนี้ด้วยการหายใจออกทางด้านซ้าย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
น่ายินดี !!! ไทยเราค้นพบแมงป่องชนิดใหม่ของโลก ซึ่งถูกค้นพบใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?
การทําลาย “ขีดจํากัดบน” ของคุณ และวิธีที่ผู้คนเหนี่ยวรั้งตัวเองไม่ให้ มีความสุขที่แท้จริง
ฟุตบอลวาติกัน: เจาะตำนานแข้งศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศที่เล็กที่สุดในโลก
11 สิ่งที่บอกว่า วุฒิภาวะของคุณโตแล้ว



