สายพันธุ์"ปลาคราฟ"ที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก (Gosanke)
สายพันธุ์ปลาคราฟที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก (Gosanke)
กลุ่มปลาคราฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดและถือเป็น "ราชาแห่งปลาคราฟ" คือกลุ่ม โกซังเกะ (Gosanke) ซึ่งเป็นสามสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสนามประกวดและเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด
โกซังเกะ (Gosanke): สามราชาแห่งปลาคราฟ
คำว่า Gosanke (御三家) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "สามตระกูลหลัก" หรือ "สามอันดับแรก" ซึ่งใช้เรียกสายพันธุ์ปลาคราฟ 3 ชนิดที่ถือเป็นแกนหลักของการเพาะพันธุ์ปลาคราฟทั้งหมด ได้แก่:
1. โคฮากุ (Kohaku - 紅白)
- สีหลัก: 2 สี คือ สีขาวบริสุทธิ์ (Shiroji) และลวดลายสีแดงสด (Hi)
- ความสำคัญ: ถือเป็น ราชาแห่งปลาคราฟทั้งหมด และเป็นสายพันธุ์แรกที่ถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นพื้นฐานในการพัฒนาสายพันธุ์อื่น ๆ ต่อไป
- คุณค่า: อยู่ที่คุณภาพของสีขาวที่ต้องขาวดุจหิมะ และสีแดงต้องเข้ม สดใส สม่ำเสมอ และมีขอบคมชัด (Kiwa)
2. ไทโช ซันเก้ (Taisho Sanke - 大正三色)
- สีหลัก: 3 สี คือ สีขาว (Shiroji), สีแดง (Hi) และสีดำ (Sumi)
- ที่มา: ตั้งชื่อตามยุคไทโช (Taishō) ของญี่ปุ่น
- คุณสมบัติเด่น: เป็นการพัฒนาต่อยอดจากโคฮากุ โดยการเพิ่มลวดลายสีดำเข้าไป โดยปกติแล้ว ลายสีดำจะไม่ปรากฏบนส่วนหัว และลายสีดำมักจะอยู่บนพื้นสีขาวมากกว่าบนลายสีแดง
3. โชว่า ซันโชกุ (Showa Sanshoku - 昭和三色)
- สีหลัก: 3 สี คือ สีดำ (Sumi), สีขาว (Shiroji) และสีแดง (Hi)
- ที่มา: ตั้งชื่อตามยุคโชวะ (Shōwa) ของญี่ปุ่น
- คุณสมบัติเด่น: แตกต่างจากไทโช ซันเก้ตรงที่ พื้นสีหลักคือสีดำ ลวดลายสีดำจะปรากฏอยู่ทั่วตัวปลา รวมถึงส่วนหัวด้วย (มีแถบสีดำพาดจากหัวลงมา) ทำให้ปลาโชวะดูทรงพลังและมีพลังงานมากกว่า
ประวัติความเป็นมาของปลาคราฟ (Koi Fish)
ปลาคราฟ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โค่ย (Koi) หรือ นิชิกิกอย (Nishikigoi) ซึ่งแปลว่า "ปลาไนหลากสี" (Brocaded Carp) มีประวัติความเป็นมายาวนานและน่าสนใจ โดยมีต้นกำเนิดและพัฒนาการที่สำคัญดังนี้ครับ
1. จุดเริ่มต้น: ปลาไนธรรมดา
- ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม: ปลาคราฟมีบรรพบุรุษมาจากปลาไนธรรมดา (Common Carp หรือ Magoi) ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียกลางและจีน (บางแหล่งระบุว่ามีถิ่นกำเนิดที่อิหร่านในปัจจุบัน)
- วัตถุประสงค์เดิม: ในช่วงแรก ปลาไนถูกเลี้ยงในประเทศจีนมานานกว่า 2,000 ปี เพื่อใช้เป็น แหล่งอาหาร
- เข้าสู่ญี่ปุ่น: ปลาไนถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นในช่วงประมาณศตวรรษที่ 17 (ยุคเอโดะ) โดยชาวนาในแถบนีงาตะ (Niigata) ได้นำปลาไนมาเลี้ยงในบ่อข้าวเพื่อเป็นอาหารสำรองโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็น
3. ความหมายและสัญลักษณ์
ปลาคราฟไม่ได้เป็นเพียงปลาสวยงาม แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้วย เช่น:
- ความแข็งแกร่ง (Strength): มาจากตำนานที่ว่าปลาคราฟสามารถว่ายทวนน้ำขึ้นไปเป็นมังกรได้
- ความเพียรพยายาม (Perseverance): การว่ายทวนกระแสน้ำแสดงถึงความอดทนและไม่ย่อท้อ
- ความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ (Prosperity and Luck)
- ความรักและมิตรภาพ (Love and Friendship)
การพัฒนาสู่ปลาสวยงาม (Nishikigoi) ในญี่ปุ่น
การเปลี่ยนผ่านของปลาไนธรรมดา (Magoi) ให้กลายเป็น "นิชิกิกอย" (Nishikigoi) หรือปลาคราฟหลากสีสันในปัจจุบัน ถือเป็นงานศิลปะแห่งการเพาะพันธุ์ (Meticulous Breeding) ที่มีจุดเริ่มต้นในแถบภูเขาของจังหวัดนีงาตะ (Niigata) โดยเฉพาะในพื้นที่โอจิยะ (Ojiya) และยามะโคชิ (Yamukoshi)
1. จุดกำเนิดสีสัน (ศตวรรษที่ 19)
- การค้นพบสีที่ผิดปกติ: ชาวนาในแถบภูเขาหิมะของนีงาตะ ได้เลี้ยงปลาไนไว้ในบ่อข้าว (Rice Paddies) เพื่อเป็นแหล่งอาหารสำรองในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก
- การกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ: มีการค้นพบว่าปลาไนบางตัวเริ่มมีสีที่ผิดปกติ เช่น สีแดง (Hi) หรือสีขาว (Shiro) ปรากฏขึ้นมาบนลำตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ
- แรงจูงใจในการคัดเลือก: แทนที่จะกินปลาที่มีสีสันเหล่านี้ ชาวนาเริ่มมองเห็นความสวยงามที่ไม่เหมือนใครและเริ่มเก็บปลาที่มีสีสันเหล่านั้นไว้เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินและเป็นของประดับ
2. ยุคแห่งการคัดเลือกและสร้างสายพันธุ์
กระบวนการพัฒนาปลาคราฟให้เป็นปลาสวยงามที่แท้จริงคือการ คัดเลือกพันธุ์ (Selective Breeding) อย่างพิถีพิถัน:
- การสร้างสายพันธุ์หลัก: ชาวนาได้ทำการผสมข้ามสายพันธุ์ปลาที่มีสีสันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อสร้างรูปแบบและลวดลายที่สม่ำเสมอและสวยงาม
- Kohaku (โคฮากุ): ถือเป็นสายพันธุ์แรก ๆ ที่ได้รับการพัฒนา โดยมีพื้นผิวสีขาวบริสุทธิ์และลวดลายสีแดงสด (พัฒนามาจากปลาสีขาวที่มีปื้นแดง)
- Taisho Sanke (ไทโช ซันเก้): พัฒนาต่อมาจากโคฮากุ โดยเพิ่มลายสีดำ (Sumi) เข้าไป
- Showa Sanshoku (โชว่า ซันโชกุ): พัฒนาขึ้นโดยมีพื้นสีดำเป็นหลัก และมีลวดลายสีขาวและสีแดงพาดทับ
- ความพิถีพิถัน: การเพาะพันธุ์ปลาคราฟต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความอดทนสูง เพราะลูกปลาที่เกิดมาส่วนใหญ่จะยังคงเป็นสีดำหรือสีเทาเหมือนปลาไนธรรมดา มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีสีสันสวยงามและมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์
3. การเผยแพร่สู่โลกภายนอก (พ.ศ. 2457 / ค.ศ. 1914)
- จุดเปลี่ยนสำคัญ: ปลาคราฟ (Nishikigoi) ถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการไทโช (Tokyo Taishō Exposition) ที่กรุงโตเกียว
- การยอมรับ: การจัดแสดงครั้งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาธารณชนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติอย่างมาก ทำให้ปลาคราฟได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นในฐานะ "อัญมณีที่มีชีวิต" (Living Jewels)
- การพัฒนาคุณภาพน้ำ: เมื่อความนิยมเพิ่มขึ้น การพัฒนาเทคนิคการเลี้ยง การสร้างบ่อปลาคราฟที่ได้มาตรฐาน และการดูแลคุณภาพน้ำอย่างละเอียดก็มีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ปลาคราฟมีสีสันที่สมบูรณ์และรูปร่างที่ดีที่สุดสำหรับการประกวด
อ้างอิงจาก: https://www.creationpiwat.com/shop/work/WRK060203520176619
https://koipetchfarm.com/blog/8
ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ค่าเงินที่มีราคาแพงที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
นายกเขมรพร้อมถอนกำลังทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากชายแดนทันทีหากไทยบริจาคเงิน 1,500 ล้านบาทให้กับกัมพูชา
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน
ชายชรากับน้ำ 12 ขวด: ภารกิจยื้อชีวิตสัตว์ป่ากลางทะเลทรายอิรักที่ร้อนระอุ
เขมรเตรียมเฮ!!..ต่างด้าวเรียนฟรี ภาษีคนไทย
เจาะแนวทาง "เงินเทวดา" งวด 1 กุมภาพันธ์ 2569 ฟันธงเลขวิ่ง 6 เด่นชัดทั้งบนและล่าง
อื้อหือสวยจัดๆ ผังเมืองที่งดงามของเม็กซิโกซิตี้ "Plaza Del Ejecutivo" ประเทศเม็กซิโก
จังหวัดที่มีเกาะในทะเลไทย จำนวนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลง
ทำไมต้อง "สวรรค์ชั้น 7" ทั้งที่ตามหลักศาสนาพุทธมีเพียง 6 ชั้น?
เปิดตำนานเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรก! รู้ไหมคนสร้างกลับไม่ชอบมัน?
ค่าเงินที่มีราคาแพงที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
รีวิวหนังดัง 2 GUNS ดวล ปล้น สนั่นเมือง








