ทึ่งทั่วโลก : "รูปปั้นโมอาย" (Moai) บนเกาะอีสเตอร์ ศูนย์กลางของความลึกลับและเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมโบราณ
ถ้าพูดถึง “โมอาย” หลายคนคงนึกถึงหัวหินยักษ์หน้าตาเฉย ๆ โผล่ขึ้นมาจากดินเหมือนกำลังตั้งคำถามกับชีวิตว่า “ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” ใช่ไหม? แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังเจ้าหินเหล่านี้มันโคตรน่าสนใจ แบบถ้าได้ไปเกาะอีสเตอร์สักครั้ง รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในสารคดีผสมรายการผจญภัยเลยล่ะ
ที่ที่เจ๋งที่สุด ต้องยกให้ เหมืองหินราโนรารากู (Rano Raraku) เลย เพราะมันคือโรงงานผลิตโมอายระดับโลก หนึ่งเดียวในจักรวาลด้วยนะ! เป็นปล่องภูเขาไฟเก่าที่สงบแล้ว อยู่ทางตะวันออกของเกาะอีสเตอร์ ซึ่งทั้งเกาะก็เต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับอยู่แล้ว ยิ่งเดินเข้าเหมืองนี้ บอกเลยว่าฟีล ancient vibes แรงมาก
ที่น่าทึ่งคือ โมอายเกือบ 95% บนเกาะถูกแกะสลักจากที่นี่หมดเลยนะ คือถ้านึกภาพง่าย ๆ เหมือนที่นี่เป็นออฟฟิศใหญ่ของชาวราปานูอี แล้วแต่ละกลุ่มก็ทำงานเหมือนทีมช่างฝีมือต่างบริษัท งานใครงานมัน เทคนิคก็ไม่เหมือนกันด้วย แปลกดีเนอะ เหมือนยุคโบราณแต่ดันทำงานเป็นระบบกว่าบริษัทบางยุคอีก
ส่วนวัสดุที่ใช้แกะสลักก็เท่มาก เป็น หินภูเขาไฟอัดแข็ง (Volcanic Tuff) แบบเถ้าลาวาที่จับตัวจนแข็ง ทำให้มันไม่หนักเท่าหินชนิดอื่นและแกะง่ายกว่า แต่ก็ยังหนักอยู่ดีนะ… ตัวหนึ่งนี่หลายตันแบบไม่ไหว
เวลาเดินไปในเหมือง คุณจะเห็นโมอายเต็มไปหมดทั้งที่เสร็จแล้ว ที่กำลังแกะ ที่ยังไม่เสร็จ ที่ติดอยู่กับผนังหิน ที่นอนรอวันถูกย้าย… รวมแล้วเกือบ 400 ตัว เห็นแล้วมันเหมือนเดินเข้าไปในโรงงานที่คนงานหายตัวไปเฉย ๆ ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้ตรงกลางการผลิต
บางตัวนี่ติดอยู่กับพื้นหินแบบแกะออกมาไม่ทัน บางตัวแกะเสร็จแต่ยังถูกวางทิ้งไว้เหมือนรอคนมายก แต่ไม่มีใครมาอีกแล้ว และที่ iconic ที่สุดคือบรรดาโมอายที่โผล่แค่หัวกับไหล่อยู่ตามเนินเขารอบ ๆ คือหลายคนเข้าใจว่ามันเป็นแค่หัวนะ แต่ความจริงตัวมันอยู่ใต้ดินทั้งลำตัวเลยจ้า สูงเป็นสิบเมตร! แค่มันถูกดินทับตามกาลเวลา
แล้วยังมี “The Giant” ที่สูงแทบทะลุเมฆ ความสูง 21.75 เมตร น้ำหนักน่าจะ 200 ตัน ได้ แต่สุดท้ายถูกทิ้งค้างไว้อย่างงั้น นึกภาพงานใหญ่โตระดับนี้ ทำไปเกือบเสร็จแล้วต้องหยุดกลางทาง มันต้องมีอะไรสักอย่างจริง ๆ
นักโบราณคดีหลายคนเชื่อว่า การสร้างโมอายหยุดแบบฉับพลันเพราะสังคมเขาอาจเกิดความขัดแย้ง แย่งทรัพยากรบ้าง ความเชื่อเปลี่ยนบ้าง คล้าย ๆ เมืองที่รุ่งเรืองแล้วล่มสลายแบบไม่ทันตั้งตัวนั่นแหละ
อีกอย่างที่หลายคนไม่เคยรู้คือ โมอายบนเนินเขาที่ถูกฝังดิน บางตัวเขาคิดว่าอาจตั้งใจฝังเลยนะ ไม่ใช่แค่ดินทับเฉย ๆ บางทฤษฎีบอกว่าฝังเพื่อเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพราะดินบริเวณนี้ปลูกอะไรก็งอกงามเป็นพิเศษ ก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ แบบใช้โมอายคอยค้ำพลังงานดี ๆ อะไรทำนองนั้น
ส่วนเหตุผลหลักที่สร้างโมอาย ก็ยังเป็นทฤษฎีที่โรแมนติกที่สุด —
สร้างเพื่อเป็นตัวแทน บรรพบุรุษสำคัญ เช่น หัวหน้าเผ่า ให้เขามองดูแลผู้คนบนเกาะ นำความเจริญมาสู่พื้นที่นั้น ๆ เหมือนผู้คุ้มครองที่เฝ้ามองจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ที่ราโนรารากูส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นโมอายในสไตล์มี “หมวกลาวาสีแดง” หรือ ปูเกา (Pukao) นะ เพราะหมวกพวกนั้นถูกเพิ่มทีหลังเฉพาะตัวที่ย้ายไปตั้งบนแท่นบูชา (Ahu) ทั่วเกาะ ส่วนบางตัวก็มีเอกลักษณ์สุด ๆ อย่างตัวที่ชื่อว่า Tukuturi ซึ่งไม่ได้ยืนเหมือนตัวอื่น แต่ดันนั่งคุกเข่าเหมือนผู้สวดอ้อนวอน คือเห็นแล้วแบบ… โห ต่างจากเพื่อนมาก
สรุปคือ ถ้าได้ไปเดินในราโนรารากูสักครั้ง คุณจะรู้สึกเหมือนได้เข้าไปในโรงงานโบราณที่หยุดเวลาไว้จริง ๆ ทุกกองหิน ทุกตัวโมอาย เหมือนกำลังเล่าเรื่องด้วยตัวเองแบบไม่ต้องมีไกด์เลย แค่เดินเฉย ๆ ก็อินแล้วว่าคนโบราณเขามีความเชื่อ ความฝัน และความพยายามมากขนาดไหน
แบบนี้แหละ… เกาะอีสเตอร์ถึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยิ่งรู้ก็ยิ่งอยากไป ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าบรรพบุรุษมนุษย์นี่สุดยอดจริง ๆ 🗿✨
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
รวมอาจารย์ดังเลขเด็ด งวด 17 มกราคม 2569
ผู้ชายไทยเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ได้ตำแหน่งเป็นแชมป์โอลิมปิก
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
ใครเป็นใครบนหน้าไพ่? เจาะลึกบุคคลระดับโลกที่ซ่อนอยู่หลังตัวละคร K Q J
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน




