หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

The Five Love Languages ภาษารัก 5 อย่าง ที่แต่ละคนใช้เพื่อสื่อสารความรัก กับ คนรัก


เขียนโดย sompeansomped

 

5 ภาษารัก The Five Love Languages แนวคิดของ ดร.แกรี่ แชปแมน (Dr. Gary Chapman) ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาคู่รักชาวอเมริกัน ได้แบ่งภาษารักออกเป็น 5 แบบ เพราะแต่ละคนต่างมีวิธีแสดงออกถึงความรักที่แตกต่างกัน แล้วในคนคนหนึ่งก็อาจมีภาษารักได้มากกว่า 1 แบบ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติที่คนคนนั้นเป็น สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ตัวก่อนว่าเป็นคนเลือกใช้ภาษารักแบบไหน และ คาดหวังให้คนอื่นใช้ภาษารักแบบไหนกับตัวเอง โดยไม่ลืมทำความเข้าใจคนใกล้ตัวในชีวิตด้วยว่า พวกเขาแต่ละคนเลือกใช้ภาษารักแบบไหนกันบ้าง เพราะวิธีในการแสดงออกความรู้สึกรักที่แต่ละคนมีการเรียนรู้ ความชอบ ซึ่งแตกต่างกันออกไป เพื่อที่จะแสดงความรู้สึกรักและใส่ใจ

 

 

แบบที่ 1 ภาษารักบอกรักผ่าน คำพูด

ภาษารักที่สื่อสารผ่านถ้อยคำ คำพูด การส่งข้อความ message ไม่ได้มีแค่การบอกรักเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการพูดในเรื่องที่สร้างความสุขให้กับคนที่รักด้วย เช่น การพูดขอบคุณ กล่าวคำชม การให้กำลังใจ คำพูดแต่ละคำล้วนมีพลังที่สร้างการเปลี่ยนแปลง เพราะการใช้คำพูดที่สื่อถึงความหวังดีเป็นภาษารักที่แสดงออกง่ายที่สุด


 

แบบที่ 2 ภาษารักบอกรักผ่าน การใช้เวลาร่วมกัน

เป็นภาษารักที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลาทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สนใจด้วยกัน โดยไม่จำเป็นจะต้องอยู่ร่วมกันทางกายภาพอย่างเดียว เช่น พูดคุยกัน ดูหนังด้วยกัน เล่นเกมส์ร่วมกัน ทำอาหารด้วยกัน การได้ใช้เวลาร่วมกันโดยที่ไม่มีอะไรมาแทรก เพียงแค่ให้ความสนใจกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมอะไร สิ่งเหล่านี้คือการได้ใช้เวลาคุณภาพที่มีร่วมกันแล้ว เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น เป็นภาษารักที่เน้นไปคุณภาพมากกว่าปริมาณ 

 

 

แบบที่ 3 ภาษารักบอกรักผ่าน ให้ของแทนใจ

ภาษารักแบบนี้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ไม่สำคัญว่าของชิ้นนั้นจะเล็กหรือใหญ่ มีมูลค่ามากน้อย ขอเพียงเป็นการให้แทนความรัก ความรู้สึกดี ๆ ของขวัญที่ให้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่มีราคาแพงหรือหรูหรา แต่มันอาจเต็มไปด้วยความหมาย อาจเป็นของที่ทำเองให้เฉพาะคนรับ สื่อถึงความทุ่มเทและตั้งใจ อยากให้เป็นของชิ้นเดียวเพื่อคนพิเศษ  

 

 

แบบที่ 4 ภาษารักบอกรักผ่าน การดูแล

การแสดงออกด้วยการทำอะไรบางอย่าง เช่น ทำอาหารให้อีกฝ่าย ทำความสะอาดบ้านให้ ช่วยเหลือเรื่องการงาน การดูแลใครสักคนจำเป็นที่จะต้องใช้เวลา ความคิด และ การลงมือทำ สิ่งเหล่านี้จะถูกกลั่นกรองออกมาเป็นประสบการณ์ในแง่บวกเพื่อให้คนที่รักมีความสุขมากที่สุด

 

 

แบบที่ 5 ภาษารักบอกรักผ่าน การสัมผัส

เมื่อมนุษย์มีการสัมผัสกัน สมองจะหลั่งฮอร์โมนเช่นออกซิโทซิน (Oxycontin) ฮอร์โมนที่มีความเกี่ยวข้องกับความรักออกมา ทำให้เกิดความรู้สึก การสัมผัส (Physical Touch) เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกที่สามารถเข้าใจความหมายของคำว่ารักผ่านการสัมผัสของแม่ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงหลายอย่าง เช่น การจับมือ กอด การจูบ งการมีเพศสัมพันธ์ ล้วนแต่เป็นตัวอย่างของการแสดงออกความรักทั้งสิ้น เพราะตั้งใจสัมผัสหรือแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายเพื่อสื่อถึงความรัก ความหวังดี และ ความสัมพันธ์ใกล้ชิด

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7,014 ครั้ง
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้ทะเลลึกภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยสรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
เปิดไฟนอน เสี่ยงเบาหวานจริงหรือ? เผยกลไกทำลายสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้นางสงกรานต์ ปี2569 ชื่อนางรากษสเทวี เสวยโลหิตเป็นภักษาหารทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
ตั้งกระทู้ใหม่