ทึ่งทั่วโลก : "สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า" สะพานข้ามทะเลยาวที่สุดในโลกของจีน
ถ้าพูดถึงสะพานที่ชวนให้คนอยากไป “นั่งรถเล่นกลางทะเล” มากที่สุดในเอเชียตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงสะพานฮ่องกง–จูไห่–มาเก๊า หรือ HZMB นี่แหละ ยิ่งใครเป็นสายเที่ยวหรือสายถ่ายรูปยิ่งรู้ดีว่า สะพานนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางเชื่อมเมือง 3 เมืองใหญ่ แต่เป็นเหมือนแลนด์มาร์กใหม่ที่ทำเอาคนอยากไปนั่งรถชิล ๆ เหมือนดูวิวอยู่ในสารคดี Discovery Channel กันเลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นของสะพานนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่ปี 2552 ตอนนั้นรัฐบาลจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เขาตกลงกันว่าจะสร้างโครงสร้างยักษ์นี่ขึ้นมา เพื่อเชื่อมสามเมืองให้ใกล้กันแบบชนิดที่ว่า “เช้าฮ่องกง–บ่ายมาเก๊า–เย็นจูไห่” ก็เป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว ผ่านไป 9 ปีเต็ม ๆ งานก่อสร้างระดับโคตรใหญ่นี้ก็เสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และเปิดให้บริการจริง 24 ตุลาคม 2561 คนก็แห่กันไปลองนั่งแบบล้นทัวร์เลยจ้า
ที่มันดังมากก็เพราะไม่ได้เป็นแค่สะพานธรรมดา แต่เป็นสะพานที่ “แพงที่สุดในโลก” ด้วยงบสร้างประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันล้านหยวน หรือถ้าตีเป็นเงินไทยก็เกือบหกแสนล้านบาท โอ้โห…แค่จำนวนเหล็กก็สามารถเอาไปสร้างหอไอเฟลได้ 60 หอ! ใครได้ยินครั้งแรกก็ต้องขมวดคิ้วว่าใช้สร้างอะไรเนี่ย ทำไมเวอร์วังขนาดนี้ แต่พอเห็นโครงสร้างจริงแล้วก็ต้องยอมรับว่าเงินทุกหยดมันถูกใช้กับงานที่บ้าพลังและละเอียดสุด ๆ จริง
สะพานนี้ยาวรวม 55 กิโลเมตร ฟังแล้วอาจยังไม่อิน แต่ถ้าบอกว่า “ยาวกว่านั่งรถจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปพัทยา” นี่คงเริ่มร้องอ๋อแล้วใช่ไหมล่ะ ตัวสะพานมันแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ สะพานหลัก, ทางเชื่อมไปฮ่องกง, และทางเชื่อมไปจูไห่ ส่วนทางแยกไปมาเก๊าก็จะเป็นแขนสั้น ๆ ที่แยกออกไป ไม่ได้รวมในระยะ 55 กม. แต่ถึงจะไม่รวม ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางทั้งหมดอยู่ดี
และไฮไลต์เด็ดของสะพานนี้คือ “อุโมงค์ใต้น้ำ” ที่ยาว 6.7 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้ทะเลกว่า 48 เมตร บอกเลยว่าเวลารถขับลงไปนี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังขับเข้าไปในฐานลับของเจมส์ บอนด์อะไรสักอย่าง ทั้งหมดนี่เขาสร้างขึ้นเพราะบริเวณนั้นมีเส้นทางเรือพาณิชย์วิ่งผ่านตลอดเวลา ทำสะพานให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็คงไม่เวิร์ก เลยตัดสินใจทำเป็นอุโมงค์ใต้ทะเลแทน เก๋ไปอีกแบบ
พอถึงปลายสะพานของแต่ละเมือง เราจะเจอเกาะเทียมที่สร้างขึ้นเพื่อทำเป็นด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฮ่องกง มาเก๊า และจูไห่มีด่านของตัวเองหมด โดยฝั่งฮ่องกงจะอยู่ตรงจุดที่เชื่อมกับสนามบินฮ่องกงเลย สะดวกเกิ๊น ส่วนด่านของฝั่งมาเก๊าและจูไห่ก็อยู่บนเกาะเทียมเดียวกัน แต่ใช้อาคารร่วมกัน แยกกันเฉพาะโซนของด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นภาพที่ดูน่าสนใจเหมือนเมืองเล็ก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นกลางทะเลเพื่อรองรับการเดินทางของผู้คน
ที่สำคัญคือ สะพานนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อความเท่หรือความอลังการอย่างเดียว แต่มันยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญของโครงการ Greater Bay Area ซึ่งเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของจีน ที่รวมฮ่องกง มาเก๊า และ 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง ให้กลายเป็นศูนย์เศรษฐกิจทรงพลังแห่งใหม่ของเอเชีย การมีสะพานนี้ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางอย่างแรง จากแต่ก่อนที่ต้องนั่งรถหรือเรือ 3–4 ชั่วโมง พอตอนนี้เหลือแค่ประมาณ 45 นาทีเอง เรียกว่าเหมือนย้ายเมืองให้เข้ามาชิดกันแบบไม่ต้องย้ายจริง ๆ
ยิ่งถ้าพูดถึงเรื่องท่องเที่ยวสะพานนี้ยิ่งดังเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกที่จะไปนั่งรถข้ามเพื่อดูวิวกลางทะเล ความรู้สึกมันเหมือนลอยอยู่บนเส้นขอบฟ้า ข้างหน้าเป็นทะเลกว้าง ข้างหลังเป็นเมืองใหญ่ ทั้งหมดนี้อยู่ในการเดินทางแค่ไม่กี่สิบนาที ความโรแมนติกและฟีลโลกอนาคตผสมกันอย่างลงตัว จนทำให้หลายคนยกให้เป็นหนึ่งใน “เส้นทางที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต”
สรุปแล้ว สะพานฮ่องกง–จูไห่–มาเก๊าไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยง การเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ให้ผู้คนได้เดินทาง ใช้ชีวิต และทำธุรกิจได้สะดวกกว่าเดิมมาก ใครจะไปคิดว่าสามเมืองที่เคยดูไกลกัน จะเดินทางไปมาหาสู่กันได้ง่ายแค่ชั่วโมงเดียววันนี้
แล้วถ้ามีโอกาสได้ไปฮ่องกง มาเก๊า หรือจูไห่ทีไร ก็แนะนำเลยว่าต้องลองขึ้นสะพานนี้สักครั้งนะ เพราะมันคืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่า “มนุษย์เรานี่ก็เก่งเนอะ ทำอะไรยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้จริง ๆ”
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
เปิด 4 อาณาจักร ในเครือ CP (เครือเจริญโภคภัณฑ์)
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
มือถือกำลัง "แอบฟัง" เราจริงหรือ
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
ดินแดนชั่วคราวของไทย ที่ถูกส่งกลับคืนให้กับประเทศเมียนมาร์
'นกเค้าแมว' นกศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถือกุญแจความลับแห่งปัญญา



