ทึ่งทั่วโลก : "นาฬิกาดาราศาสตร์ปราก" หนึ่งในนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงใช้งานได้
ถ้าไปเที่ยวปรากครั้งแรก สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมักจะโดนดึงดูดแบบไม่ต้องพยายามเลยก็คือ นาฬิกาดาราศาสตร์ปราก หรือ Prague Astronomical Clock ที่ตั้งสง่างามอยู่กลางจัตุรัสเมืองเก่า ของจริงมันทั้งสวย ทั้งแปลก และทั้งให้ความรู้สึกเหมือนเราย้อนเวลาไปหลายร้อยปีก่อน นาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างตั้งแต่ปี 1410 และจนถึงวันนี้มันก็ยังทำงานอยู่จริงๆ ความเท่นี่กินขาดนาฬิกา smartwatch ทุกแบบบนโลกไปเลยอะเพื่อน
เมื่อมองจากด้านหน้า สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหน้าปัดดาราศาสตร์ที่อยู่ด้านบนสุด หน้าปัดนี้คือสมองกลไกระดับยุคกลางที่ใช้คำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก และจักรราศีแบบครบวงจร พื้นหลังแบ่งเป็นสีๆ ตามมุมมองท้องฟ้าในกรุงปราก วงสีน้ำเงินตรงกลางคือโลก ส่วนสีฟ้าด้านบนแทนท้องฟ้าเหนือขอบฟ้า และพื้นที่สีแดงผสมดำด้านล่างคือท้องฟ้าที่อยู่ใต้ขอบฟ้า เขายังมีคำละตินเท่ๆ แปะไว้ด้วย เช่น AURORA สำหรับรุ่งอรุณ ORTVS หมายถึงพระอาทิตย์ขึ้น OCCASUS สำหรับพระอาทิตย์ตก และ CREPVSCVLVM แปลว่าสนธยา เวลาเรามอง เราจะได้อารมณ์เหมือนกำลังอ่านดาราศาสตร์เวอร์ชันศิลปะสไตล์ยุคกลาง
นอกจากพื้นหลังที่สวยเหมือนภาพวาดแล้ว ส่วนที่ดูแล้วต้องร้องว้าวอีกอย่างคือวงแหวนจักรราศี ซึ่งหมุนตามตำแหน่งดวงอาทิตย์บนเส้นสุริยวิถี ใครที่เป็นสายดูดวงจะต้องถูกใจมาก และที่เจ๋งกว่านั้นคือเข็มดวงอาทิตย์และเข็มดวงจันทร์ที่ขยับบอกตำแหน่งจริงบนท้องฟ้าได้ ส่วนเข็มดวงจันทร์มีลูกกลมครึ่งเงินครึ่งดำที่หมุนไปตามข้างขึ้นข้างแรม ทุกอย่างทำงานด้วยกลไกทั้งหมดยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้าเลยนะ คิดดูสิว่าช่างสมัยนั้นโคตรเก่ง
ตัวนาฬิกานี่แสดงเวลาได้ถึงสี่แบบในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นเวลาท้องถิ่นปรากแบบโรมัน เวลาโบฮีเมียนแบบเก่าที่ยึดพระอาทิตย์ตกเป็นจุดเริ่มนับหนึ่ง เวลาบาบิโลนที่แบ่งช่วงกลางวันเป็น 12 ชั่วโมงไม่เท่ากันตามฤดูกาล หรือแม้แต่เวลาดาวฤกษ์ที่ใช้ในการดูดาว บอกเลยว่าคนยุคกลางเขาฉลาดและละเอียดมากจริงๆ
แต่ถ้าถามว่าคนส่วนใหญ่ยืนรอกันทำไมทุกชั่วโมง คำตอบก็คือ “ขบวนอัครสาวก” ที่เป็นเสมือนโชว์เล็กๆ บนหอนาฬิกา ช่วงเวลา 9 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มตรง พอเข็มแตะเต็มชั่วโมง หน้าต่างเล็กๆ ด้านบนจะเปิด แล้วอัครสาวกทั้ง 12 ก็จะเดินวนออกมาให้ดูทีละคน ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่นักท่องเที่ยวยืนลุ้นกันอย่างสนุกสนาน รอบๆ หน้าปัดยังมีหุ่นแกะสลักสี่ตัวที่ขยับไปพร้อมกับการออกมาของอัครสาวก ได้แก่ ความหยิ่งยโสที่เป็นชายถือกระจก ความโลภที่อยู่ในรูปของพ่อค้าชาวยิวถือถุงเงิน ความตายที่เป็นโครงกระดูกตัวผอมตีระฆังเรียกความตื่นเต้น และชายชาวตุรกีที่แทนอารมณ์ราคะหรือความฟุ่มเฟือย พอทุกอย่างแสดงจบ ไก่ทองด้านบนก็จะขัน เป็นซีนปิดม่านที่ทั้งน่ารักและทั้งคลาสสิกมาก
ถัดลงมาจะเป็นหน้าปัดปฏิทินที่ถูกเพิ่มเข้ามาในปี 1490 และต่อมาก็ได้รับการวาดใหม่โดยศิลปินชื่อ Josef Mánes ในปี 1865 ส่วนนี้แสดงเดือนต่างๆ ผ่านรูปวาดแบบชนบท 12 ช่องที่จัดเป็นวงกลม และยังบอกวันปัจจุบันด้วย รอบหน้าปัดมีรูปปั้นนักปรัชญา เทวดา นักดาราศาสตร์ และนักจดบันทึกประวัติศาสตร์ยืนประดับอยู่เหมือนกำลังเฝ้าดูเวลาเดินไปเรื่อยๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้นาฬิกาดาราศาสตร์ปรากไม่ใช่แค่เครื่องบอกเวลา แต่เป็นงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่รวมความรู้ด้านจักรวาล วิศวกรรม และความเชื่อของคนยุคกลางไว้ในเรือนเดียว เวลายืนมอง มันไม่ใช่แค่เห็นกลไก แต่เหมือนเห็นคนสมัยก่อนกำลังบอกเล่าเรื่องราวของจักรวาลผ่านชุดเฟืองและไม้แกะสลัก หากมีโอกาสแวะไปดูของจริง จะเข้าใจเลยว่าทำไมคนทั่วโลกถึงอยากไปยืนรอไก่ทองขันกันทุกชั่วโมงแบบไม่เบื่อเลยจริงๆ ✨
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
รวมอาจารย์ดังเลขเด็ด งวด 17 มกราคม 2569
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ใครเป็นใครบนหน้าไพ่? เจาะลึกบุคคลระดับโลกที่ซ่อนอยู่หลังตัวละคร K Q J
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ผู้ชายไทยเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ได้ตำแหน่งเป็นแชมป์โอลิมปิก
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน



